ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุตต์ มัชฌิมปัณณาสก์ อุปายวรรคที่ ๑
ปริวัฏฏสูตรที่ ๔ ว่าด้วยการรู้อุปาทานขันธ์โดยเวียนรอบ ๔

               อรรถกถาอุปาทานปริวัฏฏสูตรที่ ๔               
               ในอุปาทานปริวัฏฏสูตรที่ ๔ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
               บทว่า จตุปริวฏฺฏํ ได้แก่ความหมุนเวียน ๔ อย่าง ในขันธ์แต่ละขันธ์
               บทว่า รูปํ อพฺภญฺญาสึ ความว่า ได้รู้ยิ่งว่า รูปเป็นทุกขสัจ.
               พึงทราบความด้วยอำนาจสัจจะ ๔ ในบททั้งปวงด้วยประการฉะนี้.
               กพฬิงการาหารที่เป็นไปกับฉันทราคะ ชื่อว่าอาหาร ในคำว่า อาหารสมุทยา นี้. บทว่า ปฏิปนฺนา ได้แก่ เป็นผู้ปฏิบัติตั้งต้นแต่ศีลจนถึงอรหัตตมรรค. บทว่า คาธนฺติ แปลว่า ตั้งอยู่.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเสขภูมิด้วยพระดำรัสมีประมาณเท่านี้ บัดนี้ เมื่อจะตรัสอเสขภูมิ จึงตรัสคำมีอาทิว่า เย จ โข เกจิ ภิกฺขเว ดังนี้.
               บทว่า สุวิมุตฺตา ได้แก่ พ้นด้วยดีด้วยอรหัตตมรรค. บทว่า เกพลิโน ได้แก่ มีกำลังเป็นของตน คือมีกิจที่จะพึงทำ.
               บทว่า วฏฺฏํ เตสํ นตฺถิ ปญฺญาปนาย ความว่า สมณพราหมณ์เหล่านั้นย่อมปรากฏด้วยความวนเวียนที่เหลือใด ความวนเวียนเพื่อความปรากฏย่อมไม่มีแก่เขาเหล่านั้น.
               อีกอย่างหนึ่ง บทว่า วฏฺฏํ ได้แก่ เหตุ. ความว่า เหตุเพื่อความปรากฏย่อมไม่มี.
               ด้วยพระดำรัสเพียงเท่านี้ เป็นอันทรงแสดงวาระแห่งอเสขภูมิแล้ว.

               จบ อรรถกถาอุปาทานปริวัฏฏสูตรที่ ๔               
               --------------------------------------------               

.. อรรถกถา สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ขันธสังยุตต์ มัชฌิมปัณณาสก์ อุปายวรรคที่ ๑ ปริวัฏฏสูตรที่ ๔ ว่าด้วยการรู้อุปาทานขันธ์โดยเวียนรอบ ๔ จบ.
อ่านอรรถกถา 17 / 1อ่านอรรถกถา 17 / 108อรรถกถา เล่มที่ 17 ข้อ 112อ่านอรรถกถา 17 / 118อ่านอรรถกถา 17 / 594
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=17&A=1302&Z=1378
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๙  กันยายน  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com