ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวปุตตสังยุต ปฐมวรรค
ปฐมกัสสปสูตรที่ ๑

               เทวปุตตสังยุต               
               ปฐมวรรคที่ ๑               
               อรรถกถาปฐมกัสสปสูตรที่ ๑               
               พึงทราบวินิจฉัยในกัสสปสูตรที่ ๑ วรรคที่ ๑ ต่อไป :-
               บทว่า เทวปุตฺโต ความว่า บุรุษผู้เกิดที่ตักเทวดา ชื่อว่าเทพบุตร. สตรีผู้เกิดที่ตักเทวดา ชื่อว่าเทพธิดา. เทวดาที่ไม่ปรากฎนาม ท่านเรียกว่าเทวดาองค์หนึ่ง. เทพที่ปรากฏนาม ท่านเรียกว่าเทพบุตรมีชื่ออย่างนี้. เพราะฉะนั้น เทวดาองค์ใดองค์หนึ่ง ท่านกล่าวไว้ในหนหลังแล้ว ในสูตรนี้จึงกล่าวว่า เทพบุตร.
               บทว่า อนุสาสํ แปลว่า คำสั่งสอน. เขาว่า เทพบุตรองค์นี้ได้ฟังว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำยมกปาฏิหาริย์ในพรรษาที่ ๗ นับแต่ตรัสรู้ ทรงเข้าจำพรรษา ณ เทวบุรี (ดาวดึงส์) แสดงพระอภิธรรม ตรัสภิกขุนิทเทสไว้ในฌานวิภังค์อย่างนี้ว่า บทว่า ภิกฺขุ ได้แก่ ชื่อว่าภิกษุ เพราะสมัญญา. ชื่อว่าภิกษุ เพราะปฏิญญา.
               แต่เทพบุตรนั้นไม่ได้ฟังคำโอวาทภิกษุ คำสั่งสอนภิกษุอย่างนี้ว่า พวกเธอจงตรึกอย่างนี้ อย่าตรึกอย่างนี้ จงใส่ใจอย่างนี้ อย่าใส่ใจอย่างนี้ จงละข้อนี้ จงเข้าถึงข้อนี้อยู่. เทพบุตรนั้นหมายเอาข้อนั้น จึงกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกาศภิกษุไว้ ไม่ทรงประกาศคำสั่งสอนของภิกษุ.
               บทว่า เตนหิ ความว่า ก็เพราะเหตุที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เราไม่ประกาศคำสั่งสอนของภิกษุฉะนั้น.
               บทว่า ตญฺเญเวตฺถปฏิภาตุ ความว่า การประกาศคำสั่งสอนนี้จงปรากฏแก่ท่านผู้เดียว.
               ความจริง ผู้ใดประสงค์จะกล่าวปัญหาก็ไม่อาจจะกล่าวเทียบกับพระสัพพัญญุตญาณได้ หรือว่าผู้ใดไม่ประสงค์จะกล่าวก็อาจจะกล่าวปัญหาได้ หรือว่าผู้ใดไม่ประสงค์จะกล่าว ทั้งไม่อาจจะกล่าวด้วย. พระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมไม่ทรงทำปัญหาของคนเหล่านั้นทั้งหมดให้เป็นภาระ แต่เทพบุตรองค์นี้ประสงค์จะกล่าวด้วย ทั้งอาจกล่าวได้ด้วย. เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงทำปัญหาให้เป็นภาระของเทพบุตรนั้นผู้เดียว จึงตรัสอย่างนี้. แม้เทพบุตรนั้นก็กล่าวปัญหา.
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุภาสิตสฺส สิกฺเขถ ความว่า พึงศึกษาคำสุภาษิต คือพึงศึกษาวจีสุจริต ๔ อย่างที่อิงอาศัยสัจจะ ๔ อิงอาศัยกถาวัตถุ ๑๐ อิงอาศัยโพธิปักขิยธรรม ๓๗ เท่านั้น.
               บทว่า สมณูปาสนสฺส จ ความว่า การเข้าถึงความสงบอันสมณะทั้งหลายพึงเสพ คือพึงศึกษา พึงเจริญกัมมัฏฐาน ๓๘ ประเภท.
               อีกอย่างหนึ่ง แม้การเข้าไปหาเหล่าภิกษุผู้เป็นพหูสูต ก็ชื่อว่าการเข้าไปนั่งใกล้สมณะ.
               อธิบายว่า พึงศึกษาประโยชน์แห่งความรู้ด้วยปัญญา โดยการถามปัญหาว่า ท่านเจ้าข้า แม้ข้อนั้นก็เป็นกุศลหรือ ดังนี้เป็นต้น.
               บทว่า จิตฺตวูปสมสฺส จ ความว่า และพึงศึกษาความสงบจิตด้วยอำนาจสมาบัติ ๘. ดังนั้น สิกขา ๓ เป็นอันเทพบุตรกล่าวแล้ว.
               จริงอยู่ เทพบุตรนั้นกล่าวอธิศีลสิกขาด้วยบทแรก กล่าวอธิปัญญาสิกขาด้วยบทที่ ๒ กล่าวอธิจิตตสิกขาด้วยการสงบจิต เพราะฉะนั้น คำสอนแม้ทั้งสิ้น จึงเป็นอันเทพบุตรนั้นประกาศแล้ว ด้วยคาถานี้แล.

               จบอรรถกถาปฐมกัสสปสูตรที่ ๑               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวปุตตสังยุต ปฐมวรรค ปฐมกัสสปสูตรที่ ๑ จบ.
อ่านอรรถกถา 15 / 1อ่านอรรถกถา 15 / 219อรรถกถา เล่มที่ 15 ข้อ 221อ่านอรรถกถา 15 / 223อ่านอรรถกถา 15 / 956
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=1394&Z=1411
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๘  กันยายน  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :