ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

มาตรา ประมาณ, การกำหนดประมาณ, เกณฑ์วัดและนับต่างๆ เช่น นับเวลา วัดขนาด วัดระยะทาง,
       มาตราที่ควรรู้ดังนี้
มาตราเวลา
(จันทรคติ)
๑๕ หรือ ๑๔ วัน เป็น ๑ ปักษ์
๒ ปักษ์ เป็น ๑ เดือน
๔ เดือน เป็น ๑ ฤดู
๓ ฤดู (๖ ฤดู ก็มี)เป็น ๑ ปี
       (๑๔ วัน คือ ข้างแรมเดือนขาด)
       ข้างขึ้น เรียกศุกลปักษ์ หรือ ชุณหปักษ์,
       ข้างแรม เรียกกาฬปักษ์ หรือ กัณหปักษ์;
       วันเพ็ญ (ขึ้น ๑๕ ค่ำ) เรียกปุรณมี หรือ บูรณมี, วันดับ (แรม ๑๕ หรือ ๑๔ ค่ำ) เรียกอมาวสี
       เนื่องจากปีจันทรคติสั้นกว่าปีสุริยคติ ปีละ ๑๑ วันเศษ เพื่อปรับระยะกาลของปีจันทรคติให้ใกล้เคียงกับปีสุริยคติ จึงเติมอธิกมาส ๗ ครั้ง ในรอบ ๑๙ ปี ทำให้ปีที่เติมนั้นๆ มีเดือน ๘ สองหน
       เดือน (มาส) ๑๒ ตั้งแต่เดือน ๕ ดังนี้:
           เดือน ๕ จิตต หรือ จิตร
           เดือน ๖ วิสาข
           เดือน ๗ เชฏฐ
           เดือน ๘ อาสาฬห
           เดือน ๙ สาวน หรือ สาวณ
           เดือน ๑๐ ภัททปท หรือ โปฏฐปท
           เดือน ๑๑ อัสสยุช หรือ ปฐมกัตติก
           เดือน ๑๒ กัตติก
           เดือน ๑ มาคสิร หรือ มิคสิร
           เดือน ๒ ปุสส หรือ ผุสส
           เดือน ๓ มาฆ
           เดือน ๔ ผัคคุณ
       (แต่ละเดือน นิยมเติม ‘มาส’ ต่อท้าย เช่น จิตรมาส, วิสาขมาส เป็นต้น)
           ฤดู (อุตุ) ๓ คือ
       ๑. วัสสานะ ฤดูฝน = แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒
       ๒. เหมันต์ ฤดูหนาว = แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ ถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔
       ๓. คิมหะ, คิมหานะ ฤดูร้อน = แรม ๑ ค่ำ เดือน ๔ ถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘
           ฤดู (อุตุ) ๖ คือ
       ๑. วัสสานะ ฤดูฝน = แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐
       ๒. สรทะ ฤดูท้ายฝน = แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๐ ถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒
       ๓. เหมันต์ ฤดูหนาว = แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ ถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๒
       ๔. สิสิระ ฤดูเยือก = แรม ๑ ค่ำ เดือน ๒ ถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔
       ๕. วสันต์ ฤดูใบไม้ผลิ = แรม ๑ ค่ำ เดือน ๔ ถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖
       ๖. คิมหะ, คิมหานะ ฤดูร้อน = แรม ๑ ค่ำ เดือน ๖ ถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘
มาตราวัด
๗ เล็ดข้าว เป็น ๑ นิ้ว
๑๒ นิ้ว เป็น ๑ คืบ
๒ คืบ เป็น ๑ ศอก
๔ ศอก เป็น ๑ วา
๒๕ วา เป็น ๑ อุสภะ
๘๐ อุสภะ เป็น ๑ คาวุต
๔ คาวุต เป็น ๑ โยชน์
หรือ
๔ ศอก เป็น ๑ ธนู
๕๐๐ ธนู เป็น ๑ โกสะ
๔ โกสะ เป็น ๑ คาวุต
๔ คาวุต เป็น ๑ โยชน์
อย่างละเอียด
๓๖ ปรมาณู เป็น ๑ อณู
๓๖ อณู เป็น ๑ ตัชชารี
๓๖ ตัชชารี เป็น ๑ รถเรณู
๓๖ รถเรณู เป็น ๑ ลิกขา
๗ ลิกขา เป็น ๑ อูกา
๗ อูกา เป็น ๑ ธัญญมาส
๗ ธัญญมาส (เล็ดข้าว) เป็น ๑ อังคุละ
๑๒ อังคุละ (นิ้ว) เป็น ๑ วิทัตถิ
๒ วิทัตถิ (คืบ) เป็น ๑ รตนะ
๗ รตนะ (ศอก) เป็น ๑ ยัฏฐิ
๒๐ ยัฏฐิ (ไม้เท้า) เป็น ๑ อุสภะ
๘๐ อุสภะ เป็น ๑ คาวุต
๔ คาวุต เป็น ๑ โยชน์
       (สิ่งที่มีขนาดถึง ๑ ลิกขาขึ้นไป จึงเห็นได้ด้วยตาเปล่า;
       “ศอก” บาลีเรียก รตนะ บ้าง หัตถะ บ้าง, “ไม้เท้า” เรียก ยัฏฐิ บ้าง ทัณฑะ บ้าง,
       น่าสังเกตว่า ในชั้นอรรถกถา มักกล่าวถึง ทัณฑะยาว ๔ หัตถะ คือไม้เท้ายาว ๔ ศอก, เช่น ม.อ. ๑/๑๖๙/๓๘๑ แต่ในคัมภีร์ชั้นหลังที่แสดงเรื่องมาตรา กล่าวว่า ๑ ยัฏฐิ/ทัณฑะ เท่ากับ ๕ หรือ ๗ รตนะ/หัตถะ)
ตัวอย่างนัยที่เพียงฟังไว้
๑๐ เกสา (ผม) เป็น ๑ ติละ
๖ ติละ (เม็ดงา) เป็น ๑ ยวะ
๔ ยวะ (ข้าวเหนียว) เป็น ๑ อังคุละ
๘ อังคุละ (นิ้ว) เป็น ๑ มุฏฐิ
๓ มุฏฐิ (กำมือ) เป็น ๑ รตนะ
๒๘ รตนะ (ศอก) เป็น ๑ อัพภันดร
มาตราตวง
๔ มุฏฐิ (กำมือ) เป็น ๑ กุฑวะ
๒ กุฑวะ (ฟายมือ) เป็น ๑ ปัตถะ
๒ ปัตถะ (กอบ) เป็น ๑ นาฬี
๔ นาฬี (ทะนาน) เป็น ๑ อาฬหกะ
หรือ
๔ มุฏฐิ (กำมือ) เป็น ๑ กุฑวะ
๔ กุฑวะ (ฟายมือ) เป็น ๑ ปัตถะ
๔ ปัตถะ (กอบ) เป็น ๑ อาฬหกะ
๔ อาฬหกะ เป็น ๑ โทณะ
๔ โทณะ เป็น ๑ มานิกา
๔ มานิกา เป็น ๑ ขารี, ขาริกา
๒๐ ขารี, ขาริกา เป็น ๑ วาหะ
       (นี้ว่าตาม สุตต.อ.๒/๓๐๗ เป็นต้น ซึ่งบอกไว้ด้วยว่า ๑ วาหะ = ๑ สกฏะ (เกวียน)
       แต่ในอรรถกถาแห่งฆฏิการสูตร, ม.อ. ๓/๒๐๙ ว่า ในที่นั้น ๒ สกฏะ เป็น ๑ วาหะ ซึ่งอาจจะหมายความเฉพาะในกรณีนั้น แต่ก็ทำให้เกิดปมที่ไม่กระจ่าง)
มาตราชั่งของ
๔ วีหิ (เล็ดข้าวเปลือก) เป็น คุญชา, กุญชา
๒ คุญชา, กุญชา เป็น ๑ มาสก
๕ มาสก เป็น ๒ อักขะ
๘ อักขะ เป็น ๑ ธรณะ
๑๐ ธรณะ เป็น ๑ ปละ
๑๐๐ ปละ เป็น ๑ ตุลา
๒๐ ตุลา เป็น ๑ ภาระ
มาตราชั่งทอง
๔ วีหิ (เล็ดข้าวเปลือก) เป็น ๑ คุญชา, กุญชา
๒ คุญชา, กุญชา เป็น ๑ มาสก
๕ มาสก เป็น ๒ อักขะ
๘ อักขะ เป็น ๑ ธรณะ
๕ ธรณะ เป็น ๑ สุวัณณะ
๕ สุวัณณะ เป็น ๑ นิกขะ
มาตรารูปิยะ
๕ มาสก เป็น ๑ บาท
๔ บาท เป็น ๑ กหาปณะ
มาตราพิเศษ
       มาตราบางอย่าง แต่เดิมคงกำหนดขึ้นเพื่อให้พระภิกษุที่อยู่ในกาลเทศะหลากหลาย แม้ไม่มีอุปกรณ์ ก็สามารถปฏิบัติตามพระวินัยได้ (ไม่ถึงแม่นยำเด็ดขาด)
       นิ้วสุคต, คืบสุคต
       ตามมติของอรรถกถา
           ๑ คืบสุคต = ๑ ศอกครึ่ง (ศอกคืบ) ของช่างไม้ หรือ
           ๑ ศอกช่างไม้ = ๘ นิ้วสุคต
       แต่ในวินัยมุขเล่ม ๑ ทรงชี้ถึงความยุ่งยากในการคำนวณตามสุคตประมาณนี้ และทรงมีพระมติซึ่งสรุปได้ว่า เพื่อให้สะดวกและถือข้างน้อยเป็นการปลอดภัย ควรเทียบตามมาตราที่ใช้กันเป็นมาตรฐานสากลในปัจจุบัน คือ ระบบเมตริก (Metric system) อย่างที่ตกลงกันว่า
           ๑ วา = ๒ เมตร ดังนั้น
           ๑ คืบสุคต = ๒๕ ซม. (๘ นิ้วสุคต = ๑๖.๖๗ ซม.)
       อัพภันดร
       ๑ อัพภันดร = ๗ วา (= ๑๔ เมตร)
       อุทกุกเขป
       อุทกุกเขป “ชั่ววักน้ำสาด” คือ ระยะทางเท่าที่บุรุษผู้มีกำลังปานกลางวักน้ำสาดเต็มแรง (ท่านว่าใช้ทรายก็ได้) ไปตกถึง
       เลฑฑุบาต
       เลฑฑุบาต “ชั่วขว้างก้อนดินตก” คือระยะทางเท่าที่บุรุษผู้มีกำลังปานกลางขว้างก้อนดินไปตกลง


พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ บรรทัดที่ ๔๒๐๔ - ๔๒๕๙.
https://84000.org/tipitaka/dic/v_line.php?A=4204&Z=4259

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย

บันทึก  ๒, ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจาก พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๐. พ.ศ. ๒๕๔๖ หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]