ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค
๘. โลมสติยเถราปทาน

               ๕๔๘. อรรถกถาโลมกังคิยเถราปทาน๑-               
____________________________
๑- บาลีว่า โลมสติยเถราปทาน.

               พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๘ ดังต่อไปนี้ :-
               อปทานของท่านพระโลมสกังคิยเถระ อันมีคำเริ่มต้นว่า อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเป ดังนี้.
               แม้พระเถระรูปนี้ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ได้สั่งสมบุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้เป็นอันมากในภพนั้นๆ.
               ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ท่านได้บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ได้มีศรัทธาเลื่อมใสแล้ว. อีกคนหนึ่งชื่อว่า จันทนะ ได้เป็นสหายของเขา. พวกเขาทั้งสองคนได้ฟังพระธรรมเทศนาในสำนักของพระศาสดาแล้วมีใจเลื่อมใส บวชแล้วได้รักษาศีลจนตลอดชีวิต ได้เสวยทิพยสุขจนตลอดพุทธันดรหนึ่งแล้ว.
               ทั้งสองคนนั้น ในพุทธุปบาทกาลนี้ คนหนึ่งได้มาบังเกิดในตระกูลสักยะ อีกคนหนึ่งที่มีชื่อว่าจันทนะ ได้บังเกิดเป็นเทพบุตรอยู่ในภพดาวดึงส์.
               ลำดับนั้น ท่านได้มองเห็นอิทธิปาฏิหาริย์ฝนโบกขรณีพรรษที่พระผู้มีพระภาคเจ้าอันพระกาฬุทายีผู้เลื่อมใสในสักยตระกูล กราบทูลให้ทรงยินดีแล้ว ทรงกระทำการข่มมานะของพวกเจ้าสักยะ แสดงพระธรรมคือเวสสันดรชาดกแล้วมีใจเลื่อมใสบวชแล้ว ได้ฟังพระธรรมเทศนาภัทเทกรัตตสูตรที่ตรัสไว้แล้วในมัชฌิมนิกาย อยู่ในป่า อนุสรณ์ถึงเทศนาคำสั่งสอนในภัทเทกรัตตสูตรแล้ว ส่งญาณไปตามลำดับของเทศนานั้น ตั้งใจบำเพ็ญกัมมัฏฐาน ได้บรรลุพระอรหัตแล้ว.
               ครั้นท่านได้บรรลุพระอรหัตแล้ว ระลึกถึงบุรพกรรมของตนเกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า อิมมฺหิ ภทฺทเก กปฺเป ดังนี้.
               คำว่า กัป ในคำว่า กปฺเป นั้นมี ๔ อย่างเท่านั้นคือ สารกัป วรกัป มัณฑกัปและภัททกัป.
               ในบรรดากัปทั้ง ๔ อย่างนั้น พระพุทธเจ้าองค์เดียวทรงอุบัติขึ้นในกัปใด กัปนี้ชื่อว่าสารกัป.
               พระพุทธเจ้า ๒ พระองค์หรือ ๓ พระองค์ ทรงอุบัติขึ้นในกัปใด กัปนี้ชื่อว่าวรกัป.
               พระพุทธเจ้า ๔ พระองค์ทรงอุบัติขึ้นในกัปใด กัปนี้ชื่อว่ามัณฑกัป.
               พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ทรงอุบัติขึ้นในกัปใด กัปนี้ชื่อว่าภัททกัป.
               แต่ในที่อื่นท่านกล่าวกัปไว้ ๕ อย่าง อย่างนี้คือ :-
                                   กัปมี ๕ อย่างคือ สารกัป มัณฑกัป สารมัณฑกัป
                         วรกัปและภัททกัป. พระผู้นำโลกย่อมทรงอุบัติขึ้น
                         ในบรรดากัปทั้ง ๕ อย่างเหล่านี้ตามลำดับคือ :-
                                   พระพุทธเจ้า ๑ พระองค์ทรงอุบัติขึ้นในสารกัป
                         พระพุทธเจ้า ๒ พระองค์ทรงอุบัติขึ้นในมัณฑกัป
                         พระพุทธเจ้า ๓ พระองค์ทรงอุบัติขึ้นในสารมัณฑกัป
                         พระพุทธเจ้า ๔ พระองค์ทรงอุบัติขึ้นในวรกัป
                         พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ทรงอุบัติขึ้นในภัททกัป.
               บรรดาบทเหล่านั้น กัปนี้ได้มีชื่อว่าภัททกัป เพราะประดับไปด้วยพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ คือ พระกกุสันธพุทธเจ้า พระโกนาคมนพุทธเจ้า พระกัสสปพุทธเจ้า พระโคดมพุทธเจ้าและพระเมตเตยยพุทธเจ้า.
               เชื่อมความว่า เพราะฉะนั้น พระกัสสปพุทธเจ้าผู้นำโลกทรงอุบัติขึ้นแล้วในภัททกัปนี้.
               คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
               จบอรรถกถาโลมสกังคิยเถราปทาน               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๘. โลมสติยเถราปทาน จบ.
อ่านอรรถกถา 33.1 / 1อ่านอรรถกถา 33.1 / 137อรรถกถา เล่มที่ 33.1 ข้อ 138อ่านอรรถกถา 33.1 / 139อ่านอรรถกถา 33.1 / 180
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=33&A=3880&Z=3931
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๕  กรกฎาคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com