ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อากังขวรรคที่ ๓
๕. มิคสาลาสูตร

               อรรถกถามิคสาลาสูตรที่ ๕               
               คำใดจะพึงกล่าวก่อนในเบื้องต้นแห่งสูตรที่ ๕ คำนั้นก็กล่าวไว้แล้วในฉักกนิบาต.
               ก็ในคำว่า ทุสฺลีโล โหติ เป็นต้น พึงทราบวินิจฉัยดังนี้.
               บทว่า ทุสฺลีโล ได้แก่ เป็นผู้ไม่มีศีล.
               บทว่า เจโตวิมุตฺตึ ได้แก่ ผลสมาธิ.
               บทว่า ปญฺญาวิมุตฺตึ ได้แก่ ผลญาณ.
               บทว่า นปฺปชานาติ ได้แก่ ไม่รู้โดยการเรียนและการสอบถาม.
               ในคำว่า ทุสฺสีลฺยํ อปริเสสํ นิรุชฺฌติ นี้ ความทุศีล ๕ อย่าง โสดาปัตติมรรคละได้ก่อน ความทุศีล ๑๐ อย่าง พระอรหัตมรรคละได้ ในขณะผลจิต [คืออรหัตผล] ความทุศีลเหล่านั้นเป็นอันชื่อว่ามรรคละได้แล้ว. ทรงหมายถึงขณะแห่งผลจิตในสูตรนี้ จึงตรัสว่า นิรุชฺฌติ
               ก็ศีลของปุถุชนย่อมขาดด้วยเหตุ ๕ ประการ คือ ต้องอาบัติปาราชิก ลาสิกขา เขารีดเดียรถีย์ บรรลุพระอรหัต ตาย.
               ในเหตุ ๕ ประการนั้น เหตุ ๓ ประการข้างต้นเป็นไปเพื่อความเสื่อม. ประการที่ ๔ เป็นไปเพื่อความเจริญ ประการที่ ๕. ไม่เป็นไปเพื่อเสื่อมหรือเพื่อเจริญ.
               ถามว่า ก็ศีลนี้ขาดเพราะบรรลุพระอรหัตอย่างไร.
               ตอบว่า เพราะว่าศีลของปุถุชนเป็นกุศลกรรมส่วนเดียวเท่านั้น ส่วนพระอรหัตมรรคเป็นไปเพื่อสิ้นกุศลกรรมและอกุศลกรรม ศีลขาดเพราะบรรลุพระอรหัตอย่างนี้.
               บทว่า สวเนนปิ อกตํ โหติ ความว่า ข้อที่ควรฟังก็เป็นอันไม่ได้ฟัง.
               ในบทว่า พาหุสจฺเจนปิ อกตํ โหติ นี้ ความว่า ข้อที่ควรทำด้วยความเพียร ก็เป็นอันไม่ได้ทำ เพราะไม่ได้ทำความเพียรนั้น จึงเสื่อมจากสวรรค์บ้าง จากมรรคบ้าง.
               บทว่า ทิฏฺฐิยาปิ อปฺปฏิวิทฺธํ โหติ ความว่า ข้อที่พึงแทงตลอดด้วยทิฏฐิความเห็น ก็เป็นอันไม่แทงให้ตลอด ไม่กระทำให้ประจักษ์.
               บทว่า สามายิกํ วิมุตฺตึ น ลภติ ความว่า อาศัยการฟังธรรมตามกาลสมควรแก่กาล ย่อมไม่ได้ปีติเพราะปราโมทย์.
               บทว่า หานาย ปเรติ ความว่า ย่อมถึงความเสื่อม.
               บทว่า ยถาภูตํ ปชานาติ ความว่า บรรลุโสดาปัตติผลแล้ว ย่อมรู้โดยการเรียนและสอบถามว่า ความทุศีล ๕ อย่างย่อมดับไม่มีส่วนเหลือ.
               บทว่า ตสฺส สวเนนปิ กตํ โหติ ความว่า ข้อที่ควรฟัง ก็เป็นอันได้ฟัง.
               บทว่า พาหุสจฺเจนปิ กตํ โหติ ความว่า กิจที่ควรทำด้วยความเพียร โดยที่สุด แม้เพียงวิปัสสนาที่ไม่มีกำลัง ก็เป็นอันได้กระทำ.
               บทว่า ทิฏฺฐิยาปิ สุปฺปฏิวิทธํ โหติ ความว่า การแทงตลอดปัจจัย โดยที่สุดแม้ด้วยโลกิยปัญญา ก็เป็นอันได้ทำ.
               จริงอยู่ ปัญญาของบุคคลผู้นี้ย่อมชำระศีล เขาย่อมบรรลุคุณวิเศษด้วยศีลที่ปัญญาชำระแล้ว.
               บทว่า ปมาณิกา ได้แก่ ถือเอาจำนวนในบุคคลทั้งหลาย.
               บทว่า ปมินนฺติ ได้แก่ ควรนับชั่ง.
               บทว่า เอโก หีโน ได้แก่ เสื่อมจากคุณทั้งหลายผู้เดียว.
               บทว่า ปณีโต ได้แก่ สูงสุดด้วยคุณทั้งหลายผู้เดียว.
               บทว่า ตํ หิ ได้แก่ ทำการนับนั้น.
               บทว่า อภิกฺกนฺตตโร แปลว่า ดีกว่า.
               บทว่า ปณีตตโร แปลว่า สูงสุดกว่า.
               บทว่า ธมฺมโสโต นิพฺพหติ ความว่า วิปัสสนาญาณที่ดำเนินไปกล้าแข็ง ย่อมชักพาคือให้บรรลุอริยภูมิ.
               บทว่า ตทนนฺตรํ โก ชาเนยฺย ความว่า ใครจะพึงรู้เหตุนั้นๆ.
               บทว่า สีลวา โหติ ได้แก่ ย่อมมีศีลด้วยโลกิยศีล.
               บทว่า ยตฺถสฺส ตํ สีลํ ความว่า ถึงวิมุตติในพระอรหัตแล้ว ศีลก็ชื่อว่าดับไม่เหลือเลย. ข้อยุติในศีลนั้น ก็กล่าวไว้แล้วทั้งนั้น ในองค์ทั้งสองนอกจากนี้ อนาคามิผล ชื่อว่าวิมุตติ.
               ในสูตรที่ ๕ ก็ตรัสพระอรหัตอย่างเดียว.
               คำที่เหลือในสูตรที่ ๕ นั้น ก็พึงทราบตามแนวแห่งนัยที่กล่าวแล้ว.

               จบอรรถกถามิคสาลาสูตรที่ ๕               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ อากังขวรรคที่ ๓ ๕. มิคสาลาสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 24 / 1อ่านอรรถกถา 24 / 74อรรถกถา เล่มที่ 24 ข้อ 75อ่านอรรถกถา 24 / 76อ่านอรรถกถา 24 / 229
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=24&A=3248&Z=3380
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๘  กุมภาพันธ์  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com