ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค
๑๐. สุจิมุขีสูตร
ว่าด้วยสุจิมุขีปริพาชิกา
[๓๔๑] สมัยหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรอยู่ ณ พระเวฬุวัน สถานที่ให้ เหยื่อกระแต เขตกรุงราชคฤห์ ครั้นในเวลาเช้า ท่านพระสารีบุตรครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวรเข้าไปบิณฑบาตยังกรุงราชคฤห์ อาศัยเชิงฝาแห่งหนึ่งฉันบิณฑบาต นั้น ครั้งนั้น ปริพาชิกาชื่อสุจิมุขี เข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ แล้วได้ถามว่า “สมณะ ทำไมท่านจึงก้มหน้าฉันเล่า” ท่านพระสารีบุตรตอบว่า “น้องหญิง เรามิได้ก้มหน้าฉัน” “สมณะ ถ้าอย่างนั้น ท่านเงยหน้าฉันหรือ” “น้องหญิง เรามิได้เงยหน้าฉัน” “สมณะ ถ้าอย่างนั้น ท่านมองดูทิศใหญ่ฉันหรือ” “น้องหญิง เรามิได้มองดูทิศใหญ่ฉัน” “สมณะ ถ้าอย่างนั้น ท่านมองดูทิศน้อยฉันหรือ” “น้องหญิง เรามิได้มองดูทิศน้อยฉัน” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๔๗}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๗. สารีปุตตสังยุต]

๑๐. สุจิมุขีสูตร

“ดิฉันถามว่า ‘สมณะ ทำไมท่านจึงก้มหน้าฉันเล่า’ ท่านก็ตอบว่า ‘เรามิได้ ก้มหน้าฉัน’ ดิฉันถามว่า ‘ถ้าอย่างนั้น ท่านเงยหน้าฉันหรือ’ ท่านก็ตอบว่า ‘เรามิได้เงย หน้าฉัน’ ดิฉันถามว่า ‘ถ้าอย่างนั้น ท่านมองดูทิศใหญ่ฉันหรือ’ ท่านก็ตอบว่า ‘เรา มิได้มองดูทิศใหญ่ฉัน’ ดิฉันถามว่า ‘ถ้าอย่างนั้น ท่านมองดูทิศน้อยฉันหรือ’ ท่านก็ตอบว่า ‘เรา มิได้มองดูทิศน้อยฉัน’ สมณะ ก็บัดนี้ ท่านฉันอย่างไรเล่า” “น้องหญิง ก็สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งเลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพเพราะ ดิรัจฉานวิชา๑- คือวิชาดูพื้นที่๒- สมณพราหมณ์เหล่านี้ เรียกได้ว่า ก้มหน้าฉัน สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งเลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพเพราะเดรัจฉานวิชา คือ วิชาดูดาวดูฤกษ์ สมณพราหมณ์เหล่านี้ เรียกได้ว่า เงยหน้าฉัน สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งเลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพเพราะทำหน้าที่เป็น ตัวแทนและผู้สื่อสาร สมณพราหมณ์เหล่านี้ เรียกได้ว่า มองดูทิศใหญ่ฉัน สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งเลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพเพราะเดรัจฉานวิชา คือวิชาดูอวัยวะ สมณพราหมณ์เหล่านี้ เรียกได้ว่า มองดูทิศน้อยฉัน น้องหญิง เรานั้นมิได้เลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพเพราะเดรัจฉานวิชาคือวิชาดู พื้นที่ มิได้เลี้ยงชีวิตด้วยมิจฉาชีพเพราะเดรัจฉานวิชาคือวิชาดูดาวดูฤกษ์ มิได้เลี้ยง ชีวิตด้วยมิจฉาชีพเพราะทำหน้าที่เป็นตัวแทนและผู้สื่อสาร มิได้เลี้ยงชีวิตด้วย มิจฉาชีพเพราะเดรัจฉานวิชาคือวิชาดูอวัยวะ (แต่)เราแสวงหาภิกษาโดยชอบธรรม แล้วจึงฉัน” เชิงอรรถ : เดรัจฉานวิชา หมายถึงวิชาที่ขวางทางไปสู่สวรรค์ และนิพพาน (ที.สี.อ. ๑๗/๘๔) วิชาดูพื้นที่ หมายถึงความรู้เรื่องอันเป็นคุณเป็นโทษของทำเลที่ตั้งบ้านเรือนและเรือกสวนไร่นาเป็นต้น (ที.สี.อ. ๒๑/๘๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๔๘}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค [๗. สารีปุตตสังยุต]

รวมพระสูตรที่มีในสังยุต

ลำดับนั้น สุจิมุขีปริพาชิกาเข้าไปในกรุงราชคฤห์แล้ว ประกาศตามถนนสาย หนึ่งไปยังอีกสายหนึ่ง ตามตรอกหนึ่งไปยังอีกตรอกหนึ่งอย่างนี้ว่า “ท่าน สมณศากยบุตรทั้งหลายฉันอาหารที่ได้มาโดยชอบธรรม ไม่มีโทษ ขอเชิญท่าน ทั้งหลายถวายบิณฑบาตแก่สมณศากยบุตรทั้งหลายเถิด”
สุจิมุขีสูตรที่ ๑๐ จบ
สารีปุตตสังยุต จบ
รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ
๑. วิเวกชสูตร ๒. อวิตักกสูตร ๓. ปีติสูตร ๔. อุเปกขาสูตร ๕. อากาสานัญจายตนสูตร ๖. วิญญาณัญจายตนสูตร ๗. อากิญจัญญายตนสูตร ๘. เนวสัญญานาสัญญายตนสูตร ๙. นิโรธสมาปัตติสูตร ๑๐. สุจิมุขีสูตร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๗ หน้า : ๓๔๙}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๑๗ หน้าที่ ๓๔๗-๓๔๙. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=17&siri=274                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=17&A=6079&Z=6123                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=17&i=517                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu17


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :