![]() |
| บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ |
[๑๓๓] พระมหาบุรุษยินดีในวจีสัจ ในธรรม [กุศลกรรมบถ] ความฝึกตน ความสำรวม ความเป็นผู้สะอาด ศีลที่เป็นอาลัย อุโบสถกรรม ความไม่เบียดเบียนเหล่าสัตว์ และกรรมอันไม่สาหัส สมาทานแล้วมั่นคง ทรงประพฤติมาแล้ว อย่างรอบคอบ. เพราะกรรมนั้น พระมหาบุรุษจึงหลีกไปสู่ไตรทิพย์ เสวยความสุขและสมบัติ เป็นที่เพลิดเพลินยินดี. จุติจากไตรทิพย์แล้ว เวียนมาในโลกนี้ เหยียบปฐพีด้วยฝ่าพระบาทอันเรียบ. พวกพราหมณ์ผู้ทำนาย พระลักษณะมาประชุมกันแล้วทำนายว่า พระราชกุมารนี้ มีฝ่าพระบาทประดิษฐานเรียบ เป็นคฤหัสถ์ หรือบรรพชิต ก็ไม่มีใครข่มได้. พระลักษณะนั้น ย่อมเป็นนิมิตส่องเนื้อความนั้น. พระราชกุมารนี้ เมื่ออยู่ครองฆราวาส ไม่มีใครสามารถข่มได้ มีแต่ครอบงำพวกปรปักษ์ เหล่าศัตรูมิอาจย่ำยีได้. ใครๆ ที่เป็นมนุษย์ในโลกนี้หาข่มได้ไม่ เพราะผลแห่งกุศลกรรมนั้น. ถ้าพระราชกุมารเช่นนั้น เข้าถึงบรรพชา ทรงยินดียิ่งด้วยความพอใจในเนกขัมมะ จะมีพระปรีชาเห็นแจ่มแจ้ง เป็นอัครบุคคล ไม่ถึงความเป็นผู้อันใครๆ ข่มได้ ย่อมเป็นผู้สูงสุดกว่า นรชน. อันนี้แลเป็นธรรมดาของพระราชกุมารนั้น.
[๑๓๕] พระมหาบุรุษเคยเป็นมนุษย์ ในชาติก่อนๆ ผู้นำความสุขมาให้แก่ชนมาก บรรเทาภัย คือ ความหวาดกลัว และความหวาดเสียว ขวนขวายในความคุ้มครอง รักษา ป้องกัน. เพราะกรรมนั้น พระมหาบุรุษจึงหลีกไปสู่ไตรทิพย์ เสวยความสุขและสมบัติ เป็นที่เพลิดเพลินยินดี. ครั้นจุติจากไตรทิพย์แล้ว เวียนมาในโลกนี้ ย่อมได้ลายจักรทั้งหลาย มีซี่กำพันหนึ่ง มีกง มีดุมโดยรอบในฝ่าพระบาททั้ง ๒. พวกพราหมณ์ผู้ทำนายลักษณะมาประชุมกันแล้ว เห็นพระราชกุมารมีลักษณะ อันเกิดด้วยบุญเป็นร้อยๆ แล้วทำนายว่า พระราชกุมารนี้ จักมีบริวาร ย่ำยีเสียซึ่งศัตรู เพราะจักรทั้งหลาย มีกงโดยรอบอย่างนั้น. ถ้าพระราชกุมารเช่นนั้น ไม่เข้าถึงบรรพชา จะยังจักรให้เป็นไป และปกครองแผ่นดิน มีกษัตริย์ที่มียศมาก เป็นอนุยนต์ติดตาม ห้อมล้อมพระองค์. ถ้าและพระราชกุมารเช่นนั้น เข้าถึงบรรพชา เป็นผู้ยินดียิ่งด้วยความพอใจในเนกขัมมะ จะมีพระปรีชาเห็นแจ่มแจ้ง พวกเทวดา มนุษย์ อสูร ท้าวสักกะ ยักษ์ คนธรรพ์ นาค วิหค และสัตว์ ๔ เท้า ที่มียศมากจะห้อมล้อมพระองค์ ผู้ไม่มีใครยิ่งกว่า อันเทวดาและมนุษย์บูชาแล้ว.
[๑๓๗] พระมหาบุรุษทรงทราบว่า การฆ่า อันเป็นเหตุให้สัตว์ตายว่า เป็นภัยแก่ตน ได้เป็นผู้เว้นขาดแล้ว เบื้องหน้าแต่มรณะ ได้ไปแล้วสู่สวรรค์ เพราะกรรมที่ทรงประพฤติดีแล้วนั้น เสวยวิบาก อันเป็นผลแห่งกรรมที่ทรงทำดีแล้ว. จุติ [จากสวรรค์] แล้วเวียนมาในโลกนี้ ย่อมได้เฉพาะซึ่งลักษณะ ๓ ในโลกนี้ คือ มีส้นพระบาทยาวงาม ๑ พระกายเกิดดีตรงสวยงาม ประหนึ่งว่ากายพรหม มีพระพาหางาม มีความเป็นหนุ่ม ทรวดทรงสวยเป็นสุชาต ๑ มีนิ้วพระหัตถ์ และนิ้วพระบาทยาวอ่อน ดังปุยฝ้าย ๑. พระชนกเป็นต้น ทรงบำรุงพระราชกุมาร เพื่อให้มีพระชนมายุ เป็นไปนาน เพราะพระองค์ทรงสมบูรณ์ด้วยปุริสลักษณะ ๓ ประการ ถ้าพระราชกุมารเป็นคฤหัสถ์ ก็จะให้พระชนม์ชีพเป็นไปนาน. ถ้าทรงผนวช ก็จะให้พระชนม์ชีพ เป็นไปนานกว่านั้น เพื่อให้วสี และอิทธิเจริญไป. พระลักษณะนั้นเป็นนิมิต เพื่อความเป็นผู้มีชนมายุยืน ด้วยประการดังนี้.
[๑๓๙] พระมหาบุรุษอุดม เป็นผู้ให้ของที่ควรเคี้ยว และของที่ควรบริโภค และ น้ำที่ควรซด ควรดื่ม มีรสอันเลิศ เพราะกรรมที่ทรงประพฤติดีแล้วนั้น พระมหาบุรุษนั้น จึงบันเทิงใจอยู่นาน ในสวนนันทวัน. มาในโลกนี้ ย่อมได้มังสะอูมเจ็ดแห่ง และได้พื้นพระหัตถ์ และพระบาทอ่อนนุ่ม. บัณฑิตผู้ฉลาดในนิมิตแห่งลักษณะ กล่าวไว้เพื่อความเป็นผู้ได้ของควรเคี้ยว และโภชนะอันมีรส. ลักษณะนั้นใช่ว่าจะส่องอรรถ แม้แก่พระมหาบุรุษ ผู้เป็นคฤหัสถ์เท่านั้น ถึงพระมหาบุรุษทรงผนวช ก็ได้ขัชชโภชนาทิวัตถุ นั้นเหมือนกัน. พระองค์เป็นผู้ได้ของควรเคี้ยว และโภชนะมีรสอันอุดม. บัณฑิตทั้งหลายกล่าวแล้วว่า พระองค์เป็นผู้ตัดกิเลส เป็นเครื่องผูกของคฤหัสถ์ทั้งปวงเสีย.
[๑๔๑] พระมหาบุรุษทำแล้ว ประพฤติแล้วซึ่งการให้ ๑. ซึ่งความเป็นผู้ประพฤติ ให้เป็นประโยชน์ ๑. ซึ่งความเป็นผู้กล่าวคำเป็นที่รัก ๑. ซึ่งความเป็นผู้มีพระฉันทะเสมอกัน ๑. ให้เป็นความสงเคราะห์อย่างดีแก่ชน เป็นอันมาก ย่อมไปสู่สวรรค์ด้วยคุณ อันตนมิได้ดูหมิ่น. จุติ [จากสวรรค์] แล้วเวียนมาในโลกนี้ เป็นพระกุมารยังหนุ่มแน่นงดงาม ย่อมได้เฉพาะ ซึ่งความเป็นผู้มีฝ่าพระหัตถ์ และฝ่าพระบาทอ่อนนุ่มด้วย ซึ่งความเป็นผู้มีฝ่าพระหัตถ์ และฝ่าพระบาทมีลายเป็นร่างข่ายงามยิ่ง และมีส่วนสวยน่าชมด้วย. พระองค์มาสู่แผ่นดินนี้ มีบริวารชน อันพระองค์พึงตรวจตรา และสงเคราะห์ดี ตรัสถ้อยคำเป็นที่น่ารัก แสวงหาผลประโยชน์ เกื้อกูล และความสุขให้ ทรงประพฤติความดี มากหลาย ที่พระองค์โปรดยิ่ง. ถ้าพระองค์ทรงละความบริโภคกามารมณ์ทั้งปวง เป็นพระชินะตรัสธรรมกถาแก่ประชุมชน ประชุมชนก็จะสนองคำของพระองค์ เลื่อมใสยิ่งนัก. ครั้งฟังธรรมแล้ว ย่อมจะพากันประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรม.
  ..อ่านต่อหน้าต่างที่ ๒ / ๓.>>
| ||||||