414

การบิณฑบาตไม่ใช่เบียดเบียนชาวบ้าน

ปัญหา นายคามณี อสิพันธกบุตรกราบ ทูลถามพระพุทธองค์ตามคำแนะนำของนิครนถ์นาฏบุตรว่า ขณะที่หมู่บ้านนาฬันทคามเกิดข้าวยากหมากแพง ประชาชนเลี้ยงชีพโดยฝืดเคือง ต้องจับจ่ายด้วยบัตรปันส่วน ไฉนพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ จึงยังคงจาริกไปเพื่อภิกษาในนาฬันทคาม จะไม่เป็นการเบียดเบียนชาวบ้านหรือ ?

พุทธดำรัสตอบ “ดูก่อนนายคามณี แต่ภัทรกัปนี้ไป ๙๑ กัปที่เราระลึกได้ เราไม่รู้สึกว่าเคยเบียดเบียนครอบครัวไหนๆ ด้วยการถือเอาภักษาที่สุกแล้วเลย “อนึ่งเล่า ครอบครัวใดมีฐานะมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก มีเงินและทองมาก มีทรัพย์คืออุปกรณ์มาก มีทรัพย์คือข้าวเปลือกมาก ครอบครัวทั้งปวงนั้นเจริญขึ้นเพราะการให้ทาน เพราะมีสัจจะ เพราะมีสำรวมระวัง “ดูก่อนนายคามณี มีเหตุปัจจัย ๘ อย่างเพื่อความคับแค้นแห่งครอบคัวทั้งหลาย คือ สกุลทั้งหลายถึงความคับแค้นจากพระราชา ๑ จากโจร ๑ จากไฟ ๑ จากน้ำ ๑ ทรัพย์ที่เก็บไว้เคลื่อนไปจากที่ ๑ ทรัพย์วิบัติไปเพราะประกอบการงานชั่ว ๑ คนทำลายทรัพย์แห่งสกุล ผู้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยทำลาย กำจัดโภคะเหล่านั้น เกิดขึ้นในครอบครัว ๑ ความไม่เที่ยงแท้แน่นอนเป็นปัจจัย ๘ “ดูก่อนนายคามณี ทั้งที่เหตุปัจจัย ๘ อย่างเหล่านี้มีอยู่ ผู้ใดพึงกล่าวหาเราอย่างนี้ว่า พระผู้มีพระภาคปฏิบัติเพื่อให้ครอบครัวขาดสูญ เพื่อให้ครอบครัวเสื่อม เพื่อให้ครอบครัวคับแค้น ดังนี้ ผู้นั้น หากไม่ละวาจานั้น ไม่ละความคิดนั้น ไม่ละความเห็นนั้น ต้องดิ่งลงในนรกแน่แท้...”

กุลสูตร สฬา. สํ. (๖๒๑-๖๒๒) ตบ. ๑๘ : ๓๙๙-๔๐๐ ตท. ๑๘ : ๓๕๔-๓๕๕ ตอ. K.S. ๔ : ๒๒๙-๒๓๐
อ่านต่อจากพระไตรปิฎก:
อ่านพระสูตรเต็ม
ค้นจากชื่อพระสูตร