ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕)
ว่าด้วยเหตุที่พระเจ้าจูฬสุตโสมออกผนวช
(พระโพธิสัตว์สุตโสมตรัสว่า) [๑๙๕] เราขอประกาศให้ชาวนิคม มิตร อำมาตย์ และข้าราชบริพารได้ทราบ บัดนี้ ผมที่ศีรษะของเราหงอกแล้ว เราจึงพอใจการบรรพชา (อำมาตย์ผู้องอาจแกล้วกล้าคนหนึ่งกราบทูลว่า) [๑๙๖] ทำไมหนอ พระองค์จึงรับสั่งความไม่เจริญแก่ข้าพระพุทธเจ้า ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ พระองค์ทรงปักพระแสงศรที่อกของข้าพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงมีพระชายาถึง ๗๐๐ นาง พระชายาเหล่านั้นของพระองค์จักเป็นอย่างไรหนอ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๒๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต]

๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕)

(พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสว่า) [๑๙๗] นางทั้งหลายเหล่านั้นจักปรากฏตามกรรมของตนเอง พวกนางยังสาว จักไปพึ่งพาพระราชาแม้พระองค์อื่นได้ ส่วนเราปรารถนาสวรรค์ เพราะเหตุนั้น จึงจักบรรพชา (พระราชชนนีรีบเสด็จมาโดยด่วนตรัสถามว่า) [๑๙๘] พ่อสุตโสม การที่แม่เป็นแม่ของเจ้า นับว่าแม่ได้เจ้ามาด้วยความลำบาก เมื่อแม่พร่ำเพ้อรำพันอยู่ เพราะเหตุไร เจ้าจึงไม่อาลัยจะบวชเสียเล่า [๑๙๙] พ่อสุตโสม การที่แม่คลอดเจ้ามา นับว่าแม่ได้เจ้ามาด้วยความลำบาก เมื่อแม่พร่ำเพ้อรำพันอยู่ เพราะเหตุไร เจ้าจึงไม่อาลัยจะบวชเสียเล่า (พระชนกทรงทราบข่าวแล้วเสด็จมา ตรัสถามว่า) [๒๐๐] พ่อสุตโสม ธรรมนั่นชื่ออะไร และอะไรชื่อว่าการบรรพชา เพราะเหตุไร เจ้าเป็นบุตรของเราทั้ง ๒ จึงไม่มีความอาลัย จะละทิ้งเราทั้ง ๒ ผู้แก่เฒ่าไปบวชเสียเล่า [๒๐๑] แม้ลูกชายลูกสาวของพ่อก็มีอยู่มาก ยังเล็กอยู่ ยังไม่เป็นหนุ่มเป็นสาว แม้เด็กเหล่านั้นกำลังฉอเลาะอ่อนหวาน เมื่อไม่เห็นพ่อ เห็นจะเป็นทุกข์ไปตามๆ กัน (พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมสดับพระดำรัสแล้ว กราบทูลว่า) [๒๐๒] การอยู่ร่วมกันแม้นานแล้วพลัดพรากจากกัน ของหม่อมฉันกับลูกทั้งหลายเหล่านั้นซึ่งยังเด็กอยู่ ยังไม่เป็นหนุ่มเป็นสาว กำลังฉอเลาะอ่อนหวานแม้ทั้งหมด และจากทูลกระหม่อมทั้ง ๒ พระองค์เป็นของแน่นอน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๒๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต]

๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕)

(พระชายาทั้งหลายทราบข่าวแล้วคร่ำครวญอยู่กราบทูลว่า) [๒๐๓] ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ ทูลกระหม่อมทรงตัดพระทัยแล้วหรือ ทรงหมดความกรุณาในพวกหม่อมฉันหรือ เพราะเหตุไร ทูลกระหม่อมจึงไม่อาลัยพวกหม่อมฉันผู้คร่ำครวญอยู่ จะเสด็จออกผนวชเสียเล่า (พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมสดับเสียงคร่ำครวญของพระชายาเหล่านั้นแล้วตรัสว่า) [๒๐๔] เราตัดใจได้แล้วก็หามิได้ และเราก็ยังมีความกรุณาในพวกเธออยู่ แต่ว่าเราปรารถนาสวรรค์ เพราะเหตุนั้น จึงจักบวช (พระมเหสีทรงพระครรภ์แก่ได้กราบทูลว่า) [๒๐๕] เจ้าพี่สุตโสม การที่หม่อมฉันเป็นมเหสีของเจ้าพี่ นับว่าหม่อมฉันได้เจ้าพี่มาด้วยความยากลำบาก ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ เมื่อหม่อมฉันพร่ำเพ้อรำพันอยู่ เพราะเหตุไร เจ้าพี่จึงไม่ทรงอาลัย จะทรงผนวชเสียเล่า [๒๐๖] เจ้าพี่สุตโสม การที่หม่อมฉันเป็นมเหสีของเจ้าพี่ นับว่าหม่อมฉันได้เจ้าพี่มาด้วยความยากลำบาก ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ เพราะเหตุไร เจ้าพี่จึงไม่ทรงอาลัยพระโอรสที่ปฏิสนธิในครรภ์ของหม่อมฉัน จะทรงผนวชเสียเล่า [๒๐๗] ครรภ์ของหม่อมฉันแก่แล้ว ขอพระองค์รออยู่จนกว่าหม่อมฉันจะคลอดพระโอรส ขอหม่อมฉันอย่าได้เป็นหม้ายอยู่แต่ผู้เดียว ได้ประสบทุกข์ยากในภายหลัง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๒๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต]

๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕)

(พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสว่า) [๒๐๘] ครรภ์ของน้องนางแก่แล้ว เอาเถิด ขอให้น้องนางจงคลอดบุตร ซึ่งมีผิวพรรณไม่ทรามเถิด ส่วนพี่จักละบุตรและน้องนางไปบวช (พระโพธิสัตว์ตรัสปลอบโยนพระนางว่า) [๒๐๙] อย่าร้องไห้เศร้าโศกไปเลย เจ้าจันทา เจ้าผู้มีดวงเนตรงามดุจดอกกรรณิการ์เขา จงขึ้นไปยังปราสาทอันประเสริฐเสียเถิด พี่จักไปอย่างคนหมดความอาลัย (พระโอรสองค์ใหญ่ทูลถามว่า) [๒๑๐] เสด็จแม่ ใครทำให้เสด็จแม่ทรงพิโรธ ทำไมเสด็จแม่จึงทรงกันแสง และทรงจ้องดูหม่อมฉันนัก บรรดาพระญาติที่เห็นๆ กันอยู่ ใครที่หม่อมแม่ฆ่าไม่ได้ หม่อมฉันจะฆ่าเอง (พระเทวีตรัสว่า) [๒๑๑] ลูกรัก ท่านผู้ใดทำให้แม่โกรธ ท่านผู้นั้นเป็นผู้ชนะในแผ่นดิน เจ้าไม่อาจจะฆ่าเขาได้เลย ลูกรัก พระบิดาของเจ้าได้พูดกับแม่ว่า เราจักไปอย่างคนหมดความอาลัย (พระโอรสองค์ใหญ่คร่ำครวญอยู่ตรัสว่า) [๒๑๒] เมื่อก่อน หม่อมฉันนำช้างตกมัน ไปพระอุทยานและเล่นรบกัน บัดนี้ เมื่อเสด็จพ่อสุตโสมทรงผนวชแล้ว หม่อมฉันจักทำอย่างไรหนอ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๓๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต]

๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕)

(น้องชายองค์เล็กของพระโอรสองค์ใหญ่ตรัสว่า) [๒๑๓] เมื่อพระมารดาของหม่อมฉันทรงกันแสงอยู่ และเมื่อเจ้าพี่ไม่ทรงยินยอม หม่อมฉันก็จักยึดแม้พระหัตถ์ทั้ง ๒ ของเสด็จพ่อไว้ เมื่อพวกหม่อมฉันไม่ยินยอม เสด็จพ่อจะเสด็จไปไม่ได้ (พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสว่า) [๒๑๔] ลุกขึ้นเถิดเจ้า แม่นม เจ้าจงชวนกุมารนี้ให้ไปรื่นรมย์ที่อื่นเถิด กุมารนี้อย่าได้ทำอันตรายแก่เราเลย เมื่อเรากำลังปรารถนาสวรรค์ (พระพี่เลี้ยงกราบทูลว่า) [๒๑๕] ถ้ากระไร เราพึงให้แก้วมณีอันมีแสงสว่างนี้ ประโยชน์อะไรของเรากับแก้วมณีนี้หนอ เมื่อพระจอมนรชนสุตโสมทรงผนวชแล้ว เราจะทำอย่างไรกับแก้วมณีนั้นหนอ (มหาเสนคุตตอำมาตย์กราบทูลว่า) [๒๑๖] พระคลังน้อยของพระองค์ก็ไพบูลย์ เรือนคลังหลวงของพระองค์ก็บริบูรณ์ และปฐพี พระองค์ก็ทรงชนะแล้ว ขอพระองค์ทรงพอพระทัย อย่าทรงผนวชเลย พระพุทธเจ้าข้า (พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสว่า) [๒๑๗] พระคลังน้อยของเราจะไพบูลย์ก็ตาม เรือนคลังหลวงของเราจะบริบูรณ์ก็ตาม ปฐพีถึงเราชนะแล้วก็ตาม แต่เราจักละสิ่งนั้นๆ ไปบวช {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๓๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต]

๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕)

(กุลวัฒนเศรษฐีกราบทูลว่า) [๒๑๘] ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ แม้ทรัพย์ของข้าพระพุทธเจ้าก็มีอยู่มากมาย ข้าพระพุทธเจ้าไม่อาจจะนับได้ ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายทรัพย์นั้นแม้ทั้งหมดแด่พระองค์ ขอพระองค์ทรงพอพระทัย อย่าทรงผนวชเลย พระพุทธเจ้าข้า (พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสว่า) [๒๑๙] เรารู้ว่า ทรัพย์ของท่านมีอยู่มาก กุลวัฒนะ และเราท่านก็บูชา แต่เราปรารถนาสวรรค์ เพราะเหตุนั้น จึงจักบวช (โพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสต่อไปว่า) [๒๒๐] พี่เบื่อหน่ายหนัก ความไม่ยินดีกำลังครอบงำพี่ พ่อโสมทัต เพราะอันตรายของพี่มีมาก พี่จึงจักบวชวันนี้แหละ (โสมทัตอนุชาตรัสว่า) [๒๒๑] ก็บรรพชากิจนี้เจ้าพี่ทรงพอพระทัย เจ้าพี่สุตโสม เจ้าพี่ทรงผนวชเถิด ในวันนี้ เดี๋ยวนี้แหละ แม้หม่อมฉันก็จักบวช เว้นเจ้าพี่เสียแล้ว หม่อมฉันไม่อาจจะอยู่ได้ (พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสว่า) [๒๒๒] เจ้ายังบวชไม่ได้ เพราะใครๆ ในเมืองและในชนบทจะไม่หุงต้มกิน เมื่อมหาราชร้องไห้คร่ำครวญว่า พระจอมนรชนสุตโสมทรงผนวชแล้ว บัดนี้ พวกข้าพระพุทธเจ้าจักทำอย่างไรหนอ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๓๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต]

๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕)

(ต่อแต่นั้น พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสว่า) [๒๒๓] เราเข้าใจว่า ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไป เหมือนกับน้ำนิดหน่อยในหม้อกรองน้ำด่าง เมื่อชีวิตเป็นของน้อยนักอย่างนี้ จึงไม่ใช่เวลาที่จะประมาทเลย [๒๒๔] เราเข้าใจว่า ชีวิตนี้ถูกชรานำเข้าไป เหมือนกับน้ำนิดหน่อยในหม้อกรองน้ำด่าง เมื่อชีวิตเป็นของน้อยนักอย่างนี้ ถึงอย่างนั้นพวกคนพาลก็ยังพากันประมาทอยู่ [๒๒๕] พวกคนพาลเหล่านั้นถูกเครื่องผูกคือตัณหาผูกมัดไว้แล้ว ย่อมทำนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน เปรตวิสัย และอสุรกายให้เจริญ (มหาชนคร่ำครวญกล่าวว่า) [๒๒๖] ก็กลุ่มละอองธุลีฟุ้งลอยขึ้น ในที่ไม่ห่างไกลจากปุปผกปราสาท ชะรอยพระเกสาของพระธรรมราชา ผู้เรืองยศของพวกเรา จักถูกตัดแล้ว (มหาชนไม่เห็นพระราชา จึงเที่ยวคร่ำครวญว่า) [๒๒๗] พระราชาทรงมีพระสนมกำนัลในห้อมล้อม เสด็จไป ณ ปราสาทใดหนอ นี้คือปราสาทของพระองค์ เกลื่อนกล่นไปด้วยสุวรรณบุปผามาลัย [๒๒๘] พระราชาทรงมีหมู่พระญาติห้อมล้อม เสด็จไป ณ ปราสาทใดหนอ นี้คือปราสาทของพระองค์ เกลื่อนกล่นไปด้วยสุวรรณบุปผามาลัย [๒๒๙] พระราชาทรงมีพระสนมกำนัลในห้อมล้อม เสด็จไป ณ ปราสาทใดหนอ นี้คือปราสาทของพระองค์ เกลื่อนกล่นไปด้วยสุวรรณบุปผามาลัย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๓๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต]

๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕)

[๒๓๐] พระราชาทรงมีหมู่พระญาติห้อมล้อม เสด็จไป ณ ปราสาทใดหนอ นี้คือปราสาทของพระองค์ เกลื่อนกล่นไปด้วยสุวรรณบุปผามาลัย [๒๓๑] พระราชาทรงมีพระสนมกำนัลในห้อมล้อม เสด็จไป ณ อโสกวันใดหนอ นี้คือภูมิภาคแห่งอโสกวันของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงาม น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง [๒๓๒] พระราชาทรงมีหมู่พระญาติห้อมล้อม เสด็จไป ณ อโสกวันใดหนอ นี้คือภูมิภาคแห่งอโสกวันของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงาม น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง [๒๓๓] พระราชาทรงมีพระสนมกำนัลในห้อมล้อม เสด็จไป ณ พระอุทยานใดหนอ นี้คือพระราชอุทยานของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงามตลอดกาลทั้งปวง น่ารื่นรมย์ [๒๓๔] พระราชาทรงมีหมู่พระญาติห้อมล้อม เสด็จไป ณ พระอุทยานใดหนอ นี้คือพระราชอุทยานของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงาม น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง [๒๓๕] พระราชาทรงมีพระสนมกำนัลในห้อมล้อม เสด็จไป ณ สวนกรรณิการ์ใดหนอ นี้คือสวนกรรณิการ์ของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงาม น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง [๒๓๖] พระราชาทรงมีหมู่พระญาติห้อมล้อม เสด็จไป ณ สวนกรรณิการ์ใดหนอ นี้คือสวนกรรณิการ์ของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงาม น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง [๒๓๗] พระราชาทรงมีพระสนมกำนัลในห้อมล้อม เสด็จไป ณ สวนปาฏลิวันใดหนอ นี้คือสวนปาฏลิวันของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงาม น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง [๒๓๘] พระราชาทรงมีหมู่พระญาติห้อมล้อม เสด็จไป ณ สวนปาฏลิวันใดหนอ นี้คือสวนปาฏลิวันของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงาม น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๓๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต]

๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕)

[๒๓๙] พระราชาทรงมีพระสนมกำนัลในห้อมล้อม เสด็จไป ณ สวนอัมพวันใดหนอ นี้คือสวนอัมพวันของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงาม น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง [๒๔๐] พระราชาทรงมีหมู่พระญาติห้อมล้อม เสด็จไป ณ สวนอัมพวันใดหนอ นี้คือสวนอัมพวันของพระองค์ มีดอกไม้บานสะพรั่งงดงาม น่ารื่นรมย์ตลอดกาลทั้งปวง [๒๔๑] พระราชาทรงมีพระสนมกำนัลในห้อมล้อม เสด็จไป ณ สระโบกขรณีใดหนอ นี้คือสระโบกขรณีของพระองค์ ดารดาษไปด้วยดอกไม้นานาชนิด คับคั่งไปด้วยฝูงนก [๒๔๒] พระราชาทรงมีหมู่พระญาติห้อมล้อม เสด็จไป ณ สระโบกขรณีใดหนอ นี้คือสระโบกขรณีของพระองค์ ดารดาษไปด้วยดอกไม้นานาชนิด คับคั่งไปด้วยฝูงนก [๒๔๓] พระเจ้าสุตโสมบรมราชาทรงสละราชสมบัตินี้ผนวชเสียแล้ว พระองค์ทรงผ้ากาสาวพัสตร์ เสด็จเที่ยวไปพระองค์เดียว ดุจพญาช้างตัวประเสริฐ (พระโพธิสัตว์จูฬสุตโสมตรัสว่า) [๒๔๔] ท่านทั้งหลายอย่าหวนระลึกถึงความยินดี การเล่นและความรื่นเริงทั้งหลายในกาลก่อนเลย กามทั้งหลายอย่าฆ่าท่านทั้งหลายได้เลย จริงอยู่ สุทัสสนนครน่ารื่นรมย์ยิ่งนัก [๒๔๕] อนึ่ง ท่านทั้งหลายจงเจริญเมตตาจิต ที่มีอารมณ์ไม่มีประมาณทั้งกลางวันและกลางคืนเถิด เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านทั้งหลายจะได้ไปสู่เทพบุรี อันเป็นสถานที่อยู่ของท่านผู้บำเพ็ญบุญ ดังนี้แล
จูฬสุตโสมชาดกที่ ๕ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๓๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๗. จัตตาลีสนิบาต]

๕. จูฬสุตโสมชาดก (๕๒๕) รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้

รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้ คือ
๑. เตสกุณชาดก ๒. สรภังคชาดก ๓. อลัมพุสาชาดก ๔. สังขปาลชาดก ๕. จูฬสุตโสมชาดก
จัตตาลีสนิบาต จบ
ชาดก ภาค ๑ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๖๓๖}
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ สุตตันตปิฎกที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๖๒๗-๖๓๖. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=27&siri=525                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=27&A=10564                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=2519                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu27


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com