23

อานิสงส์แห่งการถวายผ้าคู่และฟังธรรม

ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ อิสิปตนมฤคทายวัน กรุงพาราณสี มีหญิงผู้หนึ่งได้เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ด้วยจิตเลื่อมใสในพระองค์

นางได้นำผ้าคู่หนึ่งเข้าไปถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นถวายแล้วจึงถวายอภิวาทพระยุคลบาทของพระองค์ แล้วนั่งอยู่บนพื้นดิน ด้วยจิตยินดีและมีอัญชลีอันประนมไว้

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมแก่นาง ทรงแสดงทุกขสัจและสมุทัยสัจว่าเป็นสภาวะไม่เที่ยง และทรงแสดงทุกขนิโรธสัจและมรรคสัจว่าเป็นสภาวะอันปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้

เมื่อได้ฟังพระธรรมเทศนานั้น นางได้รู้แจ้งอริยสัจ 4 จิตของนางผ่องใส ตั้งมั่นในธรรม และได้บรรลุธรรมตามที่ควรแก่ตน

ต่อมา นางถึงแก่กรรมตั้งแต่อายุยังน้อย เคลื่อนจากอัตภาพมนุษย์แล้วไปเกิดในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์ มีบริวารยศมาก เป็นปชาบดีองค์หนึ่งของท้าวสักกะ มีนามว่า ยสุตตรา ปรากฏไปทั่วทุกทิศ

ในเทวโลก เทพธิดานั้นประดับองค์ด้วยเครื่องประดับอันงดงาม ขึ้นคชสารทิพย์ตัวประเสริฐ มีร่างกายใหญ่ ประดับด้วยแก้วและทอง มีข่ายทองคลุมตระพอง และมีสายรัดประคนทองเรียบร้อย

ที่งาทั้งสองของพญาคชสารนั้น มีสระโบกขรณีเนรมิตขึ้น น้ำใสสะอาด ดารดาษด้วยดอกปทุมบานสะพรั่ง ในดอกปทุมแต่ละดอกมีหมู่ดุริยเทพบรรเลงเพลง และมีเหล่าเทพอัปสรฟ้อนรำให้เกิดความรื่นเริงบันเทิงใจ

ท่านพระวังคีสเถระได้เห็นเทพธิดาผู้นั้นมีอานุภาพมาก มีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ จึงถามว่า เมื่อครั้งเกิดเป็นมนุษย์ นางได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองเช่นนี้

เทพธิดานั้นตอบพระเถระว่า เมื่อครั้งเป็นมนุษย์ นางได้เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่กรุงพาราณสี ได้ถวายผ้าคู่หนึ่งแด่พระองค์ ถวายอภิวาทพระยุคลบาท นั่งอยู่บนพื้นดิน มีจิตยินดีและประนมอัญชลีแด่พระองค์

นางกล่าวต่อว่า พระพุทธเจ้าทรงมีพระฉวีวรรณดุจทองคำธรรมชาติ ได้ทรงแสดงอริยสัจ 4 แก่นาง เพราะฉะนั้น นางจึงได้รู้แจ้งชัดอริยสัจทั้ง 4

ด้วยกุศลกรรมคือการถวายผ้าคู่แด่พระพุทธเจ้า ด้วยจิตเลื่อมใส การถวายอภิวาท และการได้ฟังธรรมจนรู้แจ้งอริยสัจ เมื่อสิ้นชีวิตจากมนุษยโลก นางจึงบังเกิดในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์ มีบริวารยศและทิพยสมบัติอันงดงามยิ่ง

ที่มา:
นาควิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ พระไตรปิฎกเล่มที่ 26
อรรถกถานาควิมาน ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ