ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค
๗. มรรคทายกเถราปทาน (๑๔๗)

               ๑๔๗. อรรถกถามัคคทายกเถราปทาน               
               อปทานของท่านพระมัคคทายกเถระมีคำเริ่มต้นว่า อุตฺตริตฺวาน นทิกํ ดังนี้.
               พระเถระแม้นี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระชินวรพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ได้สั่งสมบุญเพื่อจะบรรลุพระนิพพานไว้เป็นเวลาหลายภพ.
               ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิทธัตถะ ท่านได้เกิดในตระกูลที่ชาวโลกยกย่องนับถือ เจริญวัยแล้ว ก็คงยังอยู่ในฆราวาสวิสัย.
               วันหนึ่ง เขาได้พบเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จข้ามแม่น้ำแห่งหนึ่งแล้วจะเสด็จไปป่า มีความเลื่อมใสว่า เวลานี้ควรที่เราจะปราบหนทางให้ราบเสมอเพื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ดังนี้แล้วจึงถือจอบและปุ้งกี๋มาทำหนทางที่พระผู้มีพระภาคเจ้าจะเสด็จผ่านมาให้ราบเรียบเสมอ เกลี่ยทรายลงแล้ว ก็ไปไหว้ที่พระบาทของพระผู้มีพระภาคเจ้า ตั้งความปรารถนาไว้ว่า
               ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ด้วยผลแห่งการที่ได้ปรับหนทางให้สวยงามนี้ ขอให้ข้าพระองค์จงได้เป็นผู้ควรแก่การบูชาในทุกๆ ที่ที่ได้ไปเกิดแล้วเถิด.
               อนึ่ง ขอให้ข้าพระองค์จงได้บรรลุพระนิพพานด้วยเถิด.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงกระทำอนุโมทนาด้วยพระดำรัสว่า เธอปรารถนาอย่างใดขอจงสำเร็จอย่างนั้นเถิด แล้วก็เสด็จหลีกไป.
               ด้วยบุญกรรมนั้น เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลกทุกๆ ภพได้เป็นผู้มีคนบูชาแล้ว.
               ก็ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้เกิดในตระกูลแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียง (ต่อมา) เลื่อมใสในพระศาสดา จึงได้บวช เจริญวิปัสสนาไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต ทราบถึงบุพกรรมของตนได้โดยประจักษ์ชัด เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า อุตฺตริตฺวาน นทิกํ ดังนี้.
               ในบทนั้นมีวิเคราะห์ว่า
               ชื่อว่านที เพราะเปล่งเสียง ส่งเสียงไป, นทีนั่นแลเป็นนทิกา.
               อธิบายว่า ขึ้นคือข้ามแม่น้ำนั้น.
               บทว่า กุทาลปิฏกมาทาย ความว่า แผ่นดินท่านเรียกว่า กุ ชื่อว่า กุทาลํ เพราะเป็นไปในการทำลาย ถาก ฟัน ซึ่งแผ่นดินนั้น,
               หาบสำหรับหาบดินฝุ่นและทรายเป็นต้น คือภาชนะที่ทำด้วยใบตาล หวายและเครือเถาเป็นต้น ท่านเรียกว่าปิฏกะ,
               จอบและปุ้งกี๋ ชื่อว่าจอบและปุ้งกี๋ ความว่า ถือเอาจอบและภาชนะ (ปุ้งกี๋) นั้นมาแล้ว.
               คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
               จบอรรถกถามัคคทายกเถราปทาน               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๑๕. ฉัตตวรรค ๗. มรรคทายกเถราปทาน (๑๔๗) จบ.
อ่านอรรถกถา 32 / 1อ่านอรรถกถา 32 / 148อรรถกถา เล่มที่ 32 ข้อ 149อ่านอรรถกถา 32 / 150อ่านอรรถกถา 32 / 412
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=32&A=4178&Z=4190
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๓  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com