ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
คำว่า กกุธานที คำว่า หัตถกรรม คำว่า หัตถกะอาฬวกะ คำว่า หัตถบาส คำว่า โอฬาริกรูป
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

หัตถกะอาฬวกะ อริยสาวกสำคัญท่านหนึ่งในฝ่ายอุบาสก เป็นอนาคามี ถือกันว่าเป็นอัครอุบาสก เนื่องจากเป็นผู้ที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องว่าเป็นตราชูของอุบาสกบริษัท (คู่กับจิตตคฤหบดี) ท่านเป็นเอตทัคคะในบรรดาอุบาสกที่สงเคราะห์บริษัทด้วยสังคหวัตถุ ๔
       อริยสาวกท่านนี้มีตำนานประวัติตามที่อรรถกถาเล่าไว้ว่า เป็นโอรสของพระเจ้าอาฬวกะ ราชาแห่งแคว้นอาฬวี เมื่อประสูติ ได้นามว่าอาฬวกกุมาร ต่อมาได้มีคำนำหน้านามเดิมเพิ่มขึ้นว่า “หัตถกะ” โดยมีความเป็นมาว่า แต่เดิมมา ก่อนอาฬวกกุมารประสูติ ตามปกติราชาอาฬวกะทรงนำกองทหารเสด็จออกป่าล่าสัตว์เป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อเป็นการห้ามปรามโจรผู้ร้าย และป้องกันอริราชศัตรู พร้อมทั้งซ้อมกำลังทัพไว้
       ครั้งหนึ่ง ทรงตั้งกติกากับเหล่าทหารว่า ถ้าเนื้อวิ่งหนีออกไปทางข้างของผู้ใด ให้เป็นภาระของผู้นั้นที่จะไปจับเนื้อมา จำเพาะว่าเนื้อหนีออกไปทางข้างของพระองค์ จึงทรงไล่ตามเนื้อนั้นไปเป็นหนทาง ๓ โยชน์ จนเนื้อนั้นหมดแรงยืนนิ่งแช่น้ำอยู่ ก็ทรงจับมันฆ่าเสียได้ แต่แม้การจะสำเร็จ ก็ทรงเหน็ดเหนื่อย จึงแวะเข้าไปประทับนั่งพักใต้ร่มไทรใหญ่ต้นหนึ่ง
       บัดนั้น เทวดาซึ่งสิงสถิตที่นั่น ก็เข้ามาจับพระหัตถ์ไว้ และบอกว่าตนคือ อาฬวกยักษ์ ได้รับพรจากท้าวมหาราช (คือท้าวโลกบาล) ว่า สัตว์ใดก็ตามที่ล่วงล้ำเขตซึ่งเงาต้นไม้นั้นตกในเวลาเที่ยงวันเข้าไป ให้จับกินได้ อาฬวกราชจึงจะต้องเป็นอาหารของตน พระราชาทรงหาทางรอด ในที่สุด อาฬวกยักษ์ยอมปล่อยโดยมีเงื่อนไขว่า อาฬวกราชจะทรงส่งมนุษย์ไปให้อาฬวกยักษ์กิน พร้อมทั้งกับแกล้มวันละ ๑ คน ตอนแรกก็ส่งนักโทษประหารไปให้ ต่อมานักโทษหมด ต้องใช้วิธีล่อคนโดยให้เอาเงินหลวงไปทิ้งไว้ตามถนนหนทาง ใครหยิบหรือแม้แต่จับต้อง ก็ตั้งข้อหาแล้วจับตัวมาส่งให้อาฬวกยักษ์
       พอคนรู้กันก็ไม่มีใครจับต้องเงินหลวงนั้น ในขั้นสุดท้าย เมื่อไม่มีคนที่จะจับได้ ก็วางกติกาให้จับเด็กที่นอนหงายส่งไป ทำให้แม่ลูกอ่อนและสตรีมีครรภ์พากันหนีไปอยู่ในต่างแคว้นจนเด็กโต จึงพากลับเข้ามาเวลาล่วงไป ในที่สุด หาเด็กไม่ได้ อาฬวกราชถึงกับต้องยอมให้ส่งโอรสคืออาฬวกกุมารส่งไปให้แก่อาฬวกยักษ์
       ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าทรงมองเห็นอุปนิสัยของอาฬวกกุมารที่จะบรรลุอนาคามิผล และของอาฬวกยักษ์ที่จะเป็นโสดาบัน พร้อมทั้งประโยชน์ที่จะเกิดแก่มหาชน จึงเสด็จออกจากพระเชตวัน ทรงดำเนินด้วยพระบาทแต่ลำพังพระองค์เดียว ผ่านหนทาง ๓๐ โยชน์ จนมาถึงที่อยู่ของอาฬวกยักษ์ และเสด็จเข้าไปประทับข้างในขณะที่อาฬวกยักษ์ไม่อยู่
       เมื่อยักษ์กลับมาและขับไล่พระองค์ด้วยอาการหยาบคายและรุนแรงต่างๆ ก็ได้ทรงใช้วิธีอ่อนโยนและขันติธรรมเข้าตอบ จนอาฬวกยักษ์มีใจอ่อนโยนลง ท้ายสุดเปลี่ยนเป็นถามปัญหา ซึ่งพระองค์ก็ทรงตอบตรงจุด ทำให้อาฬวกยักษ์เกิดความเข้าใจแจ่มแจ้งเห็นธรรมบรรลุโสดาปัตติผล
       การทรงผจญและสอนยักษ์ ดำเนินไปตลอดคืนจนอาฬวกยักษ์บรรลุธรรมตอนรุ่งสว่าง ก็พอดีราชบุรุษนำอาฬวกกุมารมาถึง เมื่ออาฬวกยักษ์ได้รับมอบอาฬวกกุมารมา ก็ถวายกุมารนั้นแด่พระพุทธเจ้า และพระพุทธเจ้าก็ทรงมอบอาฬวกกุมารคืนให้แก่พวกราชบุรุษที่นำมา พร้อมทั้งตรัสว่า ให้พวกเขาเลี้ยงราชกุมารนั้นจนเติบโตแล้วจึงค่อยนำมาถวายแด่พระองค์ใหม่อีก
       และด้วยเหตุที่อาฬวกกุมารนั้นเหมือนเดินทาง ผ่านจากมือของราชบุรุษสู่มือยักษ์ จากมือยักษ์สู่พระหัตถ์ของพระพุทธเจ้า และจากพระหัตถ์ของพระพุทธเจ้า วนกลับสู่มือของราชบุรุษอีก อาฬวกกุมารก็จึงได้มีคำว่า “หัตถกะ” มานำหน้าชื่อ เป็นหัตถกะอาฬวกะ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเชื่อมโยงให้หัตถกะอาฬวกะ
       เมื่อเจริญวัยขึ้นมา ก็ได้มาใกล้ชิดพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ และไม่ช้าไม่นานนัก ก็ได้บรรลุอนาคามิผล;
       ดู ตุลา, เอตทัคคะ

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์
คำว่า หัตถกะอาฬวกะ
https://84000.org/tipitaka/dic/v_i.php?i=3978

คำว่า กกุธานที คำว่า หัตถกรรม คำว่า หัตถกะอาฬวกะ คำว่า หัตถบาส คำว่า โอฬาริกรูป

บันทึก ๒, ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจาก พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๔๖ บันทึก ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ พิมพ์ครั้งที่ ๓๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]