ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 

อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐]
อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ธัมมัตถวรรคที่ ๑๙

หน้าต่างที่   ๗ / ๑๐.

               ๗. เรื่องพราหมณ์คนใดคนหนึ่ง [๒๐๐]               
               ข้อความเบื้องต้น               
               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภพราหมณ์คนใดคนหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "น เตน ภิกฺขุ โส โหติ" เป็นต้น.

               พราหมณ์อยากให้พระศาสดาเรียกตนว่าภิกษุ               
               ได้ยินว่า พราหมณ์นั้นบวชในลัทธิภายนอกเที่ยวภิกษาอยู่ คิดว่า "พระสมณโคดมเรียกสาวกของตนผู้เที่ยวภิกษาว่า ‘ภิกษุ’ การที่พระสมณโคดมเรียกแม้เราว่า ‘ภิกษุ’ ก็ควร."
               เขาเข้าไปเฝ้าพระศาสดา ทูลว่า "ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ แม้ข้าพเจ้าก็เที่ยวภิกษาเลี้ยงชีพอยู่, พระองค์จงเรียกแม้ข้าพเจ้าว่า ‘ภิกษุ’"

               ลักษณะภิกษุและผู้มิใช่ภิกษุ               
               ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสกะพราหมณ์นั้นว่า
               "พราหมณ์ เราหาเรียกว่า ‘ภิกษุ’ เพราะอาการเพียงขอ (เขาไม่), เพราะผู้สมาทานธรรมอันเป็นพิษแล้วประพฤติอยู่ ย่อมเป็นผู้ชื่อว่าภิกษุ หามิได้,
               ส่วนผู้ใดเที่ยวไปด้วยพิจารณาสังขารทั้งปวง ผู้นั้นชื่อว่าเป็นภิกษุ."
               ดังนี้แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า :-
                         ๗. น เตน ภิกฺขุ โส โหติ    ยาวตา ภิกฺขเต ปเร
                         วิสฺสํ ธมฺมํ สมาทาย    ภิกฺขุ โหติ น ตาวตา.
                         โยธ ปุญฺญญฺจ ปาปญฺจ    พาเหตฺวา พฺรหฺมจริยวา
                         สงฺขาย โลเก จรติ    ส เว ภิกฺขูติ วุจฺจติ.
                                   บุคคลชื่อว่าเป็นภิกษุ เพราะเหตุที่ขอกะคนพวก
                         อื่น หามิได้, บุคคลสมาทานธรรมอันเป็นพิษ ไม่ชื่อว่า
                         เป็นภิกษุ ด้วยเหตุเพียงเท่านั้น;
                                   ผู้ใดในศาสนานี้ ลอยบุญและบาปแล้ว ประพฤติ
                         พรหมจรรย์ (รู้ธรรม) ในโลก ด้วยการพิจารณาเที่ยวไป
                         ผู้นั้นแลเราเรียกว่า ‘ภิกษุ’.

               แก้อรรถ               
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยาวตา ความว่า ชื่อว่าเป็นภิกษุ เพราะเหตุสักว่าขอกะชนพวกอื่นหามิได้.
               บทว่า วิสํ๑- เป็นต้น ความว่า ผู้ที่สมาทานธรรมไม่เสมอ หรือธรรมมีกายกรรมเป็นต้น อันมีกลิ่นเป็นพิษ ประพฤติอยู่ หาชื่อว่าเป็นภิกษุไม่.
               บทว่า โยธ เป็นต้น ความว่า ผู้ใดในศาสนานี้ ลอยคือบรรเทาบุญและบาป แม้ทั้งสองนี้ด้วยมรรคพรหมจรรย์ ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์.
               บทว่า สงฺขาย คือ ด้วยญาณ.
               บทว่า โลเก เป็นต้น ความว่า บุคคลรู้ธรรมแม้ทั้งหมดในโลกมีขันธโลกเป็นต้น อย่างนี้ว่า "ขันธ์เหล่านี้เป็นภายใน, ขันธ์เหล่านี้เป็นภายนอก" เที่ยวไป. ผู้นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกว่า "ภิกษุ" เพราะเป็นผู้ทำลายกิเลสทั้งหลายด้วยญาณนั้นแล้ว.
               ในกาลจบเทศนา ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลายมีโสดาปัตติผลเป็นต้น ดังนี้แล.
____________________________
๑- บาลีเป็น วิสฺสํ.

               เรื่องพราหมณ์คนใดคนหนึ่ง จบ.               
               ------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ธัมมัตถวรรคที่ ๑๙
อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐]
อ่านอรรถกถา 25 / 1อ่านอรรถกถา 25 / 28อรรถกถา เล่มที่ 25 ข้อ 29อ่านอรรถกถา 25 / 30อ่านอรรถกถา 25 / 440
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=25&A=946&Z=985
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๓๐  พฤศจิกายน  พ.ศ.  ๒๕๔๘
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com