![]() |
| บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ |
หน้าต่างที่   ๒ / ๓.
[๑๔๓] พระมหาบุรุษพิจารณาก่อน จึงกล่าวคำ อันประกอบด้วยอรรถ และธรรม แสดงแล้วกะประชาชนเป็นอันมาก เป็นผู้นำประโยชน์และความสุข มาให้แก่สัตว์ทั้งหลาย เป็นผู้ไม่ตระหนี่ ได้เสียสละบูชาธรรมแล้ว. พระองค์ย่อมไปสู่สุคติ บันเทิงอยู่ในสุคตินั้น. เพราะกรรมอันพระองค์ประพฤติดีแล้ว มาในโลกนี้ ย่อมได้ลักษณะ ๒ ประการ เพื่อความเป็นผู้มีความสุขอันอุดม. พระมหาบุรุษนั่นนั้น มีพระโลมชาติมีปลายช้อนขึ้นข้างบน และมีพระบาทดำรงอยู่แล้วเป็นอันดี อันพระมังสะและโลหิตปิดบัง อันหนังหุ้มห่อแล้ว และมีพระเพลาเบื้องบนงาม. พระมหาบุรุษเช่นนั้น ถ้าอยู่ครองเรือน จะถึงความเป็นผู้เลิศกว่า พวกที่บริโภคกาม ไม่มีใครๆ ยิ่งกว่า พระองค์ทรงครอบงำชมพูทวีปเสียสิ้น. อนึ่ง หากพระองค์ทรงผนวช ก็จะทรงพระวิริยะอย่างประเสริฐ ถึงความเป็นผู้เลิศกว่าสรรพสัตว์ ไม่มีใครๆ ยิ่งกว่าพระองค์ได้ ทรงครอบงำโลกทั้งปวงอยู่.
[๑๔๕] พระมหาบุรุษปรารถนาอยู่ว่า ทำไฉน พวกศึกษาเหล่านี้จะรู้แจ่มแจ้งเร็ว ในศิลปะ ในวิชชา ในจรณะ และในกรรม และด่วนบอกศิลปะที่ไม่เป็นไป เพื่อจะเบียดเบียนแก่ใครๆ ด้วยความตั้งใจว่า ผู้ศึกษาจะไม่ลำบากนาน. ครั้นทำกุศลกรรม มีความสุขเป็นผลนั้นแล้ว ย่อมได้พระชงฆ์ทั้งคู่เป็นที่ชอบใจ มีทรวดทรงดี กลมกล่อม เป็นสุชาต เรียวไปโดยลำดับ มีโลมชาติมีปลายช้อยขึ้นข้างบน มีหนังอันละเอียดหุ้มห่อแล้ว. บัณฑิตทั้งหลายชมพระมหาบุรุษนั้นว่า พระองค์มีพระชงฆ์ ดังว่าแข้งแห่งเนื้อทราย และชมพระลักษณะ คือ โลมชาติเส้นหนึ่งๆ อันประกอบด้วยสมบัติที่ใครๆ ปรารถนารวมเข้าไว้ในที่นี้. พระมหาบุรุษเมื่อยังไม่ทรงผนวช ก็ได้ลักษณะนั้น ในที่นี้เร็วพลัน. ถ้าพระมหาบุรุษเช่นนั้น เข้าถึงบรรพชา ทรงยินดียิ่ง แล้วด้วยความพอพระทัยในเนกขัมมะ มีพระปรีชาเห็นแจ่มแจ้ง ทรงพระวิริยะยอดเยี่ยม จะทรงได้พระลักษณะ เป็นอนุโลมแก่พระลักษณะที่สมควรเร็วพลัน.
[๑๔๗] พระมหาบุรุษ เคยเป็นมนุษย์ในชาติก่อนๆ ประสงค์จะรู้ทั่วถึง เข้าหาบรรพชิต สอบถาม ตั้งใจฟังด้วยดี มุ่งความเจริญอยู่ ภายในไตร่ตรอง กถาอันประกอบด้วยอรรถ มาอุบัติเป็นมนุษย์ มีพระฉวีละเอียด เพราะกรรมอันดำเนินไป เพื่อความได้เฉพาะซึ่งปัญญา. บัณฑิตผู้ฉลาดในลักษณะและนิมิตทำนายว่า พระราชกุมารเช่นนี้จะทรงหยั่งทราบอรรถ อันสุขุมแล้วเห็นอยู่. ถ้าไม่เข้าถึงบรรพชา ก็จะยังจักรให้เป็นไป ปกครองแผ่นดิน ในการสั่งสอนสิ่งที่เป็นประโยชน์ และในการกำหนด ไม่มีใครประเสริฐ หรือเสมอเท่าพระองค์. ถ้าพระราชกุมารเช่นนั้น เข้าถึงบรรพชา ยินดียิ่งด้วยความพอพระทัยในเนกขัมมะ จะมีพระปรีชาเห็นแจ่มแจ้ง ทรงได้พระปรีชาอันพิเศษ อันยอดเยี่ยมบรรลุพระโพธิญาณ ทรงพระปรีชาอันประเสริฐ กว้างขวางดังแผ่นดิน.
[๑๔๙] พระมหาบุรุษอธิษฐานความเป็นผู้ไม่โกรธไว้ และได้ให้ทาน คือ ผ้าเป็นอันมาก ล้วนแต่มีเนื้อละเอียด และมีสีดี เป็นผู้ดำรงอยู่ในภพก่อนๆ ทรงเสียสละเหมือนฝนตกทั่วแผ่นดิน. ครั้นทรงทำกุศลกรรมนั้นแล้ว จุติจากมนุษยโลก เข้าถึงเทวโลก เสวยวิบาก อันเป็นผลกรรมที่ทำไว้ดี มีพระฉวีเปรียบด้วยทอง ดุจพระอินทร์ผู้ประเสริฐกว่าสุรเทวดา ย่อมลบล้นอยู่ในเทวโลก. ถ้าเสด็จครองเรือนยังไม่ประสงค์ที่จะทรงผนวช ก็จะทรงปกครองแผ่นดินใหญ่ ทรงได้เฉพาะซึ่งสัตตรตนะ และความเป็นผู้มีพระฉวีสะอาด ละเอียด งามลบล้นประชุมชนในโลกนี้. ถ้าเข้าถึงบรรพชา ก็จะทรงได้ซึ่งผ้าสำหรับทรงครอง เป็นผ้าเครื่องนุ่งห่มอย่างดี และเสวยผลกรรมที่เป็นประโยชน์ดี ที่ทรงทำไว้ในภพก่อน. ความหมดสิ้นแห่งผลกรรมที่พระองค์ทำแล้ว หามีไม่.
[๑๕๑] พระมหาบุรุษเป็นมนุษย์ในชาติก่อนๆ ได้ทรงนำพวกญาติมิตรสหายที่สูญหาย พลัดพรากไปนานให้กลับมาพบกัน. ครั้นทำให้เขาพร้อมเพรียงกันแล้ว ก็ชื่นชม. เพราะกุศลกรรมนั้น พระองค์จึงหลีกไปสู่ไตรทิพย์ เสวยความสุขและสมบัติ เป็นที่เพลิดเพลินยินดี. จุติจากเทวโลกแล้ว เวียนมาเกิดในโลกนี้ ย่อมได้องคาพยพที่ปิดบังด้วยผ้าตั้งอยู่ในฝัก. พระมหาบุรุษเช่นนั้นมีพระโอรสมาก พระโอรสของพระองค์มากกว่าพัน เป็นผู้กล้าหาญ เป็นวีรบุรุษ สามารถให้ศัตรูพ่ายไป ให้ปีติเกิด และทูลปิยพจน์แก่พระมหาบุรุษ ที่ยังทรงเป็นคฤหัสถ์. เมื่อพระมหาบุรุษทรงผนวช บำเพ็ญพรต มีพระโอรสมากกว่านั้น ล้วนแต่ดำเนินตามพระพุทธพจน์. พระลักษณะนั้น ย่อมเป็นนิมิต ส่องความนั้น สำหรับพระมหาบุรุษที่เป็นคฤหัสถ์หรือบรรพชิต.
[๑๕๓] พระมหาบุรุษ เมื่อตรวจดูมหาชนที่ควรสงเคราะห์ พิจารณาแล้ว สอดส่องแล้ว คิดแล้วหยั่งทราบว่า บุคคลนี้ควรแก่สักการะนี้ ดังนี้แล้ว ทำกิจพิเศษของบุรุษในบุคคลนั้นๆ ในกาลก่อน. ก็แหละพระมหาบุรุษทรงยืนตรง ไม่ต้องน้อมพระกายลง ก็ถูกต้องพระชาณุทั้ง ๒ ด้วยพระกรทั้ง ๒ ได้ และมีพระกายเป็นปริมณฑลดังว่า ต้นนิโครธที่งอกงามบนแผ่นดิน ด้วยผลกรรมที่ประพฤติมาดีแล้ว ยังเป็นส่วนเหลือ. มนุษย์ทั้งหลาย ที่มีปัญญาอันละเอียด รู้จักลักษณะเป็นนิมิตมากอย่างทำนายว่า พระราชโอรสนี้เป็นพระดรุณกุมาร ยังทรงพระเยาว์ ย่อมได้เฉพาะ ซึ่งลักษณะอันคู่ควรแก่คฤหัสถ์มากอย่าง กามโภคะอันสมควรแก่คฤหัสถ์เป็นอันมาก ย่อมมีแก่พระราชกุมาร ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ในฆราวาสวิสัยนี้. ถ้าพระราชกุมารนี้ทรงละกามโภคะทั้งปวง จะทรงได้อนุตตรธรรม อันเป็นทรัพย์อย่างประเสริฐสูงสุด.
[๑๕๕] พระมหาบุรุษย่อมปรารถนาความเจริญ กับด้วยประชาชนเหล่าอื่นว่า ทำไฉน พหุชนพึงไม่เสื่อมจากศรัทธา ศีล สุตะ พุทธิ จาคะ ธรรม คุณอันให้ประโยชน์สำเร็จมาก ทรัพย์ ข้าวเปลือกนา สวน บุตร ภรรยา สัตว์สองเท้าและสัตว์สี่เท้า ญาติมิตร พวกพ้อง และพละ วรรณะ สุข ทั้ง ๒ ประการ ดังนี้ ทั้งหวังความมั่งมีและความสำเร็จ พระมหาบุรุษนั้นมีส่วนพระกายข้างหน้า ดำรงอยู่เป็นอันดี ดังว่ากึ่งกายข้างหน้าแห่งราชสีห์ และมีพระศอ กลมเสมอกัน ทั้งมีระหว่างพระปฤษฎางค์เต็มดี ลักษณะทั้ง ๓ นี้เป็นบุพพนิมิต ไม่เสื่อมปรากฏอยู่. เพราะกรรมที่พระมหาบุรุษประพฤติดีแล้ว ทำแล้วในกาลก่อน. พระมหาบุรุษ แม้ดำรงอยู่ในคิหิวิสัย ย่อมทรงเจริญด้วยข้าวเปลือก ทรัพย์ บุตร ภรรยา สัตว์สองเท้าและสัตว์สี่เท้า. ถ้าทรงตัดกังวลเสีย ทรงผนวช ย่อมทรงบรรลุพระสัมโพธิญาณอันประเสริฐ มีความไม่เสื่อมเป็นธรรมดา.
[๑๕๗] พระมหาบุรุษไม่เบียดเบียน ไม่ย่ำยีสัตว์ด้วยฝ่ามือ ด้วยท่อนไม้ ด้วยก้อนดิน ด้วยศัสตรา ด้วยอันให้ตายเอง และอันบังคับให้ฆ่า ด้วยอันจำจอง หรือด้วยอันให้หวาดกลัว เพราะกรรมนั้น นั่นแหละ พระมหาบุรุษไปจากมนุษยโลก จึงบันเทิงใจในสุคติทั้งหลาย และเพราะทำกรรมมีผลเป็นสุข จึงได้สุขมาก และมีเส้นประสาทสำหรับนำรสอาหาร. เพราะฉะนั้น พวกพราหมณ์ผู้ฉลาดมีปัญญา อันเห็นแจ่มแจ้งจึงทำนายว่า พระราชกุมารนี้จักมีความสุขมาก. ลักษณะนั้นย่อมส่องอรรถนั้น สำหรับพระราชกุมาร ผู้ยังดำรงอยู่ในคิหิวิสัย หรือผู้ทรงผนวช.
<<ย้อนกลับ..   ..อ่านต่อหน้าต่างที่ ๓ / ๓.>>
| ||||||