ทำเองรู้เอง
ปัญหา พระพุทธองค์ตรัสถามว่า “ทางที่จะให้ภิกษุได้อาศัยแล้ว ประกาศความรู้อันสูงว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำแล้ว....” โดยไม่ต้องอิงอาศัยศรัทธา ความพอใจในการฟังต่อ ๆ กันมา การตรึกตรองตามอาการ หรือความทนต่อการพิสูจน์ด้วยความเห็นใจ มีอยู่หรือไม่?
พุทธดำรัสตอบ “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้เห็นรูปด้วยจักษุ... ฟังเสียงด้วยหู... ดมกลิ่นด้วยจมูก... ลิ้มรสด้วยลิ้น... ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย... รู้ธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว ย่อมรู้ชัดซึ่งราคะ โทสะ โมหะ อันมีอยู่ภายในว่า.... มีอยู่ในภายในของเรา หรือรู้ชัดซึ่งราคะ โทสะ โมหะ อันไม่มีอยู่ในภายในว่า... ไม่มีอยู่ในภายในของเรา.... ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมเหล่านี้พึงเชื่อด้วยศรัทธา ด้วยความชอบใจของตน ด้วยการได้ฟังต่อๆ กันมากระนั้นหรือ.... ธรรมเหล่านี้พึงทราบได้ด้วยการเห็นด้วยปัญญามิใช่หรือ... “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นทางให้ภิกษุได้อาศัยประกาศความรู้อันยิ่งโดยไม่ต้องอาศัยศรัทธา โดยไม่ต้องอาศัยความชอบใจของตน โดยไม่ต้องอาศัยการฟังต่อ ๆ กันมา”
ปริยายสูตร สฬา. สํ. (๒๓๙-๒๔๐) ตบ. ๑๘ : ๑๗๓-๑๗๔ ตท. ๑๘ : ๑๕๕-๑๕๗ ตอ. K.S. ๔ : ๘๘-๘๙
อ่านต่อจากพระไตรปิฎก:
• อ่านพระสูตรเต็ม
• ค้นจากชื่อพระสูตร