ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๔. สุวัณณกักกฏกชาดก (๓๘๙)
ว่าด้วยปูทองที่ฉลาด
(กาด่างูว่า) [๙๔] เราถูกปูทองซึ่งมีตาโปนออกมา มีกระดูกเป็นหนัง๑- อาศัยอยู่ในน้ำ ไม่มีขน หนีบแล้ว ร้องขอความกรุณาอยู่ เพื่อนเอ๋ย เพราะเหตุใดหนอ ท่านจึงละทิ้งเราไป (พระศาสดาทรงแสดงข้อความนี้ว่า) [๙๕] งูผู้เป็นเพื่อนนั้น เมื่อจะป้องกันกาผู้เป็นเพื่อน จึงพ่นพิษพร้อมกับแผ่พังพานใหญ่ไปจนถึงตัวปู ปูจึงได้หนีบงูไว้อีก เชิงอรรถ : คำว่า มีกระดูกเป็นหนัง ได้แก่ กระดองปู {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๔๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต]

๒. ขรปุตตวรรค ๔. สุวัณณกักกฏกชาดก (๓๘๙)

(งูถามปูว่า) [๙๖] ก็ธรรมดาปูไม่ต้องการจะจับกากิน และไม่ต้องการจะจับงูเห่ากิน ท่านผู้มีตาโปน เราขอถามท่าน เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไรท่านจึงหนีบเราทั้ง ๒ ไว้ (ปูจึงบอกเหตุผลที่หนีบกาไว้ว่า) [๙๗] ชายนี้เป็นผู้หวังความเจริญแก่ข้าพเจ้า จับข้าพเจ้าแล้วนำไปที่แอ่งน้ำ เมื่อเขาตาย ข้าพเจ้าจะมีทุกข์มิใช่น้อย ข้าพเจ้าและชายนี้ก็จะไม่มีทั้ง ๒ คน [๙๘] อนึ่ง ชนทั้งมวลเห็นข้าพเจ้ามีร่างกายเจริญเติบโต มีเนื้ออร่อย มีเนื้อมาก และมีเนื้อนุ่ม ก็ต้องการจะเบียดเบียน แม้กาทั้งหลายเห็นข้าพเจ้าแล้วก็พึงเบียดเบียน (งูต้องการลวงปู จึงกล่าวว่า) [๙๙] ถ้าเราทั้ง ๒ ถูกหนีบเพราะเหตุแห่งชายนี้ ขอชายนี้จงลุกขึ้น ข้าพเจ้าจะดูดพิษให้ ขอท่านจงปล่อยข้าพเจ้าและกาโดยเร็ว ก่อนที่พิษอันร้ายแรงจะเข้าสู่ชายนี้ (ปูได้ฟังดังนั้นคิดอุบายได้แล้ว จึงกล่าวว่า) [๑๐๐] ข้าพเจ้าจะปล่อยงูแต่จะยังไม่ปล่อยกา กาจักเป็นตัวประกันก่อนจนกว่าข้าพเจ้าจะเห็น ชายนี้มีความสุข ปราศจากโรคแล้ว จึงจะปล่อยกาเหมือนปล่อยงู {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๔๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต]

๒. ขรปุตตวรรค ๕. มัยหกสกุณชาดก (๓๙๐)

(พระศาสดาตรัสพระคาถาสุดท้ายประชุมชาดกว่า) [๑๐๑] กาในกาลนั้นคือพระเทวทัต ส่วนงูเห่าคือมาร ปูคือพระอานนท์ ส่วนพราหมณ์โชคดีคือเราผู้เป็นศาสดา
สุวัณณกักกฏกชาดกที่ ๔ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๒๔๕-๒๔๗. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=27&siri=389                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=27&A=4128&Z=4150                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=923                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu27


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com