ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ มหาวรรค ภาค ๒
สงฆ์ ๕ ประเภท
[๑๘๗] สงฆ์มี ๕ คือ ภิกษุสงฆ์จตุรวรรค ๑. ภิกษุสงฆ์ปัญจวรรค ๑. ภิกษุสงฆ์ ทสวรรค ๑. ภิกษุสงฆ์วีสติวรรค ๑. และภิกษุสงฆ์อดิเรกวีสติวรรค ๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในภิกษุสงฆ์เหล่านั้น ภิกษุสงฆ์จตุรวรรคพร้อมเพรียงกันโดยธรรม เข้ากรรมได้ในกรรมทุกอย่าง เว้นกรรม ๓ อย่าง คือ อุปสมบท ปวารณา อัพภาน ภิกษุสงฆ์ปัญจวรรค พร้อมเพรียงกันโดยธรรม เข้ากรรมได้ในกรรมทุกอย่าง เว้นกรรม ๒ อย่าง คือ อุปสมบทในมัชฌิมชนบท และอัพภาน ภิกษุสงฆ์ทสวรรค พร้อมเพรียงกันโดยธรรม เข้ากรรมได้ในกรรมทุกอย่าง เว้น อัพภานกรรมอย่างเดียว ภิกษุสงฆ์วีสติวรรค พร้อมเพรียงกันโดยธรรม เข้ากรรมได้ในกรรมทุกอย่าง ภิกษุสงฆ์อดิเรกวีสติวรรค พร้อมเพรียงกันโดยธรรม เข้ากรรมได้ในกรรมทุกอย่าง.
กรรมที่สงฆ์จตุรวรรคทำ
[๑๘๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้ากรรมที่สงฆ์จตุรวรรคจะทำ สงฆ์มีภิกษุณีเป็นที่ ๔ ทำกรรม กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ. ถ้ากรรมที่สงฆ์จตุรวรรคจะทำ สงฆ์สิกขมานาเป็นที่ ๔ .... มีสามเณรเป็นที่ ๔ .... มี สามเณรีเป็นที่ ๔ .... มีภิกษุผู้บอกลาสิกขาเป็นที่ ๔ .... มีภิกษุผู้ต้องอันติมวัตถุเป็นที่ ๔ .... มีภิกษุถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่เห็นอาบัติเป็นที่ ๔ .... มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่สละทิฏฐิบาป เป็นที่ ๔ .... มีบัณเฑาะก์เป็นที่ ๔ .... มีภิกษุลักเพศเป็นที่ ๔ .... มีภิกษุผู้เข้ารีดเดียรถีย์ เป็นที่ ๔ .... มีสัตว์ดิรัจฉานเป็นที่ ๔ .... มีภิกษุผู้ทำมาตุฆาตเป็นที่ ๔ .... มีภิกษุผู้ทำปิตฆาต เป็นที่ ๔ .... มีภิกษุผู้ทำอรหันตฆาตเป็นที่ ๔ .... มีภิกษุผู้ประทุษร้ายภิกษุณีเป็นที่ ๔ .... มีภิกษุ ผู้ทำสังฆเภทเป็นที่ ๔ .... มีภิกษุผู้ทำโลหิตุปบาทเป็นที่ ๔ .... มีอุภโตพยัญชนกเป็นที่ ๔ .... มีภิกษุนานาสังวาสเป็นที่ ๔ .... มีภิกษุผู้อยู่ในสีมาต่างกันเป็นที่ ๔ .... มีภิกษุอยู่ในเวหาสด้วย ฤทธิ์เป็นที่ ๔ .... สงฆ์ทำกรรมแก่ผู้ใด มีผู้นั้นเป็นที่ ๔ ทำกรรม กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ ควรทำ.
กรรมที่สงฆ์จตุรวรรคทำ จบ.
-----------------------------------------------------
กรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคทำ
[๑๘๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้ากรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคทำ สงฆ์มีภิกษุณีเป็นที่ ๕ ทำกรรม กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้ากรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคทำ สงฆ์มีสิกขมานาเป็นที่ ๕ .... มี สามเณรเป็นที่ ๕ .... มีสามเณรีเป็นที่ ๕ .... มีภิกษุบอกลาสิกขาเป็นที่ ๕ .... มีภิกษุผู้ต้อง อันติมวัตถุเป็นที่ ๕ .... มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่เห็นอาบัติเป็นที่ ๕ .... มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์ ยกเสียฐานไม่ทำคืนอาบัติเป็นที่ ๕ .... มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่สละทิฏฐิบาปเป็นที่ ๕ .... มีบัณเฑาะก์เป็นที่ ๕ .... มีภิกษุลักเพศเป็นที่ ๕ .... มีภิกษุเข้ารีดเดียรถีย์เป็นที่ ๕ .... มีสัตว์ ดิรัจฉานเป็นที่ ๕ .... มีภิกษุผู้ทำมาตุฆาตเป็นที่ ๕ .... มีภิกษุผู้ทำปิตุฆาตเป็นที่ ๕ .... มีภิกษุ ผู้ทำอรหันตฆาตเป็นที่ ๕ .... มีภิกษุผู้ประทุษร้ายภิกษุณีเป็นที่ ๕ .... มีภิกษุผู้ทำสังฆเภทเป็น ที่ ๕ .... มีภิกษุผู้ทำโลหิตตุปบาทเป็นที่ ๕ .... มีอุภโตพยัญชนกเป็นที่ ๕ .... มีภิกษุนานาสังวาส เป็นที่ ๕ .... มีภิกษุอยู่ในสีมาต่างกันเป็นที่ ๕ .... มีภิกษุผู้อยู่ในเวหาสด้วยฤทธิ์เป็นที่ ๕ .... สงฆ์ทำกรรมแก่ผู้ใดมีผู้นั้นเป็นที่ ๕ ทำกรรม กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ.
กรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคทำ จบ.
-----------------------------------------------------
กรรมที่สงฆ์ทสวรรคทำ
[๑๙๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้ากรรมที่สงฆ์ทสวรรคทำ สงฆ์มีภิกษุณีเป็นที่ ๑๐ ทำกรรม กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้ากรรมที่สงฆ์ทสวรรคทำ สงฆ์มีสิกขมานาเป็นที่ ๑๐ .... มีสามเณร เป็นที่ ๑๐ มีสามเณรีเป็นที่ ๑๐ .... มีภิกษุผู้บอกลาสิกขาเป็นที่ ๑๐ .... มีภิกษุผู้ต้องอันติมวัตถุ เป็นที่ ๑๐ .... มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่เห็นอาบัติเป็นที่ ๑๐ .... มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐาน ไม่ทำคืนอาบัติเป็นที่ ๑๐ .... มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่สละทิฏฐิบาปเป็นที่ ๑๐ .... มีบัณเฑาะก์ เป็นที่ ๑๐ .... มีภิกษุลักเพศเป็นที่ ๑๐ มีภิกษุผู้เข้ารีดเดียรถีย์เป็นที่ ๑๐ มีสัตว์ดิรัจฉานเป็น ที่ ๑๐ .... มีภิกษุผู้ทำมาตุฆาตเป็นที่ ๑๐ .... มีภิกษุผู้ทำปิตุฆาตเป็นที่ ๑๐ มีภิกษุผู้ทำอรหันตฆาต เป็นที่ ๑๐ .... มีภิกษุผู้ประทุษร้ายภิกษุณีเป็นที่ ๑๐ .... มีภิกษุผู้ทำสังฆเภทเป็นที่ ๑๐ .... มีภิกษุ ผู้ทำโลหิตุปบาทเป็นที่ ๑๐ .... มีอุภโตพยัญชนกเป็นที่ ๑๐ .... มีภิกษุนานาสังวาสเป็นที่ ๑๐ .... มีภิกษุอยู่ในสีมาต่างกันเป็นที่ ๑๐ .... มีภิกษุผู้อยู่ในเวหาสด้วยฤทธิ์เป็นที่ ๑๐ .... สงฆ์ทำกรรม แก่ผู้ใด มีผู้นั้นเป็นที่ ๑๐ ทำกรรม กรรมนั้นใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ.
กรรมที่สงฆ์ทสวรรคทำ จบ.
-----------------------------------------------------
กรรมที่สงฆ์วีสติวรรคทำ
[๑๙๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้ากรรมที่สงฆ์วีสติวรรคทำ สงฆ์มีภิกษุณีเป็นที่ ๒๐ ทำกรรม กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้ากรรมที่สงฆ์วีสติวรรคทำ สงฆ์มีสิกขมานาเป็นที่ ๒๐ .... มีสามเณร เป็นที่ ๒๐ .... มีสามเณรีเป็นที่ ๒๐ .... มีภิกษุผู้บอกลาสิกขาเป็นที่ ๒๐ .... มีภิกษุผู้ต้อง อันติมวัตถุเป็นที่ ๒๐ .... มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่เห็นอาบัติเป็นที่ ๒๐ .... มีภิกษุผู้ถูก สงฆ์ยกเสียฐานไม่ทำคืนอาบัติเป็นที่ ๒๐ .... มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่สละทิฏฐิบาปเป็นที่ ๒๐ .... มีภิกษุลักเพศเป็นที่ ๒๐ .... มีภิกษุผู้เข้ารีดเดียรถีย์เป็นที่ ๒๐ .... มีสัตว์ดิรัจฉาน เป็นที่ ๒๐ .... มีภิกษุผู้ทำมาตุฆาตเป็นที่ ๒๐ .... มีภิกษุผู้ทำปิตุฆาตเป็นที่ ๒๐ .... มีภิกษุผู้ ทำอรหันตฆาตเป็นที่ ๒๐ .... มีภิกษุผู้ประทุษร้ายภิกษุณีเป็นที่ ๒๐ .... มีภิกษุผู้ทำสังฆเภทเป็น ที่ ๒๐ .... มีภิกษุผู้ทำโลหิตุปบาทเป็นที่ ๒๐ .... มีอุภโตพยัญชนกเป็นที่ ๒๐ .... มีภิกษุ นานาสังวาสเป็นที่ ๒๐ .... มีภิกษุอยู่ในสีมาต่างกันเป็นที่ ๒๐ .... สงฆ์ทำกรรมแก่ผู้ใด มีผู้ นั้นเป็นที่ ๒๐ ทำกรรม กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ.
กรรมที่สงฆ์วีสติวรรคทำ จบ.
-----------------------------------------------------
กรรมที่สงฆ์จตุวรรคเป็นต้นทำ
[๑๙๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าสงฆ์มีภิกษุผู้อยู่ปริวาสเป็นที่ ๔ พึงให้ปริวาส พึงชัก เข้าหาอาบัติเดิม พึงให้มานัต มีภิกษุผู้อยู่ปริวาสนั้นเป็นที่ ๒๐ พึงอัพภาน กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าสงฆ์มีภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมเป็นที่ ๔ พึงให้ปริวาส พึงชัก เข้าหาอาบัติเดิม พึงให้มานัต มีภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมนั้นเป็นที่ ๒๐ พึงอัพภาน กรรมนั้น ใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าสงฆ์มีภิกษุผู้ควรมานัตเป็นที่ ๔ พึงให้ปริวาส พึงชักเข้าหา อาบัติเดิม พึงให้มานัต มีภิกษุผู้ควรมานัตนั้นเป็นที่ ๒๐ พึงอัพภาน กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ ควรทำ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าสงฆ์มีภิกษุผู้ประพฤติมานัตเป็นที่ ๔ พึงให้ปริวาส พึงชักเข้าหา อาบัติเดิม พึงให้มานัต มีภิกษุผู้ประพฤติมานัตนั้นเป็นที่ ๒๐ พึงอัพภาน กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าสงฆ์มีภิกษุผู้ควรอัพภานเป็นที่ ๔ พึงให้ปริวาส พึงชักเข้าหา อาบัติเดิม พึงให้มานัต มีภิกษุผู้ควรอัพภานนั้นเป็นที่ ๒๐ พึงอัพภาน กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และ ไม่ควรทำ.

             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ บรรทัดที่ ๔๙๖๔ - ๕๐๕๐. หน้าที่ ๒๐๔ - ๒๐๘. http://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=5&A=4964&Z=5050&pagebreak=0              อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ :- http://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=5&siri=51              ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=5&i=187              ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรไทย :- [187-192] http://84000.org/tipitaka/pali/pali_item_s.php?book=5&item=187&items=6 [187-192] http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali.php?B=5&A=187&Z=192              สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๕ http://84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่_๕ http://84000.org/tipitaka/read/?index_5

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย

บันทึก ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎก ฉบับหลวง. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :