![]() |
|
| บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ | |
|
|
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
| ถวายพรพระ (พระสงฆ์) สวดพุทธชัยมงคลคาถา (หรือชยมังคลัฏฐกคาถา) ในพิธี โดยเฉพาะก่อนเจ้าภาพถวายภัตตาหาร, เป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติมาว่า ในงานพิธีที่มีการสวดมนต์เย็น แล้วฉันเช้า หรือฉันเพลในวันรุ่งขึ้น เมื่อจะฉันภัตตาหารเช้าหรือเพลนั้น มีการสวดถวายพรพระก่อน
คือ เมื่อเจ้าภาพจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และสมาทานศีลแล้ว พระสงฆ์จะสวดถวายพรพระต่อไปเลย โดยไม่ต้องอาราธนาพระปริตร ดังนี้ ๑. นมการปาฐะ (นโม ๓ จบ) ๒. พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ (อิติปิ โส ภควา ฯเปฯ อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสาติ) ๓. บทถวายพรพระ คือชยมังคลัฏฐกคาถา (พาหุํ ฯเปฯ นโร สปญฺโญ) ๔. ชยปริตฺตคาถา (มหาการุณิโก นาโถ ฯเปฯ ลภนฺตตฺเถ ปทกฺขิเณ) จบแล้ว สวด ภวตุ สพฺพมงคลํ ฯเปฯ สทา โสตฺถี ภวนฺตุ เต ต่อไปเลย โดยไม่ต้องหยุดขึ้นใหม่ (มักพูดให้จำกันง่ายๆ ว่า ถวายพรพระ คือสวด นโม อิติปิ โส พาหุํ มหากาฯ ภวตุ สพฺฯ ) เมื่อสวดจบแล้ว พระสงฆ์ก็รับภัตตาหารฉันต่อไป ที่เรียกว่า บทถวายพรพระ ก็คือ พุทธชัยมงคลคาถา หรือ ชยมังคลัฏฐกคาถา (บางทีเรียกง่ายๆ ว่า คาถาพาหุง) พึงสังเกตว่า ในการถวายพรพระตามธรรมเนียมที่กล่าวมานั้น พระสงฆ์สวดทั้งพุทธชัยมงคลคาถา (ชยมังคลัฏฐกคาถา หรือคาถาพาหุง) และต่อด้วยชยปริตตคาถา ซึ่งมีชัยมงคลคาถา (คือคาถามหาการุณิโก ซึ่งมีบท ชยนฺโต ); ดู ชยมังคลัฏฐกคาถา, ชยปริตตคาถา, ชยปริตร, ชัยมงคลคาถา |
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์
คำว่า ถวายพรพระ
https://84000.org/tipitaka/dic/v_i.php?i=900
|
|
บันทึก ๒, ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจาก พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๔๖ บันทึก ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ พิมพ์ครั้งที่ ๓๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]