อานิสงส์แห่งการถวายข้าวน้ำตลอดชีวิต
ครั้งหนึ่ง เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร กรุงราชคฤห์ มีตระกูลหนึ่งในกรุงราชคฤห์เป็นผู้เลื่อมใสทั้งสองฝ่าย คือทั้งสามีและภรรยา
สามีภรรยาคู่นั้นพรั่งพร้อมด้วยศีลและจรรยา เป็นเหมือนบ่อน้ำของภิกษุและภิกษุณีทั้งหลาย ผู้มาแล้วไม่เปล่าจากเรือนนั้น เพราะทั้งสองอุทิศตนต่อพระรัตนตรัย และทำบุญตลอดชีวิต
ในคราวอยู่ครองเรือน ทั้งสองเป็นดุจอู่ข้าวอู่น้ำ มีจิตเลื่อมใส บริจาคข้าวและน้ำอย่างไพบูลย์โดยเคารพ ไม่ทำทานด้วยความดูหมิ่น แต่ให้ด้วยจิตนอบน้อมในพระสงฆ์ผู้เป็นเนื้อนาบุญ
เมื่อสิ้นชีวิตจากมนุษยโลกแล้ว สามีภรรยาคู่นั้นไปบังเกิดในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์ เสวยทิพยสมบัติในเทวโลก
ต่อมา ท่านพระมหาโมคคัลลานะไปยังเทวโลก ได้เห็นวิมานของเทพบุตรผู้หนึ่งส่องรัศมีงดงาม เปรียบเหมือนสวนจิตรลดา อุทยานอันประเสริฐของทวยเทพชั้นไตรทศ ส่องสว่างอยู่ในอากาศ
พระเถระถามเทพบุตรนั้นว่า เมื่อครั้งเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ จึงมีอานุภาพรุ่งเรืองเช่นนี้ และมีวรรณะสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ
เทพบุตรนั้นตอบว่า ในมนุษยโลก ตนและภรรยาอยู่ครองเรือน เป็นเหมือนอู่ข้าวอู่น้ำ มีจิตเลื่อมใส ได้บริจาคข้าวและน้ำอย่างไพบูลย์โดยเคารพ
เพราะบุญนั้น เทพบุตรจึงมีวรรณะงาม มีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ และได้เสวยทิพยสมบัติเช่นนั้นในภพดาวดึงส์
วิมานนี้จึงเป็นเรื่องของคฤหัสถ์ผู้ครองเรือน แต่ไม่ละศรัทธาและจาคะ ทั้งยังทำเรือนของตนให้เป็นที่อุปถัมภ์พระสงฆ์ด้วยข้าวและน้ำโดยเคารพ ตลอดจนสิ้นชีวิต
ปฐมอคาริยวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ 26
อรรถกถาปฐมอคาริยวิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ