ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก
๑๐. สสปัณฑิตจริยา
ว่าด้วยจริยาของสสบัณฑิต
[๑๒๕] อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลที่เราเป็นกระต่าย เที่ยวอยู่ในป่า มีหญ้า ใบไม้ ผัก และผลไม้เป็นภักษา เว้นการเบียดเบียนผู้อื่น [๑๒๖] ครั้งนั้น ลิง สุนัขจิ้งจอก ลูกนาค และเรา อยู่ร่วมสามัคคีกัน มาพบกันทั้งเวลาเช้าและเวลาเย็น [๑๒๗] เราสั่งสอนสหายเหล่านั้น ในการทำความดีและความชั่วว่า “ท่านทั้งหลาย จงเว้นความชั่ว จงตั้งอยู่ในความดี” [๑๒๘] เราเห็นดวงจันทร์เต็มดวงในวันอุโบสถ จึงบอกแก่สหายเหล่านั้นว่า วันนี้เป็นวันอุโบสถ [๑๒๙] ท่านทั้งหลายจงตระเตรียมทานเพื่อให้แก่ทักขิไณยบุคคล ให้ทานแก่ทักขิไณยบุคคลแล้ว จงอยู่จำอุโบสถ [๑๓๐] สหายเหล่านั้นรับคำของเราว่า “สาธุ” แล้วได้ตระเตรียมทานต่างๆ ตามความสามารถ ตามกำลัง แล้วแสวงหาทักขิไณยบุคคล {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๔๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก [๑. อกิตติวรรค]

๑๐. สสปัณฑิตจริยา

[๑๓๑] เรานอนคิดถึงทานอันสมควรแก่ทักขิไณยบุคคลว่า ‘ถ้าเราพึงได้ทักขิไณยบุคคล เราจักให้อะไรเป็นทาน [๑๓๒] งา ถั่วเขียว ของเราก็ไม่มี ถั่วราชมาส ข้าวสาร เปรียงของเราก็ไม่มี เราเลี้ยงชีวิตด้วยหญ้า เราไม่อาจที่จะให้หญ้า [๑๓๓] ถ้าทักขิไณยบุคคลสักท่านหนึ่งมาเพื่อขอในสำนักของเรา เราพึงให้ร่างกายของตน ทักขิไณยบุคคลจักไม่ไปเปล่า’ [๑๓๔] ท้าวสักกะทรงทราบความดำริของเราแล้ว จึงแปลงร่างเป็นพราหมณ์ เข้ามายังที่อยู่ของเรา เพื่อทรงทดลองทานของเรา [๑๓๕] เราเห็นพราหมณ์นั้นแล้วก็ยินดี ได้กล่าวคำนี้ว่า ‘ท่านมาถึงที่อยู่ของเราแล้ว เพราะเหตุแห่งอาหารเป็นการดีแล [๑๓๖] วันนี้เราจักให้ทานอันประเสริฐที่ใครๆ ไม่เคยให้แก่ท่าน ท่านผู้ประกอบด้วยศีลคุณ การเบียดเบียนผู้อื่นไม่ควรแก่ท่าน [๑๓๗] ท่านจงไปนำไม้ต่างๆ มาก่อไฟให้ลุกโพลงขึ้น เราจักปิ้งตัวของเรา ท่านจักได้กินเนื้อที่สุก’ [๑๓๘] พราหมณ์รับคำว่า “สาธุ” แล้วมีใจร่าเริง ได้นำไม้ต่างๆ มาทำเป็นเชิงตะกอนใหญ่ ทำเป็นห้องซึ่งเต็มด้วยถ่านเพลิง [๑๓๙] ก่อไฟลุกโพลงขึ้น ณ ที่นั้นทันที เหมือนไฟนั้นเป็นกองใหญ่ เพราะฉะนั้น เราสลัดตัวอันมีธุลีแล้ว เข้าไปนั่งอยู่ข้างหนึ่ง [๑๔๐] ในเมื่อกองไม้ที่ไฟติดทั่วแล้วเป็นควันตลบอยู่ ขณะนั้น เราโดดลงไปในท่ามกลางระหว่างเปลวไฟ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๔๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จริยาปิฎก [๑. อกิตติวรรค]

รวมจริยาที่มีในวรรคนี้

[๑๔๑] น้ำเย็นอันผู้ใดผู้หนึ่งดำลงแล้ว ย่อมระงับความกระวนกระวายและความร้อน ย่อมให้ความยินดี และปีติได้ ฉันใด [๑๔๒] ในขณะที่เราเข้าไปยังไฟที่ลุกโพลง ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เหมือนดำลงไปในน้ำเย็น ความกระวนกระวายทั้งปวงระงับไป [๑๔๓] เราได้ให้ร่างกายทั้งสิ้นโดยไม่เหลือ คือผิว หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก และชิ้นเนื้อหัวใจแก่พราหมณ์ ฉะนี้แล
สสปัณฑิตจริยาที่ ๑๐ จบ
อกิตติวรรคที่ ๑ จบ
รวมจริยาที่มีในวรรคนี้คือ
อกิตติดาบส สังขพราหมณ์ พระเจ้าธนัญชัยกุรุราช พระเจ้ามหาสุทัศนจักรพรรดิราช มหาโควินทพราหมณ์ พระเจ้าเนมิราช จันทกุมาร พระเจ้าสิวิราช พระเวสสันดร และสสบัณฑิต ผู้ให้ทานอันประเสริฐในกาลนั้น เป็นเรานี้เอง การบริจาคเหล่านี้เป็นบริขารแห่งทาน เป็นทานบารมี เราได้ให้ชีวิตเป็นทานแก่ยาจก จึงบำเพ็ญบารมีนี้ได้ เราเห็นยาจกเข้ามาเพื่อขอแล้ว ได้สละร่างกายของตนให้ ความเสมอด้วยทานของเราไม่มี นี้เป็นทานบารมีของเรา ฉะนี้แล
การบำเพ็ญทานบารมี จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๓ หน้า : ๗๔๕}


                  เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๓๓ หน้าที่ ๗๔๓-๗๔๕. http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=33&siri=229                   อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=33&A=8906&Z=8951                   ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=33&i=218                   สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๓ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu33


บันทึก ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :