ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
คำว่า กกุธานที คำว่า ผรุสาย วาจาย เวรมณี คำว่า ผล 2 ผล ๔  คำว่า ผลญาณ คำว่า โอฬาริกรูป
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

ผล 1. สิ่งที่เกิดจากเหตุ, ประโยชน์หรือโทษที่ได้รับสนองหรือตอบแทน;
       “ผล” มีชื่อเรียกหลายอย่างตามความหมายที่จำเพาะหรือที่มีนัยต่างกันออกไป เฉพาะอย่างยิ่งคือ วิบาก (วิบากผล) นิสสันท์ (นิสสันทผล) อานิสงส์ (อานิสงสผล);
       คำเหล่านี้ มีความหมายก่ายเกยกันอยู่บ้าง และบางทีก็ใช้อย่างหลวมๆ ทำให้ปะปนสับสนกัน แต่ว่าตามความหมายพื้นฐาน วิบาก หมายถึงผลโดยตรงของกรรมต่อชีวิตของตัวผู้กระทำ ไม่ว่าจะเป็นผลดีหรือผลร้ายสุดแต่กรรมดีหรือกรรมชั่วที่เขาได้ทำ,
       นิสสันท์ หมายถึงผลโดยอ้อมที่สืบเนื่องหรือพ่วงพลอยมากับผลแห่งกรรมนั้น ไม่ว่าจะเป็นอิฏฐารมณ์หรืออนิฏฐารมณ์ อันนำมาซึ่งสุขหรือโศก ทั้งที่เกิดแก่ตัวเขาเอง และแก่คนอื่นที่เกี่ยวข้อง (ตัวอย่างดังในหลักปฏิจจสมุปบาทว่า ภพ เป็นวิบาก ชาติชรามรณะ เป็นนิสสันท์, และ โสกะ ปริเทวะ เป็นต้น เป็นนิสสันท์พ่วงต่อออกไปอีก ซึ่งอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้) และนิสสันท์นั้นใช้ได้กับผลในเรื่องทั่วไป เช่น เอาวัตถุดิบมาเข้าโรงงานอุตสาหกรรม เกิดเป็นนิสสันท์หลั่งไหลออกมา ทั้งที่น่าปรารถนาคือผลิตภัณฑ์ และที่ไม่น่าปรารถนา เช่น กากและของเสียต่างๆ,
       อานิสงส์ หมายถึงผลดีที่งอกเงย หรือคุณค่าประโยชน์แถมเหมือนเป็นกำไร ซึ่งพลอยได้หรือพ่วงเพิ่มสืบเนื่องจากกรรมที่ดี เช่น เอาความรู้ที่เป็นประโยชน์ไปสอนเขา แล้วเกิดมีอานิสงส์ เช่น เขารักใคร่นับถือ ตลอดจนได้ลาภบางอย่างดังนี้ ก็ได้ หมายถึงผลดี คุณค่า ประโยชน์ของการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยทั่วไป ก็ได้,
       อานิสงส์นี้ ตรงข้ามกับอาทีนพ (หรืออาทีนวะ) ซึ่งหมายถึงโทษ ผลร้าย ส่วนเสีย ข้อบกพร่อง, พึงเห็นตัวอย่างดังพุทธพจน์ว่า (อง.ปญฺจก. ๒๒/๒๒๗/๒๘๗)
       “ภิกษุทั้งหลาย อาทีนพในเพราะโภคทรัพย์ ๕ ประการนี้ … คือ
           โภคทรัพย์เป็นของทั่วไปแก่ไฟ ๑
           เป็นของทั่วไปแก่น้ำ ๑
           เป็นของทั่วไปแก่ผู้ครองบ้านเมือง ๑
           เป็นของทั่วไปแก่โจร ๑
           เป็นของทั่วไปแก่ทายาทอัปรีย์ ๑ …
       ภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะโภคทรัพย์ ๕ ประการนี้ … คือ
           อาศัยโภคทรัพย์ บุคคลเลี้ยงตนให้เป็นสุข … ๑
           เลี้ยงมารดาบิดาให้เป็นสุข … ๑
           เลี้ยงบุตรภรรยา คนใช้ กรรมกร และคนงานให้เป็นสุข … ๑
           เลี้ยงมิตรสหายและคนใกล้ชิดช่วยกิจการ ให้เป็นสุข ให้อิ่มพอ บริหารให้เป็นสุขโดยชอบ ๑
           บำเพ็ญทักษิณาในสมณพราหมณ์ทั้งหลายอย่างที่มีผลเลิศ อันให้ประสบสิ่งดีงามมีผลเป็นสุข เป็นไปเพื่อสวรรค์ ๑ …”
       ดังที่กล่าวแล้วว่า การใช้คำเหล่านี้เมื่อลงสู่รายละเอียด บางทีก็มีความแตกต่างและซับซ้อนสับสนบ้าง เช่น ในกรณีที่คำว่า “ผล” กับ “วิบาก” มาด้วยกัน อย่างในคำว่า “ผลวิบาก (คือผลและวิบาก) ของกรรมที่ทำดีทำชั่ว…” ท่านอธิบายว่า “ผล” หมายถึงนิสสันทผล (รวมทั้งอานิสงสผล) และ “วิบาก” ก็คือวิบากผล
       แต่ในสำนวนว่า “มีผลมาก มีอานิสงส์มาก” บางคัมภีร์ (ดู ปฏิสํ.อ. ๒/๖๒/๕๔; ที.อ.๒/๔๓๘/๔๒๙) อธิบายว่า “ที่ว่าไม่มีผลมาก คือโดยวิบากผล ที่ว่าไม่มีอานิสงส์มาก คือโดยนิสสันทผล (หรือโดยอานิสงสผล)”
       แต่บางคัมภีร์ (ดู ม.อ. ๑/๖๕/๑๗๑; ๒/๘๙/๒๒๐; องฺ.อ. ๓/๖๖๓/๓๕๗) อธิบายว่า “ที่ว่ามีผลมาก มีอานิสงส์มากนั้น ทั้งสองอย่าง โดยความหมายก็อย่างเดียวกัน” และบางทีก็ให้ความหมายเพิ่มอีกนัยหนึ่งว่า “มีผลมาก คืออำนวยโลกิยสุขมาก มีอานิสงส์มาก คือเป็นปัจจัยแห่งโลกุตตรสุขอันยิ่งใหญ่”;
           ดู นิสสันท์, วิบาก, อานิสงส์
       2. ชื่อแห่งโลกุตตรธรรมคู่กับมรรคและเป็นผลแห่งมรรค มี ๔ ชั้น คือ
           โสดาปัตติผล ๑
           สกทาคามิผล ๑
           อนาคามิผล ๑
           อรหัตตผล ๑;
               คู่กับ มรรค

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์
คำว่า ผล 2 ผล ๔
https://84000.org/tipitaka/dic/v_i.php?i=2028

คำว่า กกุธานที คำว่า ผรุสาย วาจาย เวรมณี คำว่า ผล 2 ผล ๔  คำว่า ผลญาณ คำว่า โอฬาริกรูป

บันทึก ๒, ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจาก พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๔๖ บันทึก ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ พิมพ์ครั้งที่ ๓๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]