ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย อุทาน จูฬวรรคที่ ๗ กามสูตรที่ ๑

               อรรถกถาปฐมกามสูตร               
               ปฐมกามสูตรที่ ๓ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
               บทว่า กาเมสุ ได้แก่ ในวัตถุกาม. บทว่า อติเวลํ ได้แก่ เกินเวลา. บทว่า สตฺตา ได้แก่ สัตว์ อธิบายว่าผู้ติด คือข้อง โดยไม่เห็นโทษแม้ที่มีอยู่ ระลึกถึงแต่ความยินดี ติดข้อง เพราะมากไปด้วยอโยนิโสมนสิการ. บทว่า รตฺตา ชื่อว่า กำหนัดแล้ว กำหนัดนักแล้วด้วยฉันทราคะ อันเป็นเครื่องทำจิตให้เปลี่ยนแปลง เหมือนผ้าเปลี่ยนไปด้วยการย้อมสีฉะนั้น. บทว่า คิทฺธา ความว่า ติด คือถึงความกำหนัด โดยการเพ่ง ซึ่งมีความหวังเป็นสภาวะ. บทว่า คธิตา ความว่า เกี่ยวเนื่องในกามนั้น เพราะเป็นภาวะที่เปลื้องได้ยาก ดุจร้อยรัดไว้. บทว่า มุจฺฉิตา ความว่า ไม่มีกิจอย่างอื่น คือถึงความหมกมุ่นงมงาย ด้วยอำนาจกิเลส ดุจคนสลบฉะนั้น. บทว่า อชฺโฌปนฺนา ความว่า กลืนให้สำเร็จตั้งอยู่ ทำให้เหมือนสิ่งที่ไม่ทั่วไปแก่ผู้อื่น. บทว่า สมฺมตฺตกชาตา ความว่า ถึงความเป็นผู้ดื่มด่ำในกามทั้งหลาย คือเป็นผู้มัวเมา เมามาย ในสุขเวทนามีประมาณน้อย.
               บาลีว่า สมฺโมทกชาตา ดังนี้ก็มี อธิบายว่า เกิดความบันเทิงใจ คือเกิดความร่าเริงใจ ด้วยบทแม้ทั้งหมด ท่านกล่าวถึงความที่ชนเหล่านั้นหมกมุ่นด้วยตัณหานั่นเอง
               ก็ในสูตรนี้ คำต้นท่านกล่าวว่า กาเมสุ แล้วกล่าวซ้ำว่า กาเมสุ อีก ก็เพื่อแสดงว่าสัตว์เหล่านั้นมีจิตน้อมไปในกามนั้น. ด้วยคำนั้น ท่านแสดงว่า สัตว์เหล่านั้นเป็นผู้พรั่งพร้อมด้วยกามคุณ ในทุกอิริยาบถอยู่ในเวลานั้น.
               เล่ากันมาว่า สมัยนั้น เว้นพระอริยสาวกเสีย ชาวกรุงสาวัตถีทั้งหมด ต่างโฆษณาถึงการเล่นมหรสพ ตระเตรียมพื้นที่การเล่นไปตามกำลังสมบัติที่มี กินดื่มบริโภคกามทั้งในที่แจ้งทั้งในที่ลับ บำเรออินทรีย์ ถึงความดื่มด่ำในกามทั้งหลาย. พวกภิกษุทั้งหลายพากันเที่ยวบิณฑบาต ในกรุงสาวัตถี เห็นมนุษย์ในเรือนนั้นๆ และในสวนเป็นที่รื่นรมย์เป็นต้น พากันโฆษณาการเล่นมหรสพ มีจิตน้อมไปในกาม ปฏิบัติอย่างนั้นอยู่ พากันคิดว่า เราจักไปวิหาร ได้ฟังธรรมเทศนาอันละเอียดสุขุม ดังนี้แล้ว จึงกราบทูลความนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า.
               ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู ฯเปฯ กาเมสุ วิหรนฺติ ดังนี้.
               บทว่า เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ความว่า พระองค์ทรงทราบโดยอาการทั้งปวง ถึงความที่มนุษย์เหล่านั้นไม่เห็นโทษในกามทั้งหลายที่น่ากลัว อดกลั้นไม่ได้และมีผลเผ็ดร้อน มีที่เล่นอันน่ารื่นรมย์ มีความเร่าร้อนมาก อันความพินาศเป็นอเนกติดตามผูกพันนี้ จึงทรงเปล่งอุทานนี้ อันประกาศโทษแห่งกามและกิเลส.
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กาเมสุ สตฺตา ความว่า ผู้กำหนัด มัวเมา ข้อง ซ่านไป ติด พัวพัน ประกอบ ในวัตถุกาม ด้วยกิเลสกาม.
               บทว่า กามสงฺคสตฺตา ความว่า ชื่อว่าผู้ข้อง คือมาข้องด้วยเครื่องข้อง คือราคะ และด้วยเครื่องข้อง คือทิฏฐิ มานะ โทสะ และอวิชชา ในวัตถุกาม ด้วยความติดในกามนั้นนั่นแล.
               บทว่า สํโยชเน วชฺชมปสฺสมานา ความว่า ไม่เห็นโทษ คือโทสะ ได้แก่อาทีนพ อันชื่อว่ามีวัฏทุกข์เป็นมูลเป็นต้น เพราะมีปกติเห็นตามความยินดี ในธรรมอันเป็นเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในกิเลส มีกามราคะเป็นต้น อันได้นามว่าสังโยชน์ เพราะประกอบ คือล่ามกัมมวัฏ ด้วยวิปากวัฏ หรือภพเป็นต้น ด้วยภพอื่นเป็นต้น หรือสัตว์ทั้งหลายด้วยทุกข์.
               บทว่า น หิ ชาตุ สํโยชนสงฺคสตฺตา โอฆํ ตเรยฺยุ ํ วิปุลํ มหนฺตํ ความว่า สัตว์ทั้งหลายผู้ข้องอยู่ในธรรมเป็นเครื่องข้องอันมีสังโยชน์เป็นสภาวะ เพราะไม่มีการเห็นโทษอย่างนี้ หรือข้องอยู่ในธรรมอันเป็นไปในภูมิ ๓ อันเป็นอารมณ์แห่งธรรมเป็นเครื่องข้องเหล่านั้น ด้วยธรรมเป็นเครื่องข้องกล่าวคือสังโยชน์ ในกาลไหนๆ ก็ข้ามไม่ได้ ซึ่งโอฆะมีกามเป็นต้น อันชื่อว่ากว้างขวาง แน่นหนา และใหญ่ หรือโอฆะคือสงสารนั่นเอง เพราะมีอารมณ์กว้างขวาง และหากาลเบื้องต้นมิได้. อธิบายว่า ไม่พึงถึงฝั่งแห่งโอฆะนั้น โดยส่วนเดียวนั่นเอง.

               จบอรรถกถาปฐมกามสูตรที่ ๓               
               ------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย อุทาน จูฬวรรคที่ ๗ กามสูตรที่ ๑ จบ.
อ่านอรรถกถา 25 / 1อ่านอรรถกถา 25 / 148อรรถกถา เล่มที่ 25 ข้อ 149อ่านอรรถกถา 25 / 150อ่านอรรถกถา 25 / 440
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=25&A=3803&Z=3822
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๙  กุมภาพันธ์  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :