อานาปานสติสูตร
บทอ่านและคำแปล
ใจความตั้งต้น
อานาปานสติ คือ สติที่กำหนดลมหายใจเข้าและลมหายใจออก เมื่อเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก อานาปานสติที่เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมทำสติปัฏฐาน ๔ ให้บริบูรณ์ สติปัฏฐาน ๔ ที่เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมทำโพชฌงค์ ๗ ให้บริบูรณ์ โพชฌงค์ ๗ ที่เจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมทำวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์
อานาปานสติ ๑๖ ขั้น
หมวดกาย ๑. เมื่อหายใจเข้ายาว ก็รู้ชัดว่า หายใจเข้ายาว เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้ชัดว่า หายใจออกยาว ๒. เมื่อหายใจเข้าสั้น ก็รู้ชัดว่า หายใจเข้าสั้น เมื่อหายใจออกสั้น ก็รู้ชัดว่า หายใจออกสั้น ๓. ศึกษาว่า เราจักรู้ทั่วกายทั้งปวง หายใจเข้า ศึกษาว่า เราจักรู้ทั่วกายทั้งปวง หายใจออก ๔. ศึกษาว่า เราจักระงับกายสังขาร หายใจเข้า ศึกษาว่า เราจักระงับกายสังขาร หายใจออก หมวดเวทนา ๕. ศึกษาว่า เราจักรู้ปีติ หายใจเข้าและหายใจออก ๖. ศึกษาว่า เราจักรู้สุข หายใจเข้าและหายใจออก ๗. ศึกษาว่า เราจักรู้จิตตสังขาร หายใจเข้าและหายใจออก ๘. ศึกษาว่า เราจักระงับจิตตสังขาร หายใจเข้าและหายใจออก หมวดจิต ๙. ศึกษาว่า เราจักรู้จิต หายใจเข้าและหายใจออก ๑๐. ศึกษาว่า เราจักทำจิตให้ปราโมทย์ หายใจเข้าและหายใจออก ๑๑. ศึกษาว่า เราจักตั้งจิตให้มั่น หายใจเข้าและหายใจออก ๑๒. ศึกษาว่า เราจักเปลื้องจิต หายใจเข้าและหายใจออก หมวดธรรม ๑๓. ศึกษาว่า เราจักพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง หายใจเข้าและหายใจออก ๑๔. ศึกษาว่า เราจักพิจารณาเห็นความคลายกำหนัด หายใจเข้าและหายใจออก ๑๕. ศึกษาว่า เราจักพิจารณาเห็นความดับ หายใจเข้าและหายใจออก ๑๖. ศึกษาว่า เราจักพิจารณาเห็นความสละคืน หายใจเข้าและหายใจออก
อานาปานสติกับสติปัฏฐาน ๔
เมื่อกำหนดลมหายใจและกายสังขาร ย่อมเป็นกายานุปัสสนา เมื่อรู้ปีติ สุข จิตตสังขาร และระงับจิตตสังขาร ย่อมเป็นเวทนานุปัสสนา เมื่อรู้จิต ทำจิตให้ปราโมทย์ ตั้งจิตให้มั่น และเปลื้องจิต ย่อมเป็นจิตตานุปัสสนา เมื่อพิจารณาเห็นอนิจจัง วิราคะ นิโรธ และปฏินิสสัคคะ ย่อมเป็นธัมมานุปัสสนา ดังนั้น อานาปานสติจึงไม่ใช่เพียงการตามลมหายใจ แต่เป็นการภาวนาครบทั้งกาย เวทนา จิต และธรรม เมื่อทำให้มาก ย่อมเป็นทางให้โพชฌงค์ ๗ เจริญ และเป็นปัจจัยให้วิชชาและวิมุตติบริบูรณ์
หมวด: บทพิจารณาและภาวนา
ที่มาในพระไตรปิฎก: มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ พระไตรปิฎกเล่ม ๑๔
ที่มาในพระไตรปิฎก: มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ พระไตรปิฎกเล่ม ๑๔
