ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๔
๗. โสณโปฏิริยปุตตเถรคาถา

               อรรถกถาโสณโปฏิริยปุตตเถรคาถา               
               คาถาของท่านพระโสณโปฏิริยบุตรเถระ เริ่มต้นว่า น ตาว สุปิตุ ํ โหติ.
               เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?
               แม้พระเถระนี้ก็เป็นผู้มีอธิการอันกระทำไว้แล้วในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ เป็นพรานป่าเลี้ยงชีพ ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิขี วันหนึ่งเห็นพระศาสดา แล้วมีจิตเลื่อมใสได้ถวายผลมะหาดแด่พระศาสดา.
               ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เกิดเป็นบุตรของนายบ้าน ชื่อว่าโปฏิริยะ ในเมืองกบิลพัสดุ์ ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้มีนามว่าโสณะ. เขาเจริญวัยแล้วได้เป็นเสนาบดีของพระราชาพระนามว่า ภัททิยะ สากิยะ.
               ครั้นต่อมา เมื่อพระเจ้าภัททิยะทรงผนวชแล้วโดยนัยดังกล่าวแล้วในหนหลัง เสนาบดีก็บวชตามด้วยคิดว่า ขึ้นชื่อว่าแม้พระราชาก็ยังทรงออกผนวช การอยู่ครองเรือนของเราจะมีประโยชน์อะไร? ก็ครั้นบวชแล้วเป็นผู้มีการนอนหลับเป็นที่มายินดี ไม่หมั่นประกอบภาวนา.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทับอยู่ในอนุปิยอัมพวันวิหาร ทรงแผ่โอภาสของพระองค์ไป ยังสติให้เกิดแก่พระโสณโปฏิริยเถระ ด้วยพระโอภาสนั้น เมื่อจะทรงโอวาทพระเถระด้วยพระคาถานี้ ได้ตรัสพระคาถา ๒ คาถาความว่า
                         ราตรีอันประดับด้วยฤกษ์มาลินีเช่นนี้ ย่อมไม่เป็นราตรี
                         เพื่อจะหลับโดยแท้ ราตรีเช่นนี้ย่อมเป็นราตรีอันผู้รู้แจ้ง
                         ปรารถนาแล้ว เพื่อประกอบความเพียร.
                         ถ้าช้างพึงเหยียบเรา ผู้ตกลงจากคอช้าง เราตายเสียใน
                         สงคราม ประเสริฐกว่าแพ้แล้ว เป็นอยู่จะประเสริฐอะไร ดังนี้.

               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น ตาว สุปิตุ ํ โหติ รตฺติ นกฺขตฺตมาลินี ความว่า เมื่อภิกษุผู้มีชาติแห่งวิญญูชน ได้ขณะที่ ๙ อันเว้นจากขณะที่ไม่ใช่กาล ๘ อย่าง ตั้งอยู่แล้ว ยังทำพระอรหัตให้อยู่ในเงื้อมมือไม่ได้ตราบใด ตราบนั้นราตรีอันประกอบด้วยฤกษ์มาลินีเช่นนี้ ย่อมไม่เป็นราตรีเพื่อจะหลับโดยแท้ คือไม่ใช่เวลาจะมามัวนอนหลับ.
               อีกประการหนึ่งแล ราตรีเช่นนี้ย่อมเป็นราตรีอันผู้รู้แจ้งปรารถนาแล้ว เพื่อจะประกอบความเพียร โดยอรรถได้แก่ ขึ้นชื่อว่าราตรีเช่นนี้เป็นเวลาที่มีเสียงสงัดเงียบเป็นพิเศษ เพราะเป็นเวลาที่พวกมนุษย์เหล่ามฤคและปักษีทั้งหลาย ย่างเข้าสู่ความหลับ จึงเป็นเวลาอันวิญญูชนผู้รู้แจ้ง ปรารถนาเพื่อเอาใจใส่ดูแลข้อปฏิบัติในตน คือเพื่อจะขวนขวายบำเพ็ญความเพียรของผู้มีธรรมเป็นเครื่องตื่นอยู่นั่นเอง.
               พระโสณเถระฟังพระโอวาทนั้นแล้ว เป็นผู้มีใจสลดแล้ว เริ่มตั้งหิริโอตตัปปะ อธิษฐานอัพโภกาสิกังคธุดงค์ (องค์คุณของภิกษุผู้ถือการอยู่ในที่แจ้งเป็นวัตร) กระทำกรรมในวิปัสสนา กล่าวคาถาที่ ๒ ว่า หตฺถิกฺขนฺธาติตํ ดังนี้ เป็นอาทิ.
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อวปติตํ ได้แก่ ตกคว่ำหน้า คือมีเท้าขึ้นเบื้องบน มีหน้าลงเบื้องล่าง ตกไปแล้ว.
               บทว่า กุญฺชโร เจ อนุกฺกเม ความว่า ถ้าช้างพึงเหยียบเรา.
               ท่านกล่าวอธิบายไว้ดังนี้ว่า
               ถ้าในเวลาที่เราขึ้นคอช้างเข้าสู่สงคราม ตกจากคอช้าง ได้ถูกช้างนั้นเหยียบตายในสงคราม ความตายนั้นของเราประเสริฐกว่า พ่ายจากกิเลสทั้งหลายในบัดนี้แล้วเป็นอยู่ จะประเสริฐอะไร คือความเป็นอยู่นั้นไม่ประเสริฐเลย.
               เมื่อพระเถระกล่าวคาถานี้อยู่นั่นแล ขวนขวายวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้ว.
               สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า๑-
               เมื่อก่อนเราเป็นพรานเนื้อ ครั้งนั้น เราเที่ยวอยู่ในป่าใหญ่ ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลสธุลี ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง เราเลื่อมใสได้เอาผลมะหาดมาถวายพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด เป็นเขตแห่งบุญ ผู้แกล้วกล้า ด้วยมือทั้งสองของตน.
               ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
____________________________
๑- ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๙๐

               ก็พระเถระบรรลุพระอรหัตแล้ว กล่าวทบทวนคาถาทั้งสองนั่นแล คือ (คาถาที่ ๑) อันพระศาสดาตรัสแล้ว (และคาถาที่ ๒) อันตนกล่าวแล้วโดยนัยมีอาทิว่า หตฺถิกฺขนฺธาวปติตํ ดังนี้.
               ด้วยการกล่าวซ้ำคาถานั้น เป็นอันพระเถระพยากรณ์พระอรหัตผลนี้แล้วทีเดียว.

               จบอรรถกถาโสณโปฏิริยปุตตเถรคาถา               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๔ ๗. โสณโปฏิริยปุตตเถรคาถา จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 293อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 294อ่านอรรถกถา 26 / 295อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=5939&Z=5947
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com