![]() |
|
| บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ | |
|
|
พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
[92] ปริญญา 3 (การกำหนดรู้, การทำความรู้จัก, การทำความเข้าใจโดยครบถ้วน - Pariññā: full understanding; diagnosis) 1. ญาตปริญญา (กำหนดรู้ด้วยให้เป็นสิ่งอันรู้แล้ว, กำหนดรู้ขั้นรู้จัก, กำหนดรู้ตามสภาวลักษณะ คือ ทำความรู้จักจำเพาะตัวของสิ่งนั้นโดยตรง พอให้ชื่อว่าได้เป็นอันรู้จักสิ่งนั้นแล้ว เช่นรู้ว่า นี้คือเวทนา เวทนาคือสิ่งที่มีลักษณะเสวยอารมณ์ ดังนี้เป็นต้น - Ñāta-pariññā: full knowledge as the known; diagnosis as knowledge) 2. ตีรณปริญญา (กำหนดรู้ด้วยการพิจารณา, กำหนดรู้ขั้นพิจารณา, กำหนดรู้โดยสามัญลักษณะ คือ ทำความรู้จักสิ่งนั้นพิจารณาเห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เช่นว่า เวทนาไม่เที่ยง มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ดังนี้เป็นต้น - Tīraṇa-pariññā: full knowledge as investigating; diagnosis as judgment) 3. ปหานปริญญา (กำหนดรู้ด้วยการละ, กำหนดรู้ถึงขั้นละได้, กำหนดรู้โดยตัดทางมิให้ฉันทราคะเกิดมีในสิ่งนั้น คือรู้ว่าสิ่งนั้นเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาแล้ว ละนิจจสัญญาเป็นต้น ในสิ่งนั้นเสียได้ - Pahāna-pariññā: full knowledge as abandoning; diagnosis as abandoning) ปริญญา 3 นี้ เป็นโลกิยะ มีขันธ์ 5 เป็นอารมณ์ เป็นกิจในอริยสัจจ์ข้อที่ 1 คือทุกข์ ในทางปฏิบัติ จัดเข้าใน วิสุทธิ ข้อ 3 ถึง 6 คือ ก. ตั้งแต่นามรูปปริจเฉทญาณ ถึง ปัจจยปริคคหญาณ เป็นภูมิแห่งญาตปริญญา (= 3. ทิฏฐิวิสุทธิ และ 4. กังขาวิตรณวิสุทธิ) ข. ตั้งแต่กลาปสัมมสนญาณ ถึง อุทยัพพยานุปัสสนาญาณ เป็นภูมิแห่งตีรณปริญญา (= 5. มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ) ค. ตั้งแต่ภังคานุปัสสนาญาณ ขึ้นไป เป็นภูมิแห่งปหานปริญญา (= 6. ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ) ดู [205] กิจในอริยสัจจ์ 4; [285] วิสุทธิ 7; [311] วิปัสสนาญาณ 9.
[**] ปหาน 3 (การละกิเลส - Pahāna: abandonment) คือ วิกขัมภนปหาน ตทังคปหาน และสมุจเฉทปหาน มีรวมอยู่ใน ปหาน 5. ดู [224] นิโรธ 5.
|
พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พิมพ์ครั้งที่ ๔๓ - กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔
http://84000.org/tipitaka/dic/d_item.php?i=92
![]() ![]() ![]() ![]() | |
บันทึก ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗, ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจาก พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พิมพ์ครั้งที่ ๗ พ.ศ. ๒๕๓๕, พิมพ์ครั้งที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๔๖ พิมพ์ครั้งที่ ๔๓ - กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]