![]() |
| บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ |
หน้าต่างที่   ๓ / ๓.
[๑๕๙] พระมหาบุรุษ ไม่ถลึงตาดู ไม่ค้อนตาดู ไม่ชำเลืองดู [พหุชนด้วยอำนาจความโกรธ] เป็นผู้ตรง มีใจตรงเป็นปรกติ แลดูพหุชนด้วยปิยจักษุ. พระองค์เสวยวิบากอันเป็นผล บันเทิงอยู่ในสุคติทั้งหลาย. มาในโลกนี้ มีดวงพระเนตร ดังว่าตาแห่งโค และมีพระนัยนา คือพระเนตรมีสีดำสนิท มีการเห็นแจ่มใส. พวกมนุษย์ผู้ประกอบในลักษณศาสตร์ มีความละเอียด ผู้ฉลาดในลักษณะเป็นนิมิตมีบทมาก ฉลาดในการตรวจเห็น นัยน์ตามีสีดำสนิท และดวงตาเป็นดังตาแห่งโค จะชมเชยพระราชกุมารนั้นว่า พระองค์เป็นที่เห็นน่ารัก. พระมหาบุรุษดำรงอยู่ในคิหิวิสัย เป็นที่เห็น ที่น่ารัก เป็นที่รักของชนมาก. ก็ถ้าพระองค์ทรงละคิหิวิสัย เป็นพระสมณะ ย่อมเป็นที่รักของพหุชน และยังชนเป็นอันมากให้สร่างโศก.
[๑๖๑] พระมหาบุรุษ เป็นหัวหน้าในธรรมทั้งหลายที่เป็นสุจริต ยินดียิ่งแล้วในธรรมจริยา เป็นที่คล้อยตามของพหุชน เสวยผลแห่งบุญในสวรรค์ทั้งหลาย. ครั้นเสวยผลแห่งสุจริตแล้ว มาในโลกนี้ ได้ถึงความเป็น ผู้มีพระเศียร ดุจดังว่า ประดับด้วยอุณหิส. พวกผู้รู้ที่ทรงจำลักษณะเป็นนิมิต อันปรากฏอยู่ทำนายว่า พระราชกุมารนี้ จักเป็นหัวหน้าแห่งพหุชน. หมู่ชนที่ช่วยเหลือของพระองค์ ในหมู่มนุษย์ในโลกนี้ จักมีมาก แม้ในเบื้องต้น [คราวที่พระองค์ทรงพระเยาว์]. ครั้งนั้น พวกพราหมณ์ก็พยากรณ์แก่พระองค์ว่า พระราชกุมารนี้ ถ้าเป็นกษัตริย์จะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน จะได้ความช่วยเหลือในชนมากโดยแท้. ถ้าพระองค์จะทรงผนวช จะปราชญ์เปรื่อง มีความชำนาญวิเศษในธรรมทั้งหลาย และชนเป็นอันมาก จะเป็นผู้ยินดียิ่งในคุณ คือ ความสั่งสอนของพระองค์ และจะคล้อยตาม.
[๑๖๓] ในชาติก่อนๆ พระมหาบุรุษมีปฏิญญาเป็นสัจจะ มีพระวาจาไม่เป็นสอง เว้นคำเหลวไหล ไม่พูดให้เคลื่อนคลาด ต่อใครๆ ตรัสโดยคำจริง คำแท้ คำคงที่ มีพระอุณาโลมสีขาวสะอาดอ่อนดี ดังปุยฝ้าย เกิดดีในระหว่างพระโขนง และในขุมพระโลมาทั่วไป ไม่มีโลมชาติเกิดเป็นสองเส้น มีพระสรีระอันโลมชาติเส้นหนึ่งๆ ขึ้นสะพรั่ง. พวกผู้รู้ลักษณะ ฉลาดในลักษณะ เป็นนิมิตที่ปรากฏ เป็นจำนวนมากมาประชุมกัน แล้วทำนายพระมหาบุรุษว่า พระอุณาโลมตั้งอยู่ดี โดยนิมิตบ่งว่า พหุชนย่อมประพฤติตาม พระมหาบุรุษแม้ดำรงอยู่ในคิหิวิสัย มหาชนก็ประพฤติตาม เพราะกรรมที่ทรงทำดีมากในชาติก่อน หมู่ชนย่อมประพฤติตาม พระมหาบุรุษผู้ตัดกังวล ทรงผนวชเป็นพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐ.
[๑๖๕] พระมหาบุรุษ ไม่ได้กล่าวแล้วซึ่งวาจาอันส่อเสียด อันทำความแตกแก่พวกที่ดีกัน อันทำความวิวาทเป็นเหตุ ให้ความแตกกันมากไป อันทำกิจอันไม่ควรเป็นเหตุ ให้ความทะเลาะกันมากไป อันยังความแตกกันให้เกิดแก่พวกที่ดีกัน. ได้กล่าวแล้วซึ่งวาจาดี อันทำความไม่วิวาทกันให้เจริญไป อันยังความติดต่อกันให้เกิดแก่พวกที่แตกกัน บรรเทาความทะเลาะของชน มีความสามัคคีกับหมู่ชน ยินดีเบิกบานอยู่กับประชุมชนทั้งหลาย. ย่อมเสวยวิบากอันเป็นผล เบิกบานอยู่ในสุคติทั้งหลาย. มาในโลกนี้ ย่อมมีพระทนต์ไม่ห่างเรียบดี และมีพระทนต์ ๔๐ ซี่ เกิดอยู่ในพระโอษฐ์ตั้งอยู่เป็นอย่างดี. ถ้าพระองค์เป็นกษัตริย์ เป็นใหญ่ในแผ่นดิน จะมีบริษัทไม่แตกกัน. หากพระองค์เป็นสมณะ จะปราศจากกิเลส ปราศจากมลทิน บริษัทของพระองค์จะดำเนินตาม ไม่มีความหวั่นไหว.
[๑๖๗] พระมหาบุรุษ ไม่ได้กล่าวแล้วซึ่งวาจาหยาบ อันทำความด่า ความบาดหมาง ความลำบากใจ ทำความเจ็บใจ เป็นเครื่องย่ำเหยียบแก่พหุชน เป็นคำชั่วร้าย. ได้กล่าวแล้ว ซึ่งวาจาอ่อนหวาน ไพเราะ อันมีประโยชน์ดี กล่าววาจาเป็นที่รักแห่งใจ อันไปสู่หทัย อันสะดวกแก่โสต. เสวยผลบุญในสวรรค์ทั้งหลาย. ครั้นเสวยผลแห่งกรรมที่ประพฤติดีแล้ว มาในโลกนี้ ได้ถึงแล้วซึ่งความเป็นผู้มีเสียง ดังว่าเสียงแห่งพรหม และมีพระชิวหาไพบูลย์กว้าง มีคำที่ตรัสอันพหุชนเชื่อถือ. ผลนี้ย่อมสำเร็จแก่พระองค์ แม้เป็นคฤหัสถ์ตรัสอยู่ฉันใด ถ้าพระองค์ทรงผนวช เมื่อตรัสคำที่ตรัสดีมากแก่พหุชนคำนั้น พหุชนก็เชื่อถือ ฉันนั้นโดยแท้.
[๑๖๙] พระมหาบุรุษ ไม่กล่าวคำเพ้อเจ้อ ไม่กล่าวคำปราศจากหลักฐาน มีคลองพระวาจาไม่เหลวไหล ทรงบรรเทาเสีย ซึ่งคำที่ไม่เป็นประโยชน์ ตรัสแต่คำที่เป็นประโยชน์ และคำที่เป็นสุขแก่พหุชน. ครั้นทำกรรมนั้นแล้ว จุติแล้วจากมนุษยโลก เข้าถึงแล้ว ซึ่งเทวโลกเสวยวิบาก อันเป็นผลแห่งกรรมที่ทำดีแล้ว. จุติแล้วเวียนมาในโลกนี้ ได้แล้วซึ่งความเป็นผู้มีพระหนุ ดังว่าคางราชสีห์ ที่ประเสริฐกว่าสัตว์สี่เท้า. เป็นพระราชาที่เป็นใหญ่กว่ามนุษย์ แสนยากที่ใครจะกำจัดพระองค์ได้. พระองค์เป็นผู้ใหญ่ยิ่งของมวลมนุษย์ มีอานุภาพมากเป็นผู้เสมอ ด้วยเทวดาผู้ประเสริฐในชั้นไตรทิพย์ และเป็นเหมือนพระอินทร์ผู้ประเสริฐกว่าเทวดา เป็นผู้มั่นคงอัน คนธรรพ์ อสูร ท้าวสักกะ และยักษ์ผู้กล้า ไม่กำจัดได้โดยง่ายเลย. พระมหาบุรุษเช่นนั้น ย่อมเป็นใหญ่ทุกทิศในโลกนี้โดยแท้.
[๑๗๑] พระมหาบุรุษนั้น ละมิจฉาอาชีวะเสีย ยังความประพฤติให้เกิดแล้ว ด้วยสัมมาอาชีวะอันสะอาด อันเป็นไปโดยธรรม ละกรรมอันไม่เป็นประโยชน์ ประพฤติแต่กรรมที่เป็นประโยชน์ และเป็นสุขแก่พหุชน. ทำกรรมมีผลดี ที่หมู่สัตบุรุษ ผู้มีปัญญาอันละเอียด ผู้ฉลาดสรรเสริญแล้ว เสวยสุขอยู่ในสวรรค์ เป็นผู้พรั่งพร้อมด้วยสมบัติ เป็นที่ยินดี เพลิดเพลินอภิรมย์อยู่ เสมอด้วยท้าวสักกะผู้ประเสริฐในชั้นไตรทิพย์. จุติจากสวรรค์แล้ว ได้ภพเป็นที่อยู่แห่งมนุษย์ ยังซ้ำได้เฉพาะซึ่งพระทนต์ที่เกิดในพระโอษฐ์สำหรับตรัสเรียบเสมอ และพระทาฐะสีขาวดีหมดจดสะอาด เพราะวิบากอันเป็นผลแห่งกรรมที่ทำดี. พวกมนุษย์ผู้ทำนายลักษณะที่มีปัญญาอันละเอียด ที่มหาชนยกย่องเป็นจำนวนมากมาประชุมกันแล้ว พยากรณ์ว่า พระราชกุมารนี้จะมีหมู่ชนที่สะอาดเป็นบริวาร มีพระทนต์ที่เกิดสองหนเสมอ และมีพระทาฐะมีสีขาวสะอาดงาม. ชนเป็นอันมากที่สะอาด เป็นบริวารของพระมหาบุรุษ ผู้เป็นพระราชาปกครองแผ่นดินใหญ่นี้ ไม่กดขี่เบียดเบียนชาวชนบท. ชนทั้งหลายต่างประพฤติกิจเป็นประโยชน์ และเป็นสุขแก่ชนมาก. ถ้าพระองค์ทรงผนวชจะเป็นสมณะ ปราศจากบาปธรรม มีกิเลสเป็นดังธุลีระงับไป มีหลังคา คือ กิเลสอันเปิดแล้ว. ปราศจากความกระวนกระวาย และความลำบาก จะทรงเห็นโลกนี้และโลกอื่น และบรมธรรมโดยแท้. คฤหัสถ์เป็นจำนวนมาก และพวกบรรพชิตที่ยังไม่สะอาด จะทำตามพระโอวาทของพระองค์ ผู้กำจัดบาปธรรมที่บัณฑิตติเตียนเสียแล้ว. พระองค์จะเป็นผู้อันบริวารที่สะอาด ผู้กำจัดกิเลสเป็นมลทิน เป็นดังว่า ตออันให้โทษ ห้อมล้อมแล้ว.
<<ย้อนกลับ....ลักขณสูตร จบ.
| ||||||