บทสวดมนต์

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

ปฐมเทศนา ว่าด้วยอริยสัจ ๔

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ - ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

ปฐมเทศนา ว่าด้วยทางสายกลาง อริยสัจ ๔ และญาณ ๓ รอบ ๑๒ อาการ

บทอ่านและคำแปล

บทอ่านจากพระสูตร

ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เขตกรุงพาราณสี
ณ ที่นั้น พระองค์ตรัสเรียกภิกษุปัญจวัคคีย์ แล้วทรงแสดงธรรมว่า

ทางสุดโต่ง ๒ อย่าง บรรพชิตไม่ควรเสพ
๑. กามสุขัลลิกานุโยค — การหมกมุ่นพัวพันอยู่ในกามสุข
เป็นธรรมอันต่ำ เป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ประเสริฐ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์

๒. อัตตกิลมถานุโยค — การประกอบตนให้ลำบากเดือดร้อน
เป็นทุกข์ ไม่ประเสริฐ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์

มัชฌิมาปฏิปทา
ตถาคตตรัสรู้แล้วซึ่งทางสายกลาง ไม่เข้าไปใกล้ทางสุดโต่งทั้ง ๒ นั้น
เป็นทางทำให้เกิดจักษุ ทำให้เกิดญาณ เป็นไปเพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง
เพื่อความตรัสรู้ และเพื่อพระนิพพาน

ทางสายกลางนั้น คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ ได้แก่
สัมมาทิฏฐิ — ความเห็นชอบ
สัมมาสังกัปปะ — ความดำริชอบ
สัมมาวาจา — เจรจาชอบ
สัมมากัมมันตะ — การงานชอบ
สัมมาอาชีวะ — เลี้ยงชีพชอบ
สัมมาวายามะ — เพียรชอบ
สัมมาสติ — ระลึกชอบ
สัมมาสมาธิ — ตั้งจิตมั่นชอบ

อริยสัจ ๔

ทุกขอริยสัจ
ความเกิดเป็นทุกข์ ความแก่เป็นทุกข์ ความเจ็บเป็นทุกข์ ความตายเป็นทุกข์
ความประสบกับสิ่งไม่เป็นที่รักเป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักเป็นทุกข์
ความปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่ได้สิ่งนั้นก็เป็นทุกข์
โดยย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์

ทุกขสมุทยอริยสัจ
ตัณหาเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ทำให้เกิดภพใหม่ ประกอบด้วยความกำหนัดเพลิดเพลิน
เพลิดเพลินยิ่งในอารมณ์นั้น ๆ คือ
กามตัณหา — ความทะยานอยากในกาม
ภวตัณหา — ความทะยานอยากในภพ
วิภวตัณหา — ความทะยานอยากในความไม่มีภพ

ทุกขนิโรธอริยสัจ
ความดับตัณหาโดยสิ้นเชิง ความสละ ความปล่อย ความวาง ความไม่อาลัยในตัณหานั้น

ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ
ทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ คือ อริยมรรคมีองค์ ๘

ญาณ ๓ รอบ ๑๒ อาการ

พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่า ในอริยสัจแต่ละข้อ มีรอบแห่งญาณ ๓ ประการ

ทุกข์
๑. นี้คือทุกขอริยสัจ
๒. ทุกขอริยสัจนี้ควรกำหนดรู้
๓. ทุกขอริยสัจนี้เรากำหนดรู้แล้ว

สมุทัย
๑. นี้คือทุกขสมุทยอริยสัจ
๒. ทุกขสมุทยอริยสัจนี้ควรละ
๓. ทุกขสมุทยอริยสัจนี้เราละแล้ว

นิโรธ
๑. นี้คือทุกขนิโรธอริยสัจ
๒. ทุกขนิโรธอริยสัจนี้ควรทำให้แจ้ง
๓. ทุกขนิโรธอริยสัจนี้เราทำให้แจ้งแล้ว

มรรค
๑. นี้คือทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ
๒. ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจนี้ควรเจริญ
๓. ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจนี้เราเจริญแล้ว

เมื่อญาณทัสสนะในอริยสัจ ๔ มีวน ๓ รอบ มีอาการ ๑๒ อย่างนี้หมดจดดีแล้ว
พระองค์จึงทรงปฏิญาณว่า ได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยม

ผลแห่งพระธรรมเทศนา

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสพระธรรมเทศนานี้จบ พระโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรมว่า
“สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับไปเป็นธรรมดา”

พระผู้มีพระภาคจึงทรงเปล่งอุทานว่า
“โกณฑัญญะรู้แล้วหนอ โกณฑัญญะรู้แล้วหนอ”
เพราะเหตุนั้น พระโกณฑัญญะจึงได้นามว่า อัญญาโกณฑัญญะ
หมวด: พระสูตรสำคัญอื่น
ที่มาในพระไตรปิฎก: สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค สัจจสังยุต พระไตรปิฎกเล่ม ๑๙