ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
     ฉบับหลวง   ฉบับมหาจุฬาฯ   บาลีอักษรไทย   PaliRoman 
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้า
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒
          [๑๔๔๕] ผู้ใดไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักไม่ละโทมนัส-
*สินทรีย์หรือ
          บุคคล ๕ จำพวก ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ แต่จักไม่ละโทมนัสสินทรีย์
ก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ และจักไม่ละโทมนัสสินทรีย์
          หรือว่า ผู้ใดจักไม่ละโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นไม่เคยกำหนดรู้
จักขุนทรีย์
          พระอรหันต์จักไม่ละโทมนัสสินทรีย์ แต่ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ก็หา
ไม่ บุคคล ๓ จำพวกจักไม่ละโทมนัสสินทรีย์ และไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์
          [๑๔๔๖] ผู้ใดไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักไม่เจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์หรือ
          ปุถุชนเหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้นไม่เคยกำหนดรู้
จักขุนทรีย์ แต่จักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ก็หาไม่ บุคคล ๘ จำพวก ไม่
เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ และจักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
          หรือว่า ผู้ใดจักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้นไม่
เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์
          พระอรหันต์จักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่ไม่เคยกำหนดรู้
จักขุนทรีย์ก็หาไม่ บุคคล ๘ จำพวก จักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และ
ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์
          [๑๔๔๗] ผู้ใดไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักไม่เจริญ
อัญญินทรีย์หรือ
          บุคคล ๗ จำพวก ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ แต่จักไม่เจริญอัญญินทรีย์
ก็หาไม่ บุคคล ๒ จำพวก ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ และจักไม่เจริญอัญญินทรีย์
          หรือว่า ผู้ใดจักไม่เจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นไม่เคยกำหนดรู้
จักขุนทรีย์
          พระอรหันต์จักไม่เจริญอัญญินทรีย์ แต่ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ก็หาไม่
บุคคล ๒ จำพวก จักไม่เจริญอัญญินทรีย์ และไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์
          [๑๔๔๘] ผู้ใดไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักไม่ทำให้แจ้ง
ซึ่งอัญญาตาวินทรีย์หรือ
          บุคคล ๘ จำพวก ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ แต่จักไม่ทำให้แจ้งซึ่ง
อัญญาตาวินทรีย์ก็หาไม่ ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้น
ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ และจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์
          หรือว่า ผู้ใดจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นไม่เคย
กำหนดรู้จักขุนทรีย์
          พระอรหันต์จักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ แต่ไม่เคยกำหนดรู้
จักขุนทรีย์ก็หาไม่ ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้นจักไม่ทำ
ให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ และไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์
          [๑๔๔๙] ผู้ใดไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นจักไม่เจริญ
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์หรือ
          ปุถุชนเหล่าใด จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้น ไม่เคยละโทมนัส-
*สินทรีย์ แต่จักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ก็หาไม่ บุคคล ๖ จำพวกไม่
เคยละโทมนัสสินทรีย์ และจักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
          หรือว่า ผู้ใดจักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้น
ไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์
          บุคคล ๓ จำพวก จักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่ไม่เคยละ
โทมนัสสินทรีย์ก็หาไม่ บุคคล ๖ จำพวก จักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
และไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์
          [๑๔๕๐] ผู้ใดไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นจักไม่เจริญ
อัญญินทรีย์หรือ
          บุคคล ๖ จำพวก ไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ แต่จักไม่เจริญอัญญินทรีย์ก็
หาไม่ ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้นไม่ละโทมนัสสินทรีย์
และจักไม่เจริญอัญญินทรีย์
          หรือว่า ผู้ใดจักไม่เจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นไม่เคยละโทมนัส-
*สินทรีย์
          บุคคล ๒ จำพวก จักไม่เจริญอัญญินทรีย์ แต่ไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์
ก็หาไม่ ปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้นจักไม่เจริญ
อัญญินทรีย์ และไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์
          [๑๔๕๑] ผู้ใดไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นจักไม่ทำให้แจ้ง
ซึ่งอัญญาตาวินทรีย์หรือ
          บุคคล ๖ จำพวก ไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ แต่จักไม่ทำให้แจ้งซึ่ง
อัญญาตาวินทรีย์ก็หาไม่ ปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้น
ไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ และจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์
          หรือว่า บุคคลใดจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคล
นั้นไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์
          พระอรหันต์จักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ แต่ไม่เคยละโทมนัส-
*สินทรีย์ก็หาไม่ ปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้น จักไม่
ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ และไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์
          [๑๔๕๒] ผู้ใดไม่เคยเจริญแล้ว ซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
ผู้นั้นจักไม่เจริญอัญญินทรีย์หรือ
          บุคคล ๒ จำพวก ไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่จัก
ไม่เจริญอัญญินทรีย์ก็หาไม่ ปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชน
เหล่านั้น ไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และจักไม่เจริญ
อัญญินทรีย์
          หรือว่า ผู้ใดจักไม่เจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นไม่เคยเจริญแล้ว
ซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
          บุคคล ๒ จำพวก จักไม่เจริญอัญญินทรีย์ แต่ไม่เคยเจริญแล้วซึ่ง
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ก็หาไม่ ปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค
ปุถุชนเหล่านั้น จักไม่เจริญอัญญินทรีย์ และไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัส-
*สามีตินทรีย์
          [๑๔๕๓] ผู้ใดไม่เคยเจริญแล้ว ซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
ผู้นั้นจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์หรือ
          บุคคล ๒ จำพวก ไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่
จักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็หาไม่ ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค
ปุถุชนเหล่านั้น ไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และจักไม่ทำให้
แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์
          หรือว่า ผู้ใดจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นไม่
เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
          พระอรหันต์จักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ แต่ไม่เคยเจริญแล้วซึ่ง
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ก็หาไม่ ปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค
ปุถุชนเหล่านั้น จักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ และไม่เคยเจริญแล้วซึ่ง
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
          [๑๔๕๔] ผู้ใดไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอัญญินทรีย์ ผู้นั้นจักไม่
ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์หรือ
          บุคคล ๘ จำพวก ไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอัญญินทรีย์ แต่จักไม่ทำให้แจ้ง
ซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็หาไม่ ปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชน
เหล่านั้น ไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอัญญินทรีย์ และจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์
          หรือว่า ผู้ใดจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นไม่
เคยเจริญแล้วซึ่งอัญญินทรีย์
          พระอรหันต์จักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ แต่ไม่เคยเจริญแล้วซึ่ง
อัญญินทรีย์ก็หาไม่ ปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้น
จักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ และไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอัญญินทรีย์ ดังนี้แล
อินทริยยมก ที่ ๑๐ จบ
ยมกปกรณ์ ตอนสุดท้าย จบ
-----------------------------------------------------

          เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ บรรทัดที่ ๑๕๒๓๖-๑๕๓๓๘ หน้าที่ ๖๒๒-๖๒๗. https://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=39&A=15236&Z=15338&pagebreak=0&fontsz=1           ฟังเนื้อความพระไตรปิฎก : [1], [2]           อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ :- https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=39&siri=32           ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=39&i=1445           ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลีอักษรไทย :- [1445-1454] https://84000.org/tipitaka/pali/pali_item_s.php?book=39&item=1445&items=10           The Pali Tipitaka in Roman :- [1445-1454] https://84000.org/tipitaka/pali/roman_item_s.php?book=39&item=1445&items=10           สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๙ https://84000.org/tipitaka/read/?index_39

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้า

ดาวน์โหลดโปรแกรมพระไตรปิฎก ดาวน์โหลดพระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับมหาจุฬาฯ บันทึก ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ บันทึกล่าสุด ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ บันทึกปรับตัวอักษรได้ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับหลวง. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]