![]() |
|
| บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ | |
|
|
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
| ผล 1. สิ่งที่เกิดจากเหตุ, ประโยชน์หรือโทษที่ได้รับสนองหรือตอบแทน; ผล มีชื่อเรียกหลายอย่างตามความหมายที่จำเพาะหรือที่มีนัยต่างกันออกไป เฉพาะอย่างยิ่งคือ วิบาก (วิบากผล) นิสสันท์ (นิสสันทผล) อานิสงส์ (อานิสงสผล); คำเหล่านี้ มีความหมายก่ายเกยกันอยู่บ้าง และบางทีก็ใช้อย่างหลวมๆ ทำให้ปะปนสับสนกัน แต่ว่าตามความหมายพื้นฐาน วิบาก หมายถึงผลโดยตรงของกรรมต่อชีวิตของตัวผู้กระทำ ไม่ว่าจะเป็นผลดีหรือผลร้ายสุดแต่กรรมดีหรือกรรมชั่วที่เขาได้ทำ, นิสสันท์ หมายถึงผลโดยอ้อมที่สืบเนื่องหรือพ่วงพลอยมากับผลแห่งกรรมนั้น ไม่ว่าจะเป็นอิฏฐา อานิสงส์ หมายถึงผลดีที่งอกเงย หรือคุณค่าประโยชน์แถมเหมือนเป็นกำไร ซึ่งพลอยได้หรือพ่วงเพิ่มสืบเนื่องจากกรรมที่ดี เช่น เอาความรู้ที่เป็นประโยชน์ไปสอนเขา แล้วเกิดมีอานิสงส์ เช่น เขารักใคร่นับถือ ตลอดจนได้ลาภบางอย่างดังนี้ ก็ได้ หมายถึงผลดี คุณค่า ประโยชน์ของการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยทั่วไป ก็ได้, อานิสงส์นี้ ตรงข้ามกับอาทีนพ (หรืออาทีนวะ) ซึ่งหมายถึงโทษ ผลร้าย ส่วนเสีย ข้อบกพร่อง, พึงเห็นตัวอย่างดังพุทธพจน์ว่า (อง.ปญฺจก. ๒๒/๒๒๗ ภิกษุทั้งหลาย อาทีนพในเพราะโภคทรัพย์ ๕ ประการนี้ คือ โภคทรัพย์เป็นของทั่วไปแก่ไฟ ๑ เป็นของทั่วไปแก่น้ำ ๑ เป็นของทั่วไปแก่ผู้ครองบ้านเมือง ๑ เป็นของทั่วไปแก่โจร ๑ เป็นของทั่วไปแก่ทายาทอัปรีย์ ๑ ภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะโภคทรัพย์ ๕ ประการนี้ คือ อาศัยโภคทรัพย์ บุคคลเลี้ยงตนให้เป็นสุข ๑ เลี้ยงมารดาบิดาให้เป็นสุข ๑ เลี้ยงบุตรภรรยา คนใช้ กรรมกร และคนงานให้เป็นสุข ๑ เลี้ยงมิตรสหายและคนใกล้ชิดช่วยกิจการ ให้เป็นสุข ให้อิ่มพอ บริหารให้เป็นสุขโดยชอบ ๑ บำเพ็ญทักษิณาในสมณพราหมณ์ทั้งหลายอย่างที่มีผลเลิศ อันให้ประสบสิ่งดีงามมีผลเป็นสุข เป็นไปเพื่อสวรรค์ ๑ ดังที่กล่าวแล้วว่า การใช้คำเหล่านี้เมื่อลงสู่รายละเอียด บางทีก็มีความแตกต่างและซับซ้อนสับสนบ้าง เช่น ในกรณีที่คำว่า ผล กับ วิบาก มาด้วยกัน อย่างในคำว่า ผลวิบาก (คือผลและวิบาก) ของกรรมที่ทำดีทำชั่ว ท่านอธิบายว่า ผล หมายถึงนิสสันทผล (รวมทั้งอานิสงสผล) และ วิบาก ก็คือวิบากผล แต่ในสำนวนว่า มีผลมาก มีอานิสงส์มาก บางคัมภีร์ (ดู ปฏิสํ.อ. ๒/๖๒/๕๔; ที.อ.๒/๔๓๘/๔๒๙) อธิบายว่า ที่ว่าไม่มีผลมาก คือโดยวิบากผล ที่ว่าไม่มีอานิสงส์มาก คือโดยนิสสันทผล (หรือโดยอานิสงสผล) แต่บางคัมภีร์ (ดู ม.อ. ๑/๖๕/๑๗๑; ๒/๘๙/๒๒๐; องฺ.อ. ๓/๖๖๓/๓๕๗) อธิบายว่า ที่ว่ามีผลมาก มีอานิสงส์มากนั้น ทั้งสองอย่าง โดยความหมายก็อย่างเดียวกัน และบางทีก็ให้ความหมายเพิ่มอีกนัยหนึ่งว่า มีผลมาก คืออำนวยโลกิยสุขมาก มีอานิสงส์มาก คือเป็นปัจจัยแห่งโลกุตตรสุขอันยิ่งใหญ่; ดู นิสสันท์, วิบาก, อานิสงส์ 2. ชื่อแห่งโลกุตตรธรรมคู่กับมรรคและเป็นผลแห่งมรรค มี ๔ ชั้น คือ โสดาปัตติผล ๑ สกทาคามิผล ๑ อนาคามิผล ๑ อรหัตตผล ๑; คู่กับ มรรค |
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์
คำว่า ผล 2 ผล ๔
https://84000.org/tipitaka/dic/v_i.php?i=2028
|
|
บันทึก ๒, ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจาก พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๔๖ บันทึก ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ พิมพ์ครั้งที่ ๓๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]