ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๕
๓. พรหมาลิเถรคาถา

               อรรถกถาพรหมาลิเถรคาถา               
               คาถาของท่านพระพรหมาลิเถระ เริ่มต้นว่า กสฺสินฺทฺริยานิ สมถงฺคตานิ.                เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?
               แม้พระเถระนี้ ก็เป็นผู้มีอธิการอันกระทำไว้แล้วในพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ๆ ทั้งหลาย สั่งสมกุศลอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้ในภพนั้นๆ เกิดในเรือนแห่งตระกูล ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี บรรลุนิติภาวะแล้ว วันหนึ่งเห็นพระศาสดาเสด็จเที่ยวไปบิณฑบาต มีใจเลื่อมใส ถวายบังคมแล้วได้ถวายผลมะม่วงกะล่อนทอง.
               พระศาสดาทรงกระทำอนุโมทนาแล้วเสด็จหลีกไป.
               ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เกิดในตระกูลพราหมณ์ แคว้นโกศล ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้มีนามว่าพรหมาลี บรรลุนิติภาวะแล้ว อันเหตุสมบัติตักเตือนอยู่ เกิดความสลดใจในสงสาร บวชในพระพุทธศาสนา โดยอาศัยกัลยาณมิตรเช่นนั้น เรียนกรรมฐานที่เหมาะสม อยู่ในป่า เจริญวิปัสสนาแล้ว ได้เป็นผู้มีอภิญญา ๖ ต่อกาลไม่นานนัก เพราะความที่ตนเป็นผู้มีญาณแก่กล้าแล้ว.
               สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า๑-
               เราได้ถวายผลมะม่วงกะล่อนทองแด่พระสัมพุทธเจ้าผู้มีพระฉวีวรรณเหมือนดังทองคำ ผู้สมควรรับเครื่องบูชา กำลังเสด็จดำเนินอยู่ในถนน.
               ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
____________________________
๑- ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๙๕

               ก็พระเถระเป็นผู้มีอภิญญา ๖ แล้ว ยังกาลเวลาให้ล่วงไปด้วยความสุขอันเกิดแต่มรรคและด้วยความสุขอันเกิดแต่ผล.
               วันหนึ่ง เมื่อจะกำหนดการประกอบความเพียรอันพระเถระผู้กำหนดความเพียรกล่าวไว้ เจาะจงเฉพาะภิกษุทั้งหลาย (ผู้อยู่) ในราวป่านั้น ได้กล่าวคาถา ๒ คาถาความว่า
                         อินทรีย์ของใครถึงความสงบแล้ว เหมือนม้าอันนายสารถี
                         ฝึกดีแล้ว แม้เทวดาทั้งหลายย่อมรักใคร่ต่อผู้นั้น ผู้มีมานะ
                         อันละแล้ว ไม่มีอาสวะ ผู้คงที่ อินทรีย์ทั้งหลายของเราก็ถึง
                         ความสงบแล้ว เหมือนม้าอันนายสารถีฝึกดีแล้ว แม้เทวดา
                         ทั้งหลายก็พากันรักใคร่ต่อเรา ผู้มีมานะอันละแล้ว ไม่มี
                         อาสวะ เป็นผู้คงที่ ดังนี้.

               คาถาทั้งสองนั้นมีอธิบายว่า
               เมื่อภิกษุทั้งหลายอยู่กันในราวป่านี้ อินทรีย์ทั้งหลายมีใจเป็นที่ ๖ ของใคร คือของภิกษุผู้เป็นเถระหรือนวกะหรือมัชฌิมะ ถึงความสงบคือความเป็นอินทรีย์ที่ฝึกแล้ว ได้แก่ความเป็นอินทรีย์ที่หมดพยศ เหมือนม้าอัสดรที่ถูกนายสารถีผู้ฉลาดฝึกแล้ว ฉะนั้น.
               แม้เทวดาก็กระหยิ่ม แม้มนุษย์ทั้งหลายก็ปรารถนาดี โดยการแสดงสัมมาปฏิบัติเป็นต้นต่อใคร ผู้ชื่อว่ามีมานะอันละได้แล้ว เพราะละมานะมีอย่าง ๙ ได้แล้วตั้งอยู่ ผู้ชื่อว่าไม่มีอาสวะ เพราะไม่มีอาสวะแม้ทั้ง ๔ อย่าง ผู้ชื่อว่าคงที่ด้วยการปฏิบัติลักษณะของผู้คงที่ในอิฏฐารมณ์เป็นต้น.
               ก็โดยกึ่งหนึ่งของบาทแรกในคาถานั้น พระเถระถามถึงการบรรลุพระอนาคามิมรรค. อธิบายว่า อินทรีย์ทั้งหลายแม้ของพระอนาคามี ย่อมชื่อว่าถึงความสงบ คือหมดพยศ เพราะละกามราคะและพยาบาทได้แล้ว.
               การได้เฉพาะซึ่งพระอรหัตมรรคย่อมมี ด้วยบาทคาถานอกนี้ เพราะว่า พระอรหันต์ ท่านเรียกว่าเป็นผู้ละมานะได้แล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ และเป็นผู้คงที่.
               ครั้งนั้น ท่านพระพรหมาลิเถระกล่าวย้ำคาถามีอาทิว่า กสฺสินฺทฺริยานิ ซึ่งพระเถระผู้กำหนดความเพียรกล่าวไว้แล้ว เมื่อจะวิสัชนาความแห่งคาถานั้นด้วยสามารถแห่งการน้อมเข้ามาในตน จึงพยากรณ์พระอรหัตผลด้วยคาถาที่ ๒ มีอาทิว่า มยฺหินฺทฺริยานิ.
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มยฺหินฺทฺริยานิ ได้แก่ อินทรีย์มีจักษุเป็นต้นของเรา.
               บทที่เหลือมีนัยดังข้าพเจ้ากล่าวไว้แล้วทั้งนั้น.

               จบอรรถกถาพรหมาลิเถรคาถา               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา ทุกนิบาต วรรคที่ ๕ ๓. พรหมาลิเถรคาถา จบ.
อ่านอรรถกถา 26 / 1อ่านอรรถกถา 26 / 299อรรถกถา เล่มที่ 26 ข้อ 300อ่านอรรถกถา 26 / 301อ่านอรรถกถา 26 / 474
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=5994&Z=6000
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com