ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๓. เสเรยยวรรค]

๕. สัมมุขาถวิกเถราปทาน

๕. สัมมุขาถวิกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระสัมมุขาถวิกเถระ
(พระสัมมุขาถวิกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า) [๔๑] เมื่อพระวิปัสสีโพธิสัตว์ประสูติ ข้าพเจ้าพยากรณ์นิมิตและทำหมู่ชนให้เย็นใจว่า พระโพธิสัตว์นี้จักเป็นพระพุทธเจ้าในโลก [๔๒] อนึ่ง เมื่อพระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ หมื่นจักรวาลย่อมหวั่นไหว บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ [๔๓] อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ ได้มีแสงสว่างเจิดจ้า บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ [๔๔] อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ แม่น้ำทั้งหลายไม่ไหล บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ [๔๕] อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ ไฟในอเวจีนรกไม่ลุกโพลง บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ [๔๖] อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ หมู่นกไม่สัญจรไปมา บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๘๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๓. เสเรยยวรรค]

๕. สัมมุขาถวิกเถราปทาน

[๔๗] อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ กองลมไม่พัด บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ [๔๘] อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ รัตนะทุกชนิดส่องแสงโชติช่วง บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ [๔๙] อนึ่ง พระผู้มีพระภาคพระองค์ใดประสูติ ทรงย่างพระบาทไปได้ ๗ ก้าว บัดนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดา ผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่ [๕๐] พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพอประสูติแล้วเท่านั้น ก็ทรงเหลียวดูทิศทั้งปวง แล้วทรงเปล่งอาสภิวาจา๑- นี้เป็นธรรมดาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย [๕๑] ข้าพเจ้าทำหมู่ชนให้เกิดสังเวชแล้ว ชมเชย พระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วบ่ายหน้าหลีกไปทางทิศตะวันออก [๕๒] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าชมเชยพระพุทธเจ้าไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการชมเชย เชิงอรรถ : ดูเชิงอรรถข้อ ๒๓ หน้า ๒๖๔ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๘๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๓. เสเรยยวรรค]

๕. สัมมุขาถวิกเถราปทาน

[๕๓] ในกัปที่ ๙๐ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่าสัมมุขาถวิกะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก [๕๔] ในกัปที่ ๘๙ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าปฐวีทุนทุภิ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก [๕๕] ในกัปที่ ๘๘ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นกษัตริย์ผู้จักรพรรดิพระนามว่าโอภาส สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก [๕๖] ในกัปที่ ๘๗ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสริตัจเฉทนะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก [๕๗] ในกัปที่ ๘๖ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าอัคคินิพพาปนะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก [๕๘] ในกัปที่ ๘๕ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าวาตสมะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก [๕๙] ในกัปที่ ๘๔ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าคติปัจเฉทนะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก [๖๐] ในกัปที่ ๘๓ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่ารัตนปัชชละ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๘๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๓. เสเรยยวรรค]

๖. กุสุมาสนิยเถราปทาน

[๖๑] ในกัปที่ ๘๒ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าปทวิกกมนะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก [๖๒] ในกัปที่ ๘๑ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าวิโลกนะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก [๖๓] ในกัปที่ ๘๐ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าคิริสาระ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก [๖๔] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสัมมุขาถวิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สัมมุขาถวิกเถราปทานที่ ๕ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๒ หน้าที่ ๒๘๒-๒๘๕. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=32&siri=127                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=32&A=3764&Z=3810                   ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=32&i=127                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu32


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com