ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
     ฉบับหลวง   ฉบับมหาจุฬาฯ   บาลีอักษรไทย   PaliRoman 
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๐ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๒ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
๑๐. มลสูตร
ว่าด้วยการละมลทิน
[๑๐] ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ไม่ละมลทิน๑- ๓ ประการ ย่อมดำรงอยู่ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ @เชิงอรรถ : @ มลทิน ในที่นี้หมายถึงการตามแผดเผา คือแผดเผาในอบายมีนรกเป็นต้น หมายถึงมีกลิ่นเหม็น คือ @ความชั่วฟุ้งไปว่า “เขาทำความชั่ว” และหมายถึงก่อให้เกิดความเศร้าหมอง เพราะกายกรรมเป็นต้น @ของเขาไม่สะอาด ไม่ผ่องใส อีกนัยหนึ่ง หมายถึงมลทิน เพราะทำสวรรค์สมบัติ มนุษย์สมบัติ และ @นิพพานสมบัติให้เสื่อมไป (องฺ.ติก.อ. ๒/๑๐/๘๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๔๗}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์]

๒. รถการวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค

ธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. เป็นคนทุศีลและไม่ละมลทินคือความเป็นคนทุศีล ๒. เป็นคนริษยาและไม่ละมลทินคือความริษยา ๓. เป็นคนตระหนี่และไม่ละมลทินคือความตระหนี่ บุคคลประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล ไม่ละมลทิน ๓ ประการนี้ ดำรงอยู่ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ บุคคลประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ละมลทิน ๓ ประการ ย่อมดำรงอยู่ใน สวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ธรรม ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. มีศีลและละมลทินคือความเป็นคนทุศีล ๒. ไม่ริษยาและละมลทินคือความริษยา ๓. ไม่ตระหนี่และละมลทินคือความตระหนี่ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล ละมลทิน ๓ ประการนี้ ดำรงอยู่ในสวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้
มลสูตรที่ ๑๐ จบ
พาลวรรคที่ ๑ จบ
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ภยสูตร ๒. ลักขณสูตร ๓. จินตีสูตร ๔. อัจจยสูตร ๕. อโยนิโสสูตร ๖. อกุสลสูตร ๗. สาวัชชสูตร ๘. สัพยาปัชฌสูตร ๙. ขตสูตร ๑๐. มลสูตร {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า : ๑๔๘}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๐ หน้าที่ ๑๔๗-๑๔๘. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=20&siri=54                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง :- http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=20&A=2757&Z=2776                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=20&i=449              พระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลีอักษรไทย :- http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali_item_s.php?book=20&item=449&items=1              อ่านอรรถกถาภาษาบาลีอักษรไทย :- http://84000.org/tipitaka/atthapali/read_th.php?B=15&A=1797              The Pali Tipitaka in Roman :- http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/roman_item_s.php?book=20&item=449&items=1              The Pali Atthakatha in Roman :- http://84000.org/tipitaka/atthapali/read_rm.php?B=15&A=1797                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๐ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu20              อ่านเทียบฉบับแปลอังกฤษ Compare with English Translation :- http://metta.lk/tipitaka/2Sutta-Pitaka/4Anguttara-Nikaya/Anguttara1/3-tikanipata/001-balavaggo-e.html https://suttacentral.net/an3.10/en/sujato https://suttacentral.net/an3.10/en/bodhi


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ บันทึกล่าสุด ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :