ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
            การค้นหาคำว่า “ สัทธา ”             ผลการค้นหาพบ  9  ตำแหน่ง ดังนี้ :-

แสดงผลการค้น ลำดับที่  1 / 9
กัมมสัทธา ดู สัทธา

แสดงผลการค้น ลำดับที่  2 / 9
กัมมัสสกตาสัทธา ความเชื่อว่า สัตว์มีกรรมเป็นของตัว ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว,
       เป็นคำที่ผูกขึ้นภายหลัง โดยจัดไว้ในชุดสัทธา ๔
       ส่วนในพระไตรปิฎกและคัมภีร์ทั้งหลาย มีแต่ กัมมัสสกตาญาณ;
       ดู กัมมัสสกตาญาณ, สัทธา

แสดงผลการค้น ลำดับที่  3 / 9
ตถาคตโพธิสัทธา ความเชื่อปัญญาตรัสรู้ของพระตถาคต
       (ผูกเป็นศัพท์ขึ้นจากความบาลีว่า “สทฺทหติ ตถาคตสฺส โพธึ”);
       ดู สัทธา

แสดงผลการค้น ลำดับที่  4 / 9
วิปากสัทธา ดู สัทธา

แสดงผลการค้น ลำดับที่  5 / 9
สัทธา ความเชื่อ, ความเชื่อถือ;
       ในทางธรรม หมายถึง เชื่อสิ่งที่ควรเชื่อ, ความเชื่อที่ประกอบด้วยเหตุผล, ความเชื่อมั่นในสิ่งที่ดีงาม, ความเลื่อมใสซาบซึ้งชื่นใจสนิทใจเชื่อมั่นมีใจโน้มน้อมมุ่งแล่นไปตามไปรับคุณความดีในบุคคลหรือสิ่งนั้นๆ, ความมั่นใจในความจริง ความดี สิ่งดีงาม และในการทำความดี ไม่ลู่ไหลตื่นตูมไปตามลักษณะอาการภายนอก (ข้อ ๑ ในอินทรีย์ ๕, ข้อ ๑ ในพละ ๕, ข้อ ๑ ในเวสารัชชกรณธรรม ๕, ข้อ ๑ ในอริยวัฑฒิ ๕, ข้อ ๑ ในสัทธรรม ๗, ข้อ ๑ ในอริยทรัพย์ ๗);
       เขียนอย่างสันสกฤตเป็น ศรัทธา
       ศรัทธาที่เป็นหลักแกนกลาง ซึ่งพบทั่วไปในพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าตรัสแสดงไว้เป็นข้อเดียว (เช่น องฺ.ปญฺจก. ๒๒/๕๓/๗๔) คือ ตถาคตโพธิสัทธา ความเชื่อปัญญาตรัสรู้ของพระตถาคต (คำบาลีว่า “สทฺทหติ ตถาคตสฺส โพธึ”; บางครั้ง เมื่อทรงแสดงคุณสมบัติของอริยสาวก จึงตรัสถึงอเวจจปสาทะ คือความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหว ในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม และในพระสงฆ์ เช่น องฺ.นวก. ๒๓/๒๓๑/๔๒๐)
       ศรัทธาที่มักกล่าวถึงในอรรถกถา ได้แก่ (อุ.อ.๒๓๕; อิติ.อ.๗๔; จริยา.อ.๓๓๖) สัทธา ๒ คือ
           ๑. ตถาคตโพธิสัทธา เชื่อปัญญาตรัสรู้ของพระตถาคต
           ๒. กัมมผลสัทธา เชื่อกรรมและผลของกรรม,
       แต่หลายแห่ง (เช่น อุ.อ.๑๑๐; อิติ.อ.๓๕๓; เถร.อ.๑/๔๙๐) แสดงสัทธา ๒ คือ
           ๑. กัมมผลสัทธา เชื่อกรรมและผลของกรรม
           ๒. รตนัตตยสัทธา เชื่อพระรัตนตรัย (กัมมผลสัทธา เป็นโลกิยสัทธา, รตนัตตยสัทธา ถ้าถูกต้องจริงแท้เห็นประจักษ์ด้วยปัญญามั่นคง ไม่หวั่นไหว เป็นโลกุตตรสัทธา);
       อย่างไรก็ตาม ที่รู้จักกันมาก คือ สัทธา ๔ ซึ่งเป็นชุดสืบๆ กันมา ที่จัดรวมขึ้นภายหลัง คือ
           ๑. กัมมสัทธา เชื่อกรรม เชื่อการกระทำ
           ๒. วิปากสัทธา เชื่อผลของกรรม
           ๓. กัมมัสสกตาสัทธา เชื่อว่าสัตว์มีกรรมเป็นของตัว ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
           ๔. ตถาคตโพธิสัทธา เชื่อปัญญาตรัสรู้ของพระตถาคต
       อรรถกถาทั้งหลายจำแนกว่ามี สัทธา ๔ ระดับ (เช่น ที.อ.๓/๒๒๗; ม.อ.๓/๒๓๗; องฺ.อ. ๓/๒๙) คือ
           ๑. อาคมนสัทธา ความเชื่อความมั่นใจของพระโพธิสัตว์ อันสืบมาจากการบำเพ็ญสั่งสมบารมี (อาคมนียสัทธา หรืออาคมสัทธา ก็เรียก)
           ๒. อธิคมสัทธา ความเชื่อมั่นของพระอริยบุคคล ซึ่งเกิดจากการเข้าถึงด้วยการบรรลุธรรมเป็นประจักษ์ (อธิคมนสัทธา ก็เรียก)
           ๓. โอกัปปนสัทธา ความเชื่อหนักแน่นสนิทแน่วเมื่อได้ปฏิบัติก้าวหน้าไปในการเห็นความจริง (โอกัปปนียสัทธา ก็เรียก, ท่านว่าตรงกับอธิโมกข์ หรืออธิโมกขสัทธา)
           ๔. ปสาทสัทธา ความเชื่อที่เป็นเพียงความเลื่อมใสจากการได้ยินได้ฟัง

แสดงผลการค้น ลำดับที่  6 / 9
สัทธาจริต พื้นนิสัยหนักในศรัทธา เชื่อง่าย พึงแก้ด้วยปสาทนียกถา คือ ถ้อยคำที่นำให้เกิดความเลื่อมใสในทางที่ถูกที่ควร และด้วยความเชื่อที่มีเหตุผล
       (ข้อ ๔ ในจริต ๖)

แสดงผลการค้น ลำดับที่  7 / 9
สัทธานุสารี “ผู้แล่นไปตามศรัทธา”, “ผู้แล่นตามไปด้วยศรัทธา”,
       พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติมรรค ที่มีสัทธินทรีย์แรงกล้า
       (เมื่อบรรลุผล จะกลายเป็นสัทธาวิมุต);
       ดู อริยบุคคล ๗

แสดงผลการค้น ลำดับที่  8 / 9
สัทธาวิมุต “ผู้หลุดพ้นด้วยศรัทธา”
       พระอริยบุคคล ตั้งแต่โสดาบันขึ้นไป จนถึงผู้ตั้งอยู่ในอรหัตตมรรคที่มีสัทธินทรีย์แรงกล้า
       (เมื่อบรรลุอรหัตตผล จะกลายเป็นปัญญาวิมุต);
       ดู อริยบุคคล ๗

แสดงผลการค้น ลำดับที่  9 / 9
สัทธาสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศรัทธา คือ เชื่อสิ่งที่ควรเชื่อ เช่น เชื่อว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นต้น
       (ข้อ ๑ ในสัมปรายิกัตถสังวัตตนิกธรรม ๔)


พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์
https://84000.org/tipitaka/dic/v_seek.php?text=สัทธา
https://84000.org/tipitaka/dic/v_seek.php?text=%CA%D1%B7%B8%D2


บันทึก ๒, ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจาก พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๔๖ บันทึก ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ พิมพ์ครั้งที่ ๓๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]