ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
คำว่า กกุธานที คำว่า คันธกุฎี คำว่า คันธาระ คำว่า คันโพง คำว่า โอฬาริกรูป
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

คันธาระ ชื่อแคว้นลำดับที่ ๑๕ ในบรรดา ๑๖ แว่นแคว้นใหญ่ ที่เรียกว่ามหาชนบทแห่งชมพูทวีป ตั้งอยู่แถบลุ่มแม่น้ำสินธุตอนเหนือ ปัจจุบันอยู่ในเขตปากีสถาน เริ่มแต่แคว้นปัญจาบภาคเหนือ คลุมไปถึงบางส่วนของประเทศอัฟกานิสถาน รวมทั้งเมืองกันทหาร (Kandahar, สันนิษฐานว่าเลือนมาจากชื่อเดิมของแคว้นนี้ คือ Gandhara)
       ในพุทธกาล คันธาระมีนครหลวงชื่อ ตักสิลา ซึ่งเป็นนครที่รุ่งเรืองด้วยศิลปวิทยาต่างๆ มีพระราชาปกครอง พระนามว่า ปุกกุสาติ ในพระไตรปิฎก คันธาระเป็นแคว้นใหญ่ มีชื่อเฉพาะตัว แต่เมื่อถึงยุคอรรถกถา คันธาระมักปรากฏชื่อรวมอยู่ด้วยกันกับแคว้นกัสมีระ โดยเรียกชื่อรวมกันว่า แคว้นกัสมีรคันธาระ
       (ในพระไตรปิฎก กัสมีระยังไม่มีชื่อปรากฏ) ซึ่งแสดงว่าดินแดนทั้งสองนี้อยู่ข้างเคียงติดต่อกันและในยุคนั้นเป็นอันเดียวกันทางการเมือง ต่อมา คันธาระถูกทำลายแม้แต่ชื่อก็เลือนหายไป เหลือแต่กัศมีระ (ปัจจุบันเขียน กัศมีร์, รูปสันสกฤตเดิมเป็น กศฺมีร, บาลีเป็น กสฺมีร, ในภาษาไทย บางทีเรียกเพี้ยนเป็นแคชเมียร์)
       ซึ่งในปัจจุบันปรากฏชื่อรวมอยู่ด้วยกันกับแคว้นชัมมู โดยเรียกชื่อรวมกันว่า ชัมมูและกัศมีร์ (Jammu and Kashmir) และเป็นดินแดนที่เป็นกรณีพิพาทระหว่างอินเดียกับปากีสถาน ตลอดมาตั้งแต่ประเทศทั้งสองนั้นแบ่งแยกจากกันในปี ๒๔๙๐ (ค.ศ. 1947) กับทั้งจีนก็ได้ครอบครองแถบตะวันออกบางส่วนของกัศมีระ เกิดเป็นกรณีพิพาทกับอินเดียด้วย, สำหรับดินแดนส่วนที่เป็นของอินเดีย ซึ่งอยู่ใต้ส่วนที่พิพาทกันอยู่นั้น เรียกว่า รัฐชัมมูและกัศมีร์ เป็นรัฐเหนือสุดของอินเดีย มีเมืองหลวงชื่อว่าศรีนคร (Sri Nagar);
       ดู ชมพูทวีป, ตักสิลา

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์
คำว่า คันธาระ
https://84000.org/tipitaka/dic/v_i.php?i=402

คำว่า กกุธานที คำว่า คันธกุฎี คำว่า คันธาระ คำว่า คันโพง คำว่า โอฬาริกรูป

บันทึก ๒, ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจาก พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๔๖ บันทึก ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ พิมพ์ครั้งที่ ๓๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]