ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
     ฉบับหลวง   ฉบับมหาจุฬาฯ   บาลีอักษรไทย   PaliRoman 
อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ] สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
๓. ชฏาสูตร
ว่าด้วยความยุ่ง
[๒๓] เทวดาทูลถามว่า หมู่สัตว์ยุ่งทั้งภายใน ยุ่งทั้งภายนอก ถูกความยุ่งพาให้นุงนังแล้ว ข้าแต่พระโคดม เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์ขอทูลถามพระองค์ว่า ใครพึงแก้ความยุ่งนี้ได้ @เชิงอรรถ : @ ผู้ไม่ถูกต้อง หมายถึงผู้ไม่ถูกต้องกรรม, ผู้ไม่ทำกรรม (สํ.ส.อ. ๑/๒๒/๔๘) @ กิเลสเพียงดังเนิน หมายถึงกิเลสคือราคะ โทสะ โมหะ ที่ชื่อว่า เป็นเนิน เพราะทำจิตให้ลาดต่ำ โน้มไปสู่ที่ต่ำ @เช่นต้องย้อนไปสู่จตุตถฌานอีก ในที่บางแห่ง คำว่า องฺคณ หมายถึงพื้นที่ที่เป็นเนินตามที่พูดกันว่า เนินโพธิ์ @เนินเจดีย์ เป็นต้น (ม.มู.อ. ๑/๕๗/๑๕๑) @ ดู ขุ.ธ. ๒๕/๑๒๕/๓๙ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๖}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑. เทวดาสังยุต]

๓. สัตติวรรค ๔. มโนนิวารณสูตร

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า นรชนผู้มีปัญญา เห็นภัยในสังสารวัฏ ดำรงอยู่ในศีลแล้ว เจริญจิตและปัญญา๑- มีความเพียร มีปัญญาเครื่องบริหาร นั้นพึงแก้ความยุ่งนี้ได้ บุคคลเหล่าใดกำจัดราคะ โทสะ และอวิชชาได้แล้ว บุคคลเหล่านั้นสิ้นอาสวะแล้ว เป็นพระอรหันต์ พวกเขาแก้ความยุ่งได้แล้ว นาม๒- ก็ดี รูปก็ดี ปฏิฆสัญญาก็ดี รูปสัญญาก็ดี๓- ดับไม่เหลือในที่ใด ความยุ่งนั้นก็ย่อมขาดหายไปในที่นั้น๔-
ชฏาสูตรที่ ๓ จบ
๔. มโนนิวารณสูตร
ว่าด้วยการห้ามใจ
[๒๔] เทวดากราบทูลว่า บุคคลห้ามใจจากอารมณ์ใดๆ ได้ ทุกข์เพราะอารมณ์นั้นๆ ย่อมไม่มาถึงเขา เขาห้ามใจจากอารมณ์ทั้งปวงได้ ย่อมพ้นจากทุกข์ เพราะอารมณ์ทั้งปวง @เชิงอรรถ : @ เจริญจิตและปัญญา หมายถึงเจริญสมาธิและวิปัสสนา (สํ.ส.อ. ๑/๒๓/๔๙) @ นาม หมายถึงอรูปขันธ์ ๔ (คือ เวทนา สัญญา สังขารและวิญญาณ) (สํ.ส.อ. ๑/๒๓/๕๐) @ ปฏิฆสัญญา หมายถึงกามภพ รูปสัญญา หมายถึงรูปภพ (สํ.ส.อ. ๑/๒๓/๕๐) @ ดูเทียบคาถาข้อ ๑๙๒ หน้า ๒๗๒-๒๗๓ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๗}

        เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ เล่มที่ ๑๕ หน้าที่ ๒๖-๒๗. http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_read.php?B=15&A=663&w=&fontsz=0 http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_siri.php?B=15&siri=23&fontsz=0         ฟังเนื้อความพระไตรปิฎก : [คลิกเพื่อฟัง]         อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับหลวง :- http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=15&A=392&Z=403&pagebreak=0         ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=15&i=60         ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรไทย :- http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali_item_s.php?book=15&item=60&items=2         ศึกษาพระไตรปิฏกฉบับภาษาบาลี อักษรโรมัน :- http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/roman_item_s.php?book=15&item=60&items=2         สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ http://84000.org/tipitaka/read/?index_mcu15

อ่านหน้า[ต่าง] แรกอ่านหน้า[ต่าง] ที่แล้วอ่านหน้า[ต่าง] ถัดไปอ่านหน้า[ต่าง] สุดท้าย

ดาวน์โหลดโปรแกรมพระไตรปิฎก ดาวน์โหลดพระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับมหาจุฬาฯ

บันทึก ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙. บันทึกปรับตัวอักษร ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘. การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจาก พระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาฯ. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ [email protected]