อานิสงส์แห่งศีลและความเพียรของหญิงรับใช้
ครั้งหนึ่ง เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อุบาสกชาวกรุงสาวัตถีผู้หนึ่งไปพระวิหารในเวลาเย็น พร้อมด้วยอุบาสกเป็นอันมาก ได้ฟังธรรมแล้วเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า
เมื่อบริษัทออกไปแล้ว อุบาสกนั้นกราบทูลว่า ตั้งแต่นั้นไป เขาจะถวายภัตตาหารประจำ ๔ สำรับแก่สงฆ์ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสธรรมกถาอันสมควรแก่เขา แล้วทรงปล่อยเขากลับไป
อุบาสกนั้นจัดแจงการถวายภัตตาหารแก่สงฆ์ แล้วมอบหมายให้หญิงคนใช้ผู้หนึ่งในเรือนคอยดูแลกิจนั้น หญิงคนใช้นั้นเป็นผู้มีศรัทธาอยู่แล้ว เมื่อได้มีโอกาสเกี่ยวข้องในบุญนี้ จึงทำหน้าที่ด้วยความเลื่อมใส
นางคอยจัดแจงภัตตาหาร รับรองพระภิกษุผู้มาถึงเรือน และถวายด้วยมือของตน เมื่อได้เห็นพระสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญ ได้ฟังธรรม และได้เข้าใกล้การบำเพ็ญกุศลบ่อย ๆ จิตของนางยิ่งน้อมไปในพระศาสนา
ภิกษุทั้งหลายได้แนะนำให้นางตั้งอยู่ในสรณะและศีล นางจึงเป็นอุบาสิกาของพระโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้ยินดีในศีล และมีความเพียรในการออกจากกิเลสในศาสนาของพระศาสดา
นางตั้งมนสิการไว้มั่นว่า แม้ร่างกายนี้จะแตกสลายไปก็ตาม การหยุดความเพียรในการเจริญกรรมฐานจะไม่มีแก่นาง ความเพียรนั้นมีสิกขาบท ๕ เป็นอุปนิสัย เป็นทางอันเกษมที่สัตบุรุษทั้งหลายประกาศไว้
เมื่อละจากมนุษยโลกแล้ว นางได้ไปเกิดในเทวโลก ท่านพระมหาโมคคัลลานะเห็นเทพธิดานั้นแวดล้อมด้วยหมู่เทพนารี เที่ยวชมสวนจิตรลดาอันน่ารื่นรมย์ มีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ ดุจดาวประกายพฤกษ์ จึงถามถึงบุญกรรมที่นางเคยทำไว้
เทพธิดานั้นปลาบปลื้มใจ จึงตอบพระเถระว่า เมื่อครั้งเป็นมนุษย์ นางเป็นคนใช้ ทำงานรับใช้ผู้อื่นอยู่ในสกุลหนึ่ง แต่ได้เป็นอุบาสิกาของพระโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า และมีความเพียรออกจากกิเลสในศาสนาของพระศาสดา
นางกล่าวให้พระเถระดูผลแห่งความเพียรนั้นว่า ตนผู้มีความรู้น้อยได้บรรลุอริยมรรคอันมีสิกขาบท ๕ เป็นอุปนิสัย เป็นทางสวัสดี เป็นเหตุถึงความเกษม ไม่มีขวากหนามคือกิเลส เป็นทางตรงที่สัตบุรุษทั้งหลายประกาศไว้
ท้าวสักกเทวราชทรงเชิญนางมา เหล่าดุริยเทพหกหมื่นช่วยกันบำเรอให้นางเกิดปีติและโสมนัส นางแวดล้อมด้วยนางเทพอัปสรเป็นอันมาก เสวยทิพยสมบัติในสวนจิตรลดา ด้วยผลแห่งศรัทธา ศีล และความเพียรที่ทำไว้ในครั้งเป็นมนุษย์