ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
คำว่า กกุธานที คำว่า อารยอัษฎางคิกมรรค คำว่า อารักขกัมมัฏฐาน ๔ คำว่า อารักขสัมปทา คำว่า โอฬาริกรูป
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

อารักขกัมมัฏฐาน กรรมฐานเป็นเครื่องรักษาตน,
       กรรมฐานเป็นเครื่องรักษาผู้ปฏิบัติให้สงบระงับและให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
       ท่านจัดเป็นชุดขึ้นภายหลัง ดังมีกล่าวถึงในอรรถกถา (วินย.อ.๓/๓๗๔) และฎีกาพระวินัย (วินย.ฏี.๒/๖๗/๑๗๙) มี ๔ ข้อ เรียกว่า จตุรารักขา (เรียกให้สั้นว่า จตุรารักข์ หรือจตุรารักษ์) คือ พุทธานุสติ เมตตา อสุภะ และมรณสติ,
       ต่อมาในลังกาทวีป พระธรรมสิริเถระได้เขียนอธิบายไว้ในคัมภีร์ขุททสิกขา และในพม่า ที่เมืองร่างกุ้ง ได้มีพระเถระชื่ออัครธรรม ถึงกับแต่งคัมภีร์ขึ้นอธิบายเรื่องนี้โดยเฉพาะ เรียกว่า จตุรารักขทีปนี;
       ในหนังสือนวโกวาท มีคำอธิบายซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่า “อารักขกัมมัฏฐาน ๔
           ๑. พุทธานุสสติ ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้าที่มีในพระองค์ และทรงเกื้อกูลแก่ผู้อื่น
           ๒. เมตตา แผ่ไมตรีจิต คิดจะให้สัตว์ทั้งปวงเป็นสุขทั่วหน้า
           ๓. อสุภะ พิจารณาร่างกายตนและผู้อื่นให้เห็นเป็นไม่งาม
           ๔. มรณัสสติ นึกถึงความตายอันจะมีแก่ตน.
       กัมมัฏฐาน ๔ อย่างนี้ ควรเจริญเป็นนิตย์”

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์
คำว่า อารักขกัมมัฏฐาน ๔
https://84000.org/tipitaka/dic/v_i.php?i=4617

คำว่า กกุธานที คำว่า อารยอัษฎางคิกมรรค คำว่า อารักขกัมมัฏฐาน ๔ คำว่า อารักขสัมปทา คำว่า โอฬาริกรูป

บันทึก ๒, ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจาก พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๔๖ บันทึก ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ พิมพ์ครั้งที่ ๓๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]