132

มีอาหารแต่ไม่มีผู้กิน

ปัญหา พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า หมู่สัตว์ดำรงอยู่ได้ด้วยอาหาร ๔ อย่างคือ ๑. กวฬึงการาหาร ๒. ผัสสาหาร ๓. มโนสัญเจตนาหาร ๔. วิญญาณาหาร พระโมลิยผัคคุณะได้ทูลถามว่า ใครเป็นผู้กินวิญญาณาหาร ?

พุทธดำรัสตอบ “.....ตั้งปัญหายังไม่ถูก เรามิได้กล่าวว่ากลืนกิน (วิญญาณาหาร) ถ้าเรากล่าวว่า “กลืนกิน” ควรตั้งปัญหาในข้อนั้นได้ว่า ใครหนอย่อมกลืนกิน? แต่เรามิได้กล่าวอย่างนั้น “....ผู้ใดพึงถามเรา อย่างนี้ว่า วิญญาณาหาร ย่อมมีเพื่ออะไรหนอ ? อันนี้ควรเป็นปัญหา ควรชี้แจงให้กระจ่างในปัญหานั้นว่า วิญญาณาหาร ย่อมมีเพื่อความบังเกิดใหม่ในภพต่อไป เมื่อวิญญาณาหาร นั้นเกิดมีแล้ว จึงมีสฬายตนะ เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ.... เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงมีเวทนา... เพราะเวทนาเป็นปัจจัยจึงมีตัณหา.... เพราะตัณหาเป็นปัจจัยจึงมีอุปาทาน.... เพราะอุปาทานเป็นปัจจัยจึงมีภพ.... เพราะภพเป็นปัจจัยจึงมี ชาติ ชรา มรณะ โสกปริเทวทุกข์โทมนัสอุปายาส..... ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวล ย่อมมีด้วยประการฉะนี้”

ผัคคุณสูตร นิ. สํ. (๓๒-๓๖) ตบ. ๑๖ : ๑๕-๑๗ ตท. ๑๖ : ๑๒-๑๔ ตอ. K.S. II : ๙-๑๑
อ่านต่อจากพระไตรปิฎก:
อ่านพระสูตรเต็ม
ค้นจากชื่อพระสูตร