ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
คำว่า กกุธานที คำว่า อาฆาต คำว่า อาฆาตวัตถุ คำว่า อาจริยมัตต์ คำว่า โอฬาริกรูป
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

อาฆาตวัตถุ เรื่องเป็นที่ตั้งแห่งอาฆาต, เหตุให้เกิดความเคียดแค้น, เหตุแห่งความผูกใจเจ็บ
       อาฆาตวัตถุ ๑๐ คือ
           ๑. ผูกอาฆาตว่า ผู้นั้นได้ประพฤติการเสียหายแก่เราแล้ว
           ๒. ผูกอาฆาตว่า ผู้นั้นกำลังประพฤติการเสียหายแก่เรา
           ๓. ผูกอาฆาตว่า ผู้นั้นจักประพฤติการเสียหายแก่เรา
           ๔. ผูกอาฆาตว่า ผู้นั้นได้ประพฤติการเสียหายแก่ผู้เป็นที่รักที่ชอบใจของเราแล้ว
           ๕. ผูกอาฆาตว่า ผู้นั้นกำลังประพฤติการเสียหายแก่ผู้เป็นที่รักที่ชอบใจของเรา
           ๖. ผูกอาฆาตว่า ผู้นั้นจักประพฤติการเสียหายแก่ผู้เป็นที่รักที่ชอบใจของเรา
           ๗. ผูกอาฆาตว่า ผู้นั้นได้ประพฤติการเป็นประโยชน์แก่ผู้ไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่ชอบใจของเราแล้ว
           ๘. ผูกอาฆาตว่า ผู้นั้นกำลังประพฤติการเป็นประโยชน์แก่ผู้ไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่ชอบใจของเรา
           ๙. ผูกอาฆาตว่า ผู้นั้นจักประพฤติการเป็นประโยชน์แก่ผู้ไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่ชอบใจของเรา
           ๑๐. โกรธในกรณีอันมิใช่ฐานะ (ในเรื่องไม่เป็นเรื่อง) (องฺ.ทสก.๒๔/๗๙/๑๖๐)
       อาฆาตวัตถุ ๑๐ นี้ ในพระอภิธรรมก็แสดงไว้ แต่ใช้สำนวนความต่างออกไปเล็กน้อย เช่นว่า
       “๑. ความอาฆาตเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นั้นได้ประพฤติการเสียหายแก่เราแล้ว…
       ๙. ความอาฆาตเกิดขึ้นด้วยคิดว่า ผู้นั้นจักประพฤติการเป็นประโยชน์แก่ผู้ไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่ชอบใจของเรา
       ๑๐. ความอาฆาตเกิดขึ้นในกรณีอันมิใช่ฐานะ” (อภิ.วิ. ๓๕/๑๐๒๗/๕๒๘)
       ในพระสูตรหลายแห่ง และพระอภิธรรมบางแห่ง แสดง อาฆาตวัตถุ ๙ (ไม่มีข้อ ๑๐)
       (เช่น องฺ.นวก. ๒๓/๒๓๓/๔๒๒; อภิ.วิ. ๓๕/๑๐๒๐/๕๒๖)
       อาฆาตวัตถุ ๙ ข้อแรกนั้นมีความชัดอยู่แล้ว ส่วนข้อ ๑๐ ที่ว่าโกรธว่าอาฆาตในกรณีอันมิใช่ฐานะ เข้าใจได้ง่ายด้วยตัวอย่างเช่นว่า โกรธฝนว่าทำให้ตนมีเสื้อผ้าเปียก โกรธพระอาทิตย์ว่าทำให้แดดร้อน โกรธต้นโพธิ์ว่าใบมากกวาดไม่ไหว โกรธลมพัดว่าทำให้ห่มจีวรไม่ได้ โกรธตอไม้ว่าทำให้สะดุดถลาไปแทบจะล้ม ฯลฯ,
       ในอาฆาตวัตถุ ๙ ข้อแรก อาฆาตเกิดขึ้นต่อสัตว์บุคคล ทำให้เสียกรรมบถ (คือเป็นอกุศลกรรมบถ) ส่วนในข้อ ๑๐ อาฆาตเกิดต่อสังขาร เป็นแค่กรรม (=อกุศลกรรม) แต่ไม่เป็นกรรมบถ (ไม่เป็นอกุศลกรรมบถ)
       [หลักทั่วไปมีอยู่ว่า ความโกรธเกิดขึ้นต่อสังขาร เป็นกรรม ไม่เป็นกรรมบถ, ความโกรธเกิดขึ้นต่อสัตว์ ถ้าเพียงโกรธเคืองเขา ก็เป็นกรรม ยังไม่เป็นกรรมบถ ต่อเมื่อคิดจะให้เขาถูกฆ่า หรือพินาศวอดวาย จึงเป็นกรรมบถ]
       ในพระวินัย กล่าวถึงทั้งอาฆาตวัตถุ ๙ และอาฆาตวัตถุ ๑๐ (ไม่แจกข้อย่อยไว้) และกล่าวว่า อาฆาตวัตถุ ๙ เป็นเหตุให้สงฆ์แตกกันได้ (วินย. ๘/๑๒๗๒/๕๒๒)

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์
คำว่า อาฆาตวัตถุ
https://84000.org/tipitaka/dic/v_i.php?i=4522

คำว่า กกุธานที คำว่า อาฆาต คำว่า อาฆาตวัตถุ คำว่า อาจริยมัตต์ คำว่า โอฬาริกรูป

บันทึก ๒, ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจาก พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๔๖ บันทึก ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ พิมพ์ครั้งที่ ๓๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]