ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค
๙. โสณโกฏิวิสเถราปทาน (๓๘๙)

               ๓๘๙. อรรถกถาโสณโกฏิวิสเถราปทาน               
               พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-
               อปทานของท่นาพระโสณโกฏิวิสเถระอันมีคำเริ่มต้นว่า วิปสฺสิโน ปาวจเน ดังนี้.
               แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ได้สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้มากมายในภพนั้นๆ.
               ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ท่าน (รูปนี้) ได้เกิดในตระกูลเศรษฐีมีสมบัติมากมาย พอเจริญวัยแล้วก็ได้เป็นเศรษฐี.
               (วันหนึ่ง) พร้อมกับพวกอุบาสกได้ไปพระวิหาร ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว มีใจเลื่อมใส ได้ช่วยกันฉาบทาปูนขาวในที่จงกรมของพระผู้มีพระภาคเจ้า และช่วยกันสร้างที่เร้น (ที่สงบ) แห่งหนึ่ง ได้ลาดพื้นที่เร้นด้วยผ้ามีสีต่างๆ และทำเพดานไว้ข้างบน มอบถวายแด่พระสงฆ์ที่มาแต่ทิศทั้ง ๔ ได้ถวายมหาทานตลอด ๗ วัน (และ) ได้กระทำการตั้งปณิธานไว้.
               พระศาสดาได้ทรงกระทำอนุโมทนา.
               ด้วยกุศลกรรมอันนั้น เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติในโลกทั้ง ๒ ในกัปนี้.
               เมื่อพระกัสสปทศพลปรินิพพานแล้ว เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าของพวกเรายังไม่ทรงอุบัติ ท่านได้บังเกิดในเรือนแห่งตระกูล ในกรุงพาราณสี พอได้เจริญวัยแล้ว ได้สร้างบรรณศาลาไว้ใกล้ฝั่งแม่น้ำคงคา ได้บำรุงพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งซึ่งอยู่ประจำด้วยปัจจัย ๔ ตลอด ๓ เดือนโดยความเคารพ.
               พระปัจเจกพุทธเจ้ารูปนั้น พอออกพรรษาแล้ว มีบริขารครบบริบูรณ์ ได้ไปยังภูเขาคันธมาทน์นั่นแล.
               กุลบุตรคนนั้นได้ทำบุญไว้เป็นอันมากในมนุษยโลกนั้นจนตลอดชีวิต จุติจากมนุษยโลกนั้นแล้ว ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก พอถึงในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าของพวกเรา เขาได้ถือปฏิสนธิในเรือนของอัครเศรษฐีในนครจัมปา.
               ตั้งแต่เวลาที่เขาถือปฏิสนธิมา กองแห่งโภคสมบัติเป็นอันมาก ก็เจริญขึ้นแก่ท่านเศรษฐี. ในวันที่เขาคลอดออกจากท้องของมารดา ลาภสักการะและสัมมานะเป็นอันมาก ก็ได้บังเกิดมีทั่วพระนคร.
               (ด้วยผลบุญ) ที่ได้บริจาคผ้ากัมพลสีแดงมีค่าตั้งแสนแด่พระปัจเจกพุทธเจ้าในครั้งก่อน เขาจึงได้มีวรรณดุจทองคำ และมีอัตภาพสุขุมละเอียดอย่างยิ่ง. ด้วยเหตุนั้น พวกญาติจึงตั้งชื่อเขาว่า โสณะ.
               เขาเจริญวัยแล้วมีบริวารมากมาย. ที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าของเขาได้มีเป็นรูปดอกหงอนไก่, ที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าของเขาทุกข้างได้มีสัมผัสอันอ่อนนิ่มนวลคล้ายกับปุยฝ้ายที่ปั่นแล้วตั้งร้อยครั้ง. เฉพาะที่ฝ่าเท้าทั้ง ๒ ข้างได้เกิดมีโลมชาติเป็นรูปวงกลมคล้ายกับต่างหูแก้วมณี, พวกญาติได้สร้างปราสาท ๓ หลังอันเหมาะสมกับฤดูทั้ง ๓ ฤดูให้แก่เขาผู้เจริญวัยแล้ว และได้มีพวกหญิงนักฟ้อนพากันบำรุงบำเรอ เขาได้เสวยสมบัติอันใหญ่หลวงในปราสาทหลังนั้นๆ อยู่อย่างเทพกุมาร.
               ครั้นเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าของพวกเรา ได้บรรลุพระสัพพัญญุตญาณแล้ว ประทับอยู่อาศัยในพระนครราชคฤห์ แสดงพระธรรมจักรอันประเสริฐให้เป็นไปแล้ว พระเจ้าพิมพิสารมีพระบรมราชโองการให้บุรุษไปเรียกตัวเขามา เขามายังพระนครราชคฤห์ พร้อมกับพวกชาวบ้าน ๘๐,๐๐๐ คน แล้วไปยังสำนักของพระศาสดา ได้ฟังธรรมแล้วได้มีศรัทธา ขออนุญาตมารดาบิดาแล้วบรรพชาในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า พอได้อุปสมบทแล้วเรียนกัมมัฏฐานในสำนักของพระศาสดาแล้ว ได้อยู่ที่สีตวัน เพื่อหลีกจากการคลุกคลีด้วยหมู่ชน.
               ขณะที่พระโสณะอยู่ในที่นั้นได้มีจินตนาการว่า สรีระของเราละเอียดสุขุม ด้วยความสุขทางกายอย่างเดียวเท่านั้น เราจึงไม่สามารถจะบรรลุความสุขในใจที่แท้จริงได้, เอาละแม้เราจะลำบากกาย ก็ควรที่จะบำเพ็ญสมณธรรม ดังนี้แล้วจึงอธิษฐานที่จงกรม เริ่มประกอบความเพียร เมื่อฝ่าเท้าทั้ง ๒ ข้างบวมจนพองขึ้นก็ตาม ก็ไม่คำนึงถึงทุกขเวทนา กระทำความเพียรอย่างแรงกล้า แต่ก็ไม่สามารถจะทำคุณวิเศษให้บังเกิดขึ้นได้ คงเป็นเพราะปรารภความเพียรหนักไป จึงคิดว่า เราพยายามถึงขนาดนี้ก็ยังไม่สามารถจะทำมรรคและผลให้บังเกิดขึ้นได้, เราจะบวชอยู่ทำไม สึกไปเสวยสมบัติดีกว่า และเราจักทำบุญให้มากดังนี้.
               ลำดับนั้น พระศาสดาได้ทรงทราบวาระจิตของเขา จึงเสด็จไปยังที่นั้น ทรงประทานพระโอวาทอุปมาด้วยสายพิณ เมื่อจะทรงแสดงถึงวิธีประกอบความเพียรให้สม่ำเสมอ ยังกัมมัฏฐานให้หมดจดแล้ว จึงเสด็จไปยังภูเขาคิชฌกูฏ.
               แม้พระโสณะแลได้รับพระโอวาทจากสำนักของพระศาสดาแล้ว ประกอบความเพียรให้สม่ำเสมอ พยายามเจริญวิปัสสนา ก็ได้ดำรงอยู่ในพระอรหัต.
               พระโสณะนั้นเป็นพระอรหันต์แล้ว ระลึกถึงบุพกรรมของตนได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า วิปสฺสิโน ปาวจเน ดังนี้.
               คำว่า วิปัสสี ในคำนั้นหมายความว่า เห็นโดยพิเศษ.
               อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าวิปัสสี เพราะเห็นได้หลายอย่าง.
               บทว่า ปาวจเน ได้แก่ ชื่อว่าปาพจน์ คือพระไตรปิฎก เพราะท่านเรียกโดยประการอย่างหนึ่ง.
               อธิบายว่า ในปาพจน์ของพระวิปัสสีพุทธเจ้าพระองค์นั้น.
               บทว่า เลณํ ความว่า ชื่อว่าเลณะ คือวิหาร เพราะเป็นที่เร้น อันปลอดภัย (สงบ).
               บทว่า พนฺธุมาราชธานิยา แยกวิเคราะห์ว่า ชื่อว่าพันธุ คือหมู่ญาติ เพราะเกี่ยวพัน คือผูกพันซึ่งกันและกันมา ด้วยอำนาจการสืบต่อจากตระกูล, ชื่อว่าพันธุมา เพราะย่อมอยู่ประจำในที่นั่น.
               อีกความหมายหนึ่ง ชื่อว่าพันธุมา เพราะเขามีความเกี่ยวข้องกัน.
               ชื่อว่าราชธานี เพราะเป็นที่ประทับอยู่ของพระราชาทั้งหลาย.
               พันธุมาศัพท์ และราชธานีศัพท์นั้น รวมกันเป็นพันธุมาราชธานี.
               เชื่อมความว่า เราได้สร้างที่เร้น (วิหาร) ที่ราชธานีของพระเจ้าพันธุมานั้น.
               คำที่เหลือในที่นี้มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
               จบอรรถกถาโสณโกฏิวิสเถราปทาน               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ เถราปทาน ๓๙. อัมพฏผลวรรค ๙. โสณโกฏิวิสเถราปทาน (๓๘๙) จบ.
อ่านอรรถกถา 32 / 1อ่านอรรถกถา 32 / 390อรรถกถา เล่มที่ 32 ข้อ 391อ่านอรรถกถา 32 / 392อ่านอรรถกถา 32 / 412
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=32&A=7819&Z=7848
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๑๓  มิถุนายน  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com