ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
พระไตรปิฎก
 หน้า
 แสดง
หน้า
พระไตรปิฏกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

หน้าที่ ๔๐๘-๔๐๙.


                                                                 พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๖. ฉักกนิบาต]

                                                                 ๕. มาลุงกยปุตตเถรคาถา

[๓๙๗] ร่างกายกลางวัน กลางคืน ก็เหมือนกัน กลางคืน กลางวัน ก็เหมือนกัน ในกาลก่อนกับภายหลัง ก็เหมือนกัน ภายหลัง กับกาลก่อนก็เหมือนกัน [๓๙๘] อิสรชนผู้เพียบพร้อมด้วยกามสุข ที่เขาบำเรอด้วยดนตรีเครื่องห้า ย่อมไม่ยินดีเช่นนั้น เหมือนกับเราผู้มีจิตแน่วแน่ พิจารณาเห็นธรรมแจ่มแจ้งโดยชอบ
๕. มาลุงกยปุตตเถรคาถา
ภาษิตของพระมาลุงกยบุตรเถระ
(พระมาลุงกยบุตรเถระแสดงธรรมด้วย ๖ คาถาไว้ดังนี้ว่า) [๓๙๙] ตัณหา ย่อมเจริญแก่มนุษย์ ผู้ประพฤติประมาท เหมือนเถาย่านทรายเจริญอยู่ในป่า เขาย่อมเร่ร่อนไปมา เหมือนวานรที่ต้องการผลไม้ เที่ยวเร่ร่อนไปในป่า [๔๐๐] ตัณหาที่เลวทรามซ่านไปในโลกนี้ ย่อมครอบงำบุคคลใดไว้ได้ ความโศกย่อมเจริญแก่บุคคลนั้น เหมือนหญ้าคมบางที่ถูกฝนตกรดแล้วเจริญงอกงามขึ้น [๔๐๑] ส่วนบุคคลใด ครอบงำตัณหาที่เลวทรามนั้น ซึ่งล่วงได้ยาก ในโลกไว้ได้ ความโศกย่อมตกไปจากบุคคลนั้น เหมือนหยาดน้ำกลิ้งตกไปจากใบบัว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๐๘}

                                                                 พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๖. ฉักกนิบาต]

                                                                 ๖. สัปปทาสเถรคาถา

[๔๐๒] เพราะเหตุนั้น เราขอเตือนท่านทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายที่ประชุมกันในที่นี้ จงมีความเจริญ ขอท่านทั้งหลายจงขุดรากเหง้าแห่งตัณหา เหมือนผู้ต้องการหญ้าแฝกขุดหญ้าแฝกอยู่ มารอย่าได้ระรานท่านทั้งหลายอยู่ร่ำไป เหมือนกระแสน้ำระรานไม้อ้อ [๔๐๓] ท่านทั้งหลาย จงทำตามพระพุทธพจน์ ขณะอย่าได้ล่วงเลยท่านทั้งหลายไปเสีย เพราะเหล่าชนที่ปล่อยให้ขณะล่วงเลยไป แออัดกันในนรก เศร้าโศกอยู่ [๔๐๔] ความประมาทคือความเลินเล่อ จัดเป็นธุลี ธุลีเกิดจากความประมาท บุคคลพึงถอนลูกศรที่เสียบอยู่ในหทัยของตน ด้วยความไม่ประมาท และด้วยวิชชาเถิด
๖. สัปปทาสเถรคาถา
ภาษิตของพระสัปปาทเถระ
(พระสัปปทาสเถระได้กล่าว ๖ คาถาไว้ดังนี้ว่า) [๔๐๕] ตั้งแต่เราบวชมาได้ ๒๕ พรรษา ไม่ได้ความสงบใจ แม้เพียงดีดนิ้วมือ [๔๐๖] เราไม่ได้เอกัคคตาจิต๑- ถูกกามราคะรบกวน ประคองแขนคร่ำครวญ ไม่ยอมออกจากวิหารโดยคิดว่า @เชิงอรรถ : @ จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๐๙}

เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับ มจร. เล่มที่ ๒๖ หน้าที่ ๔๐๘-๔๐๙. http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/read_page.php?book=26&page=408&pages=2&edition=mcu ศึกษาพระสูตร (เนื้อความ) นี้แยกตามสารบัญ :- http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_read.php?B=26&A=11379 http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_line.php?B=26&A=11379#p408 สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ 26 :- http://84000.org/tipitaka/read/?index_26



จบการแสดงผล หน้าที่ ๔๐๘-๔๐๙.

บันทึก ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๙. การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com