มหาสติปัฏฐานสูตร
บทอ่านและคำแปล
ใจความตั้งต้น
เอกายโน อยัง ภิกขเว มัคโค ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทางนี้เป็นทางเอก เพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อก้าวล่วงโสกะและปริเทวะ เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง คือ สติปัฏฐาน ๔
สติปัฏฐาน ๔
๑. กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน พิจารณากายในกาย มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ ๒. เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน พิจารณาเวทนาในเวทนา มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ ๓. จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน พิจารณาจิตในจิต มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ ๔. ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน พิจารณาธรรมในธรรม มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้
กายานุปัสสนา
อานาปานบรรพ — รู้ลมหายใจเข้าออกยาว สั้น รู้ทั่วกาย และระงับกายสังขาร อิริยาปถบรรพ — รู้ชัดอิริยาบถ เดิน ยืน นั่ง นอน สัมปชัญญบรรพ — มีสัมปชัญญะในการก้าว ถอย เหลียว คู้ เหยียด กิน ดื่ม เคี้ยว ลิ้ม พูด นิ่ง และเคลื่อนไหว ปฏิกูลมนสิการบรรพ — พิจารณากายนี้เต็มด้วยอาการต่าง ๆ เช่น ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก ฯลฯ ธาตุมนสิการบรรพ — พิจารณากายตามธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม นวสีวถิกาบรรพ — พิจารณาศพในป่าช้า ๙ ลักษณะ แล้วน้อมเข้ามาว่า กายนี้ก็มีธรรมดาอย่างนั้น ไม่ล่วงพ้นความเป็นอย่างนั้นไปได้
เวทนา จิต และธรรม
เวทนานุปัสสนา รู้ชัดสุขเวทนา ทุกขเวทนา อทุกขมสุขเวทนา ทั้งที่อิงอามิสและไม่อิงอามิส ว่าเป็นเวทนาอย่างนั้น ๆ จิตตานุปัสสนา รู้ชัดจิตมีราคะหรือปราศจากราคะ มีโทสะหรือปราศจากโทสะ มีโมหะหรือปราศจากโมหะ รู้ชัดจิตหดหู่ ฟุ้งซ่าน ตั้งมั่น ไม่ตั้งมั่น หลุดพ้น หรือยังไม่หลุดพ้น ธัมมานุปัสสนา พิจารณานิวรณ์ ๕ ว่ามีอยู่หรือไม่มีอยู่ เกิดขึ้นได้อย่างไร ละได้อย่างไร และละแล้วไม่เกิดขึ้นอีกได้อย่างไร พิจารณาขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ พิจารณาอายตนะภายในและภายนอก ๖ พร้อมสังโยชน์ที่เกิดอาศัยอายตนะนั้น พิจารณาโพชฌงค์ ๗ ว่ามีอยู่หรือไม่มีอยู่ เกิดขึ้นและเจริญบริบูรณ์ได้อย่างไร พิจารณาอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค
หลักปฏิบัติร่วม
ในแต่ละหมวด ผู้ปฏิบัติพิจารณาเห็นความเกิดขึ้น เห็นความเสื่อมไป หรือเห็นทั้งความเกิดขึ้นและเสื่อมไปของธรรม ตั้งสติไว้เพียงเพื่อรู้ เพียงเพื่อระลึก ไม่อาศัยตัณหาและทิฏฐิ ไม่ถือมั่นสิ่งใดในโลก พระสูตรสรุปว่า ผู้ใดเจริญสติปัฏฐาน ๔ อย่างนี้ แม้เพียง ๗ ปี หรือย่นลงมาจนถึง ๗ วัน พึงหวังผลอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ อรหัตผลในปัจจุบัน หรือเมื่อยังมีอุปาทิเหลืออยู่ ย่อมเป็นอนาคามี
หมวด: บทพิจารณาและภาวนา
ที่มาในพระไตรปิฎก: ทีฆนิกาย มหาวรรค พระไตรปิฎกเล่ม ๑๐
ที่มาในพระไตรปิฎก: ทีฆนิกาย มหาวรรค พระไตรปิฎกเล่ม ๑๐
