ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส ปารายนวรรค
ติสสเมตเตยยมาณวกปัญหานิทเทส

               อรรถกถาติสสเมตเตยยมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๒               
               พึงทราบวินิจฉัยในติสสเมตเตยยสุตตนิทเทสที่ ๒ มีบทเริ่มต้นว่า โกธ สนฺตุสิโต ใครยินดีแล้วในโลกนี้ ดังนี้.
               ก็เมื่ออชิตสูตรจบแล้ว โมฆราชมาณพเริ่มจะทูลถามอย่างนี้ว่า มัจจุราชย่อมไม่เห็นผู้พิจารณาเห็นโลกอย่างไร. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบว่า อินทรีย์ของโมฆราชมาณพนั้นยังไม่แก่พอ จึงตรัสห้ามว่า หยุดก่อนโมฆราช คนอื่นจงถามเถิด. ลำดับนั้น ติสสเมตเตยยะเมื่อจะทูลถามความสงสัยของตน จึงกล่าวคาถามีอาทิว่า โกธ ดังนี้.
               ในบทเหล่านั้น บทว่า โกธ สนฺตุสิโต คือ ใครยินดีแล้วในโลกนี้.
               บทว่า อิญฺชิตา ความหวั่นไหว คือความดิ้นรนด้วยตัณหาและทิฏฐิ.
               บทว่า อุภนฺตมภิญฺญาย คือ ใครรู้ส่วนสุดทั้งสอง.
               บทว่า มนฺตา น ลิมฺปติ คือ ย่อมไม่ติดด้วยปัญญา.
               บทว่า ปริปุณฺณสงฺกปฺโป มีความดำริบริบูรณ์ คือมีความปรารถนาบริบูรณ์ด้วยเนกขัมมวิตกเป็นต้น.
               บทว่า ตณฺหิญฺชิตํ คือ ความหวั่นไหวเพราะตัณหา.
               แม้ในความหวั่นไหวเพราะทิฏฐิเป็นต้น ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
               บทว่า กามิญฺชิตํ ความหวั่นไหวเพราะกาม คือความหวั่นไหวดิ้นรนเพราะกิเลสกาม. ปาฐะว่า กมฺมิญฺชิตํ บ้าง. บทนั้นไม่ดี.
               บุรุษใหญ่ ชื่อว่ามหาบุรุษ บุรุษสูงสุด ชื่อว่าอัครบุรุษ. บุรุษเป็นประธาน ชื่อว่าเสฏฐบุรุษ. บุรุษไม่ลามก ชื่อว่าวิสิฏฐบุรุษ. บุรุษผู้ใหญ่ ชื่อว่าปาโมกขบุรุษ. บุรุษไม่ต่ำ ชื่อว่าอุตตมบุรุษ. บุรุษผู้ถึงความเป็นยอดของบุรุษ ชื่อว่าเป็นบุรุษประธาน. บุรุษผู้อันคนทั้งหมดต้องการ ชื่อว่าบวรบุรุษ.
               บทว่า สิพฺพนิมจฺจคา คือ ล่วงตัณหาอันเป็นเครื่องเย็บ.
               บทว่า อุปจฺจคา คือ ล่วงตัณหา.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงพยากรณ์ความนั้นแก่ติสสเมตเตยยมาณพนั้น จึงตรัสสองคาถาว่า กาเมสุ ดังนี้เป็นต้น.
               ในบทเหล่านั้น บทว่า กาเมสุ พฺรหฺมจริยวา ภิกษุมีพรหมจรรย์ในเพราะกามทั้งหลาย คือมีพรหมจรรย์มีกามเป็นนิมิต. อธิบายว่า เห็นโทษในกามทั้งหลายแล้วประกอบด้วยมรรคพรหมจรรย์ ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงความเป็นผู้สันโดษ. ทรงแสดงความเป็นผู้ไม่หวั่นไหว. ด้วยบทมีอาทิว่า วีตตณฺโห คือ เป็นผู้ปราศจากตัณหา.
               ในบทเหล่านั้น บทว่า สงฺขาย นิพฺพุโต พิจารณาแล้วดับ คือพิจาณาธรรมทั้งหลายโดยความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้นแล้วดับด้วยการดับราคะเป็นต้น.
               บทว่า อสทฺธมฺมสมาปตฺติยา ความถึงพร้อมด้วยอสัทธรรมคือประกอบด้วยธรรมต่ำ.
               บทว่า อารตี ความงด คือไกลความยินดี.
               บทว่า วิรติ ความเว้น คือเว้นจากความยินดีนั้น.
               บทว่า ปฏิวิรติ ความเว้นขาด คือเว้นขาดจากความยินดีนั้น.
               บทว่า เวรมณี ความขับไล่เวร คือให้เวรพินาศไป.
               บทว่า อกิริยา กิริยาที่ไม่กระทำ คือตัดขาดกิริยา.
               บทว่า อกรณํ ความไม่ทำ คือตัดขาดการกระทำ.
               บทว่า อนชฺฌาปตฺติ คือ ความไม่ต้อง.
               บทว่า เวลาอนติกฺกโม คือ ความไม่ล่วงแดน.
               บทที่เหลือชัดดีแล้ว เพราะมีนัยได้กล่าวไว้แล้วในที่นั้นๆ.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระสูตรนี้ ด้วยธรรมเป็นยอดคือพระอรหัตด้วยประการฉะนี้.
               เมื่อจบเทศนา พราหมณ์แม้นี้พร้อมด้วยอันเตวาสิกหนึ่งพันได้ตั้งอยู่ในพระอรหัต. ธรรมจักษุเกิดขึ้นแล้วแก่ชนเหล่าอื่นอีกหลายพัน.
               บทที่เหลือเช่นเดียวกันกับบทก่อนนั้นแล.

               จบอรรถกถาติสสเมตเตยยมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๒               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส ปารายนวรรค ติสสเมตเตยยมาณวกปัญหานิทเทส จบ.
อ่านอรรถกถา 30 / 1อ่านอรรถกถา 30 / 57อรรถกถา เล่มที่ 30 ข้อ 100อ่านอรรถกถา 30 / 116อ่านอรรถกถา 30 / 663
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=30&A=644&Z=801
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๔  เมษายน  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :