ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อ่านอรรถกถา 31 / 0อ่านอรรถกถา 31 / 83อรรถกถา เล่มที่ 31 ข้อ 84อ่านอรรถกถา 31 / 85อ่านอรรถกถา 31 / 737  
อรรถกถา ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา
นิโรธสัจนิทเทส

         อรรถกถานิโรธสัจนิทเทส         
         [๘๔] พึงทราบวินิจฉัยในนิโรธสัจนิทเทส ดังต่อไปนี้
         ในบทนี้ว่า โย ตสฺสาเยว ตณฺหาย - การดับตัณหานั้นด้วยความคลายกำหนัดโดยไม่เหลือ ควรกล่าวว่า โย ตสฺเสว ทุกฺขสฺส - การดับทุกข์นั้นด้วยความคลายกำหนัดโดยไม่เหลือ เพราะทุกข์ดับด้วยความดับสมุทัย, มิใช่ดับด้วยประการอื่น.
         ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า๑-
                     ยถาปิ มูเล อนุปทฺทเว ทฬฺเห
                     ฉินฺโนปิ รุกฺโข ปุนเรว รูหติ,
                     เอวมฺปิ ตณฺหานุสเย อนูหเต
                     นิพฺพตฺตี ทุกฺขมิทํ ปุนปฺปุนํ

                     เมื่อยังถอนตัณหานุสัยไม่ได้ ทุกข์นี้ย่อม
               เกิดบ่อยๆ เหมือนเมื่อรากไม้ยังแข็งแรง ไม่มี
               อันตราย ต้นไม้แม้ตัดแล้ว ก็ยังงอกอีกได้.

         เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงแสดงทุกขนิโรธนั้น จึงตรัสอย่างนี้เพื่อแสดงสมุทยนิโรธ.
____________________________
๑- ขุ. ธ. เล่ม ๒๕/ข้อ ๓๔

         จริงอยู่ พระตถาคตทั้งหลายผู้มีความประพฤติเสมอด้วยสีหะ,
         พระตถาคตเหล่านั้น เมื่อจะทรงดับทุกข์และเมื่อจะทรงแสดงการดับทุกข์ จึงทรงดำเนินไปในเหตุ, ไม่ทรงดำเนินไปในผล. ส่วนพวกอัญญเดียรถีย์มีความประพฤติเยี่ยงสุนัข, พวกนั้นเมื่อจะดับทุกข์และเมื่อจะแสดงถึงการดับทุกข์ จึงดำเนินไปในผลแห่งเทศนาของทุกขนิโรธ นั้นด้วยอัตกิลมถานุโยค - การประกอบความเพียรโดยทำตนให้ลำบาก ไม่ดำเนินไปในเหตุ เพราะฉะนั้น พระศาสดาเมื่อจะทรงดำเนินไปในเหตุ จึงตรัสพระพุทธวจนะมีอาทิว่า โย ตสฺสาเยว ตณฺหาย ดังนี้.
         แม้พระธรรมเสนาบดีก็กล่าวตามลำดับที่พระศาสดาตรัสนั่นแล.
         ในบทเหล่านั้น บทว่า ตสฺสาเยว ตณฺหาย ความว่า แห่งตัณหาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า โปโนพฺภวิกา - ตัณหาทำให้เกิดภพใหม่ แล้วทรงจำแนกเป็นกามตัณหาเป็นต้น และทรงประกาศในภายหลังด้วยการเกิดและการตั้งอยู่.
         บทว่า อเสสวิราคนิโรโธ - การดับตัณหาด้วยความสำรอกโดยไม่เหลือ.
         ความว่า มรรค ท่านกล่าวว่า วิราคะ - ความคลายกำหนัด
         ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า๒- วิราคา วิมุจฺจติ - เพราะความคลายกำหนัด จึงหลุดพ้น.
         การดับด้วยความคลายกำหนัด ชื่อว่าวิราคนิโรธ. การดับด้วยคลายกำหนัดโดยไม่เหลือ โดยถอนอนุสัย ชื่อว่าอเสสวิราคนิโรธ.
____________________________
๒- วิ. มหา. เล่ม ๔/ข้อ ๒๓

         อีกอย่างหนึ่ง เพราะท่านกล่าวการละว่าวิราคะ ฉะนั้น พึงเห็นการประกอบในบทนี้อย่างนี้ว่า วิราโค อเสโส นิโรโธ การดับไม่มีเหลือ ชื่อว่าวิราคะ. แต่โดยอรรถ บททั้งหมดมีอาทิว่า อเสสวิราคนิโรโธ นี้เป็นไวพจน์ของนิพพานนั่นแล. เพราะว่า โดยปรมัตถ์ ท่านกล่าวนิพพานว่า ทุกฺขนิโรธํ อริยสจฺจํ - ทุกขนิโรธเป็นอริยสัจ.
         เพราะตัณหาอาศัยนิพพานนั้น ย่อมคลายกำหนัดคือย่อมดับโดยไม่มีเหลือ ฉะนั้น นิพพานนั้นท่านจึงกล่าว ตสฺสาเยว ตณฺหาย อเสสวิราคนิโรโธ - การดับตัณหานั้น ด้วยความคลายกำหนัดโดยไม่เหลือ.
         อนึ่ง ตัณหาอาศัยนิพพานย่อมสละ ย่อมสละคืน ย่อมพ้น ย่อมไม่ติด,
         ในนิพพานนี้ไม่มีความอาลัยแม้สักอย่างเดียวในความอาลัยในกามคุณทั้งหลาย เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวนิพพานว่า จาโค ปฏินิสฺสคฺโค มุตฺติ อนาลโย - ความสละ ความสละคืน ความหลุดพ้น ความไม่อาลัย.
         เพราะนิพพานเป็นอย่างเดียวเท่านั้น, แต่ชื่อของนิพพานนั้นมีอยู่ไม่น้อย ด้วยสามารถเป็นปฏิปักษ์ต่อชื่อของสังขตธรรมทั้งปวง. คือมีอาทิว่า
         อเสสวิราโค - คลายกำหนัดโดยไม่มีเหลือ.
         อเสสนิโรโธ - ดับโดยไม่มีเหลือ.
         จาโค - ความสละ.
         ปฏินิสฺสคฺโค - ความสละคืน.
         มุตฺติ - ความหลุดพ้น.
         อนาลโย - ความไม่อาลัย.
         ราคกฺขโย - ความสิ้นราคะ.
         โทสกฺขโย - ความสิ้นโทสะ.
         โมหกฺขโย - ความสิ้นโมหะ.
         ตณฺหกฺขโย - ความสิ้นตัณหา.
         อนุปฺปาโท - ความไม่เกิด.
         อปฺปวตฺตํ - ความไม่เป็นไป.
         อนิมิตฺตํ - ความไม่มีเครื่องหมาย.
         อปฺปณิหิตํ - ความไม่มีที่ตั้ง.
         อนายูหนํ - ความไม่มีกรรมเป็นเหตุปฏิสนธิ.
         อปฺปฏิสนฺธิ - ความไม่สืบต่อ.
         อนุปปตฺติ - ความไม่อุบัติ.
         อคติ - ความไม่มีคติ.
         อชาตํ - ความไม่เกิด.
         อชรํ - ความไม่แก่.
         อพฺยาธิ - ความไม่เจ็บ.
         อมตํ - ความไม่ตาย.
         อโสกํ - ความไม่โศก.
         อปริเทวํ - ความไม่ร้องไห้คร่ำครวญ.
         อนุปายาสํ - ความไม่เหือดแห้งใจ.
         อสงฺกิลิฏฺฐํ - ความไม่เศร้าหมอง.
         บัดนี้ ท่านแสดงถึงความเกิดแห่งตัณหาแม้ที่ถึงความเป็นไปไม่ได้ ถูกตัดด้วยมรรคเพราะอาศัยนิพพานในวัตถุใด เพื่อแสดงความไม่มีในวัตถุนั้น พระสารีบุตรจึงกล่าวว่า สา ปเนสา เป็นอาทิ.
         ในบทนั้นมีความว่า
         เหมือนบุรุษเห็นเถากระดอมและน้ำเต้าเกิดในพื้นที่ จึงค้นหารากตั้งแต่ยอดแล้วตัดทิ้ง, เถากระดอมและเถาน้ำเต้านั้น เหี่ยวแห้งไปโดยลำดับแล้วก็หมดไป, แต่นั้นควรพูดว่ากระดอมและน้ำเต้าในพื้นที่นั้นก็หมดหายไปฉันใด
         ตัณหาในจักษุเป็นต้นก็ดุจกระดอมและน้ำเต้าในพื้นที่นั้นฉันนั้น.
         ตัณหานั้นถูกตัดด้วยอริยมรรคเสียแล้วก็ถึงความหมดสิ้นไป เพราะอาศัยนิพพาน. ครั้นตัณหาถึงความหมดไปอย่างนี้แล้วก็ไม่ปรากฏในวัตถุเหล่านั้น ดุจกระดอมและน้ำเต้าในพื้นที่ฉะนั้น.
         อนึ่ง เหมือนอย่างว่า ราชบุรุษนำโจรมาจากดงแล้วฆ่าที่ประตูทักษิณของนคร, แต่นั้นควรกล่าวได้ว่า โจรตายเสียแล้วหรือถูกฆ่าตายเสียแล้วในดงฉันใด
         ตัณหาในจักษุเป็นต้นดุจโจรในดงฉันนั้น,
         ตัณหานั้นดับไปแล้วในนิพพาน เพราะอาศัยนิพพานจึงได้ดับไปดุจโจรที่ประตูทักษิณ. ตัณหาดับไปอย่างนี้ ไม่ปรากฏในวัตถุเหล่านั้นดุจโจรในดง,
         ด้วยเหตุนั้น พระสารีบุตร เมื่อจะแสดงถึงความดับตัณหานั้นในจักษุเป็นต้นนั้น จึงกล่าวคำมีอาทิว่า จกฺขํ โลเก ปิยรูปํ สาตรูปํ เอตฺเถสา ตณฺหา ปหียมานา ปหียติ - จักษุเป็นที่รักเป็นที่ยินดีในโลก ตัณหานี้ เมื่อละย่อมละได้ในจักษุนี้.
         อีกอย่างหนึ่ง ท่านกล่าวว่า เพราะกำหนดรู้วัตถุที่ตัณหาเกิด ตัณหาจึงดับไปในวัตถุที่ตัณหาเกิดด้วยดับไปโดยไม่ให้เกิด เพราะไม่เกิดอีกต่อไปในวัตถุที่กำหนดรู้.
         อนึ่ง ในบทนี้ ท่านกล่าวว่า ตัณหาย่อมละได้ด้วยเป็นปฏิปักษ์ต่อความเกิด ย่อมดับไปด้วยเป็นปฏิปักษ์ต่อความตั้งอยู่ ดังนั้น.

         จบอรรถกถานิโรธสัจนิทเทส         
         -----------------------------------------------------         

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค มหาวรรค ๑. ญาณกถา นิโรธสัจนิทเทส จบ.
https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=31&i=84
อ่านอรรถกถา 31 / 0อ่านอรรถกถา 31 / 83อรรถกถา เล่มที่ 31 ข้อ 84อ่านอรรถกถา 31 / 85อ่านอรรถกถา 31 / 737
อ่านเนื้อความในพระไตรปิฎก
https://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=31&A=898&Z=905
อ่านอรรถกถาภาษาบาลีอักษรไทย
https://84000.org/tipitaka/atthapali/read_th.php?B=47&A=3840
The Pali Atthakatha in Roman
https://84000.org/tipitaka/atthapali/read_rm.php?B=47&A=3840
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
ดาวน์โหลด พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ ๔๕ เล่ม
บันทึก  ๑๓  สิงหาคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]

สีพื้นหลัง :