ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
๙. สัพพทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระสัพพทายกเถระ
(พระสัพพทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า) [๔๕๖] ที่อยู่ของข้าพเจ้าซึ่งบุญกรรมเนรมิตไว้ดีแล้วจดถึงมหาสมุทร สระโบกขรณีซึ่งบุญกรรมเนรมิตไว้ดีแล้ว มีนกจักรพากส่งเสียงร้องอยู่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๔๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค]

๙. สัพพทายกเถราปทาน

[๔๕๗] ดารดาษด้วยบัวเผื่อนบัวหลวงและบัวขาบ ในสระนั้นมีน้ำไหล มีท่าน้ำราบเรียบ เป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ [๔๕๘] มีปลาและเต่าชุกชุม ชุกชุมไปด้วยเนื้อต่างๆ มีนกยูง นกกระเรียน และนกดุเหว่า เป็นต้น ส่งเสียงร้องอย่างไพเราะ [๔๕๙] นกเขา นกเป็ดน้ำ นกจักรพาก นกกาน้ำ นกต้อยตีวิด นกสาลิกา นกช้อนหอย นกโพระดก [๔๖๐] หงส์ นกกระเรียน นกแสก นกขมิ้น ช่างน่าเพลิดเพลินอยู่มาก สระโบกขรณีสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีทรายแก้วมณีและแก้วมุกดา [๔๖๑] ต้นไม้ทั้งหลายเป็นสีทองทั้งหมด มีกลิ่นหอมต่างๆ ฟุ้งขจรไป ส่องที่อยู่ของข้าพเจ้าให้สว่างไสวตลอดกาลทั้งปวง ทั้งกลางวันกลางคืน [๔๖๒] เครื่องดนตรี ๖๐,๐๐๐ ชิ้น ประโคมอยู่ทั้งเวลาเย็นและเวลาเช้า สตรีสาวล้วน ๖๐,๐๐๐ นาง แวดล้อมข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ [๔๖๓] ข้าพเจ้าออกจากที่อยู่แล้ว ได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้ไหว้พระองค์ ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่ [๔๖๔] ถวายอภิวาทแล้วได้ทูลนิมนต์พระองค์พร้อมทั้งพระสาวก พระพุทธเจ้าผู้เป็นนักปราชญ์พระนามว่าสุเมธะ ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงรับนิมนต์แล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๔๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค]

๙. สัพพทายกเถราปทาน

[๔๖๕] พระมหามุนีตรัสธรรมกถาแก่ข้าพเจ้าแล้วทรงส่งข้าพเจ้าไป ข้าพเจ้าถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว กลับเข้าไปยังที่อยู่ของตน [๔๖๖] ข้าพเจ้าเรียกบริวารชนมาบอกว่า ท่านทั้งหมดจงประชุมกัน เวลาเช้าพระพุทธเจ้าจะเสด็จมายังที่อยู่ของเรา [๔๖๗] การที่พวกเราจะได้อยู่ในสำนักของพระองค์ เป็นลาภที่พวกเราได้ดีแล้วหนอ แม้พวกเราจักทำการบูชาพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐที่สุดผู้เป็นศาสดา [๔๖๘] ข้าพเจ้าตระเตรียมข้าวและน้ำเสร็จแล้ว จึงกราบทูลภัตกาล พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เสด็จเข้ามาพร้อมด้วยพระอรหันต์ ๒๐๐,๐๐๐ องค์ [๔๖๙] ข้าพเจ้าได้รับเสด็จด้วยดนตรีเครื่องห้า พระพุทธเจ้าผู้เป็นบุรุษผู้สูงสุด ประทับนั่งบนตั่งทองคำล้วน [๔๗๐] ในครั้งนั้น หลังคาเบื้องบนก็มุงด้วยทองคำล้วน คนทั้งหลายโบกพัดถวายในระหว่างภิกษุสงฆ์ [๔๗๑] ข้าพเจ้าได้ถวายข้าวน้ำอย่างเพียงพอ ให้ภิกษุสงฆ์ฉันจนอิ่มหนำแล้ว ได้ถวายผ้าแก่ภิกษุสงฆ์รูปละ ๑ คู่ [๔๗๒] พระพุทธเจ้าที่ผู้คนเรียกพระนามว่าสุเมธะ ผู้สมควรรับเครื่องบูชาของโลก ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๔๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค]

๙. สัพพทายกเถราปทาน

[๔๗๓] เราจักพยากรณ์ผู้ที่ถวายข้าวน้ำ ให้ภิกษุทั้งหมดนี้ฉันจนอิ่มหนำ ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด [๔๗๔] ผู้นี้จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๑๑๘ กัป จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ [๔๗๕] เขาเกิดในกำเนิดใด คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม ในกำเนิดนั้นๆ หลังคาทองคำล้วนจักกางกั้นให้ตลอดเวลา [๔๗๖] ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก [๔๗๗] ผู้นั้นจักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน [๔๗๘] ผู้นั้นจักนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้วบันลือสีหนาท เขาสิ้นชีวิตแล้วถูกเผาภายใต้ฉัตร ที่ชนทั้งหลายกั้นไว้ที่เชิงตะกอน [๔๗๙] สามัญผลข้าพเจ้าบรรลุแล้วตามลำดับ กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ที่มณฑปหรือที่โคนต้นไม้ ความเร่าร้อนไม่มีแก่ข้าพเจ้า [๔๘๐] ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการให้ทุกสิ่ง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๔๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๐. ปิลินทวัจฉวรรค]

๑๐. อชิตเถราปทาน

[๔๘๑] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ [๔๘๒] การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว [๔๘๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสัพพทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สัพพทายกเถราปทานที่ ๙ จบ


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๒ หน้าที่ ๖๔๔-๖๔๘. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=32&siri=401                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=32&A=8739&Z=8787                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=32&i=401                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu32


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :