ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
คำว่า กกุธานที คำว่า ไตรทศ คำว่า ไตรทิพ, ไตรทิพย์ คำว่า ไตรปิฎก คำว่า โอฬาริกรูป
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

ไตรทิพ, ไตรทิพย์ “แดนทิพย์ทั้งสาม” หรือ “สามแดนเทพ”, ตรงกับคำบาลีว่า “ติทิว”
       ซึ่งในพระไตรปิฎกพบใช้เฉพาะในคำร้อยกรอง คือคาถา หมายถึงเทวโลก
       ในความหมายอย่างกว้าง ที่รวมทั้งพรหมโลก (คือ กามาวจรเทวโลก รูปาวจรเทวโลก และอรูปาวจรเทวโลก) มักใช้อย่างไม่เจาะจง คือหมายถึงแดนเทพแห่งใดแห่งหนึ่ง อันมักรู้ได้ด้วยข้อความแวดล้อมในที่นั้นว่าหมายถึงแห่งใด
       เช่น ในคาถาของพระกาฬุทายีเถระ (ขุ.เถร. ๒๖/๓๗๐/๓๔๘) ว่า
       “พระนางเจ้ามายา พุทธมารดา มเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ ทรงบริหารพระองค์ผู้เป็นพระโพธิสัตว์มาด้วยพระครรภ์ ครั้นทำลายขันธ์แล้ว ทรงบันเทิงอยู่ในไตรทิพย์” ไตรทิพย์ (ติทิว) ในที่นี้ หมายถึงสวรรค์ชั้นดุสิต,
       เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าประทับนั่งสงบอยู่ ณ ไพรสณฑ์แห่งหนึ่งในแคว้นโกศล พราหมณ์สำคัญคนหนึ่ง พร้อมด้วยศิษย์จำนวนมาก ได้เข้าไปกล่าวข้อความแด่พระองค์เป็นคาถา มีความตอนหนึ่งว่า (สํ.ส. ๑๕/๗๑๐/๒๖๕)
       “ท่านมาอยู่ในป่าเปลี่ยวเพียงผู้เดียวอย่างเอิบอิ่มใจ ตัวข้าพเจ้านี้มุ่งหวังไตรทิพย์อันสูงสุด จึงเขม้นหมายถึงการที่จะได้เข้ารวมอยู่กับพระพรหมเจ้า ผู้เป็นอธิบดีแห่งโลก เหตุไฉนท่านจึงพอใจป่าวังเวงที่ปราศจากผู้คน ณ ที่นี้ ท่านกำลังบำเพ็ญตบะเพื่อจะถึงองค์พระพรหมเป็นเจ้ากระนั้นหรือ?” ไตรทิพย์ (ติทิว) ในที่นี้ หมายถึงพรหมโลก,
       อุบาสิกาท่านหนึ่งซึ่งได้เกิดเป็นเทพบุตร กล่าวคาถาไว้ตอนหนึ่งมีความว่า (ที.ม. ๑๐/๒๕๓/๓๐๖)
       “ข้าพเจ้าได้เป็นอุบาสิกาของพระผู้ทรงจักษุ มีนามปรากฏว่า โคปิกา .. ข้าฯ มีจิตเลื่อมใส ได้บำรุงสงฆ์ .. (บัดนี้) ข้าฯ ได้เข้าถึงไตรทิพย์ เป็นบุตรของท้าวสักกะ มีอานุภาพยิ่งใหญ่ มีความรุ่งเรืองมาก ณ ที่นี้ พวกเทวดารู้จักข้าฯ ว่า โคปกเทพบุตร” ไตรทิพย์ (ติทิว) ในที่นี้ หมายถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
       คัมภีร์ชั้นหลังแห่งหนึ่ง (อนุฎีกาแห่งปัญจปกรณ์) กล่าวถึง ไตรทิพย์ที่หมายถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ดังอธิบายว่า “ติทิว” คือโลกชั้นที่ ๓ โดยเทียบกันในสุคติภูมิ นับเป็น ๑. มนุษย์ ๒. จาตุมหาราชิกา ๓. ดาวดึงส์
       อภิธานัปปทีปิกาฏีกา ซึ่งเป็นคัมภีร์ชั้นหลังมากสักหน่อย (แต่งในพม่า ในยุคที่ตรงกับสมัยสุโขทัย) อธิบายว่า “ชื่อว่า ‘ติทิว’ (ไตรทิพ) เพราะเป็นที่เพลิดเพลินของเทพทั้ง ๓ คือ พระหริ (พระวิษณุ หรือนารายณ์) พระหระ (พระศิวะ หรืออิศวร) และพระพรหม” (ที่จริง หริ-หระ เพิ่งปรากฏเป็นสำคัญขึ้นมาในศาสนาฮินดู หลังพุทธกาลหลายศตวรรษ),
       ตรีทิพ ก็ว่า; เทียบ ไตรทศ

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์
คำว่า ไตรทิพ, ไตรทิพย์
https://84000.org/tipitaka/dic/v_i.php?i=886

คำว่า กกุธานที คำว่า ไตรทศ คำว่า ไตรทิพ, ไตรทิพย์ คำว่า ไตรปิฎก คำว่า โอฬาริกรูป

บันทึก ๒, ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจาก พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๔๖ บันทึก ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ พิมพ์ครั้งที่ ๓๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]