ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
คำว่า กกุธานที คำว่า โปตลิ คำว่า โปราณัฏฐกถา คำว่า โปสาลมาณพ คำว่า โอฬาริกรูป
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

โปราณัฏฐกถา อรรถกถาเก่าแก่, คัมภีร์หรือบันทึกคำอธิบายความในพระไตรปิฎก ที่ใช้ในการศึกษาและรักษาต่อกันมาในลังกาทวีป เป็นภาษาสิงหฬ อันถือว่าสืบแต่ครั้งพระมหินทเถระพร้อมด้วยคณะพระสงฆ์เดินทางมาประดิษฐานพระพุทธศาสนาในลังกาทวีป ซึ่งได้นำพระไตรปิฎกและอรรถกถามาตั้งไว้เป็นหลัก
       แต่อรรถกถาเดิมที่นำมานั้น เป็นภาษาบาลี จึงสืบต่อกันมาเป็นภาษาสิงหล เพื่อให้ชาวเกาะลังกาสามารถใช้เป็นสื่อในการศึกษาพระไตรปิฎกที่ต้องรักษาไว้อย่างเดิมเป็นภาษาบาลี ต่อมา ในกึ่งศตวรรษสุดท้ายที่จะถึง พ.ศ. ๑๐๐๐ พระพุทธศาสนาในชมพูทวีปเสื่อมลงมากแล้ว แม้พระไตรปิฎกบาลีจะยังคงอยู่ แต่อรรถกถาได้หมดสิ้นไป พระพุทธโฆสาจารย์ได้รับมอบหมายจากพระเรวตเถระผู้เป็นอาจารย์ ให้เดินทางจากชมพูทวีป มายังลังกาทวีป เพื่อแปลอรรถกถาจากภาษาสิงหฬเป็นภาษามคธ ที่จะนำไปใช้ศึกษาในชมพูทวีปสืบไปได้อีก
       พระพุทธโฆสาจารย์ เมื่อผ่านการทดสอบความรู้ความสามารถและได้รับอนุญาตจากสังฆะแห่งมหาวิหารให้ทำงานที่ประสงค์ได้แล้ว ก็ได้เรียบเรียงอรรถกถาจากของเดิมที่เป็นภาษาสิงหฬ ขึ้นมาเป็นภาษาบาลี จนเกือบครบบริบูรณ์ ขาดแต่บางส่วนของขุททกนิกาย แห่งพระสุตตันตปิฎก ซึ่งก็ได้มีพระเถระอื่นอีกประมาณ ๔ รูป มีพระธรรมปาละ เป็นต้น จัดทำขึ้นด้วยวิธีการคล้ายคลึงกัน จนจบครบตามคัมภีร์ของพระไตรปิฎก ในช่วงเวลาไม่ห่างจากพระพุทธโฆสาจารย์มากนัก
       เมื่ออรรถกถาที่เป็นภาษาบาลีเกิดมีขึ้นใหม่อีก ก็ช่วยเป็นหลักในการศึกษาพระไตรปิฎกสืบต่อมา ไม่เฉพาะในลังกาทวีปเท่านั้น แต่ขยายออกไปในประเทศอื่นๆ กว้างขวางทั่วไป ต่อมา เมื่อพูดถึงอรรถกถา ก็เข้าใจกันว่าหมายถึงอรรถกถาภาษาบาลีรุ่นประมาณ พ.ศ. ๑๐๐๐ ที่กล่าวมานี้ บางทีถึงกับเรียกกาลเวลาของพระศาสนาช่วงนี้ ว่าเป็นยุคอรรถกถา ซึ่งแท้จริงนั้น เนื้อตัวของอรรถกถาก็เป็นของที่มีสืบต่อมาแต่เดิม
       ส่วนอรรถกถาเก่าแก่ของเดิมในภาษาสิงหล ที่พระพุทธโฆสาจารย์และพระอรรถกถาจารย์อื่นในเวลาใกล้เคียงกัน ได้ใช้เป็นหลักและเป็นแนวในการเรียบเรียงอรรถกถาภาษาบาลีขึ้นใหม่ ก็จึงหมายรู้กันโดยใช้คำเรียกว่าเป็น “โปราณัฏฐกถา” (อรรถกถาโบราณ, อรรถกถาของเก่า) ซึ่งมีชื่อที่อ้างอิงหรือกล่าวถึงในอรรถกถาภาษาบาลีบ่อยครั้ง โดยเฉพาะ มหาอัฏฐกถา มหาปัจจรี กุรุนที สังเขปัฏฐกถา อันธกัฏฐกถา
       โปราณัฏฐกถาสำคัญที่สุด คือ มหาอัฏฐกถา ซึ่งเป็นอรรถกถาที่อธิบายตลอดพระไตรปิฎกทั้งหมด และเก่าแก่ที่สุด ถือว่าเป็นอรรถกถาเดิมที่พระมหินทเถระนำมาจากชมพูทวีป และท่านได้แปลเป็นภาษาสิงหลด้วยตนเอง เพื่อให้ชาวลังกาทวีปมีเครื่องมือที่จะศึกษาพระไตรปิฎกได้โดยสะดวก
       เมื่อพระพุทธโฆสาจารย์เรียบเรียงอรรถกถาภาษาบาลีขึ้นใหม่นั้น ก็อาศัยมหาอัฏฐกถานี่เองเป็นหลัก ดังที่ท่านกล่าวถึงการจัดทำอรรถกถาแห่งพระวินัยปิฎก (คือสมันตปาสาทิกา) ว่าท่านนำเอามหาอัฏฐกถานั้นมาเป็นสรีระ คือเป็นเนื้อหาหลัก หรือเป็นเนื้อเป็นตัวของหนังสือใหม่ที่จะทำ พร้อมทั้งปรึกษาโปราณัฏฐกถาและมติหลักที่ถือกันมาของสังฆะด้วย
       พึงทราบดังที่กล่าวแล้วว่า เวลานี้ เมื่อพูดถึงอรรถกถา เราหมายถึงอรรถกถาภาษาบาลีที่พระพุทธโฆสาจารย์เป็นต้นได้เรียบเรียงไว้ และเราใช้กันอยู่ แต่พึงทราบต่อไปอีกขั้นหนึ่งว่า ในอรรถกถาภาษาบาลีนั้นเอง เมื่อมีการกล่าวอ้างถึงอรรถกถา
       เช่นบอกว่า “ในอรรถกถา ท่านกล่าวว่า ‘…’ ดังนี้” คำว่า “อรรถกถา” ที่คัมภีร์อรรถกถาภาษาบาลีกล่าวถึงนั้น มักหมายถึงโปราณัฏฐกถาภาษาสิงหล เฉพาะอย่างยิ่ง มหาอัฏฐกถานี้เอง;
       ดู อรรถกถา

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์
คำว่า โปราณัฏฐกถา
https://84000.org/tipitaka/dic/v_i.php?i=2021

คำว่า กกุธานที คำว่า โปตลิ คำว่า โปราณัฏฐกถา คำว่า โปสาลมาณพ คำว่า โอฬาริกรูป

บันทึก ๒, ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจาก พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๔๖ บันทึก ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ พิมพ์ครั้งที่ ๓๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]