ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สมณวรรคที่ ๔
๑๑. ปังกธาสูตร

               อรรถกถาปังกธาสูตรที่ ๑๑               
               พึงทราบวินิจฉัยในปังกธาสูตรที่ ๑๑ ดังต่อไปนี้ :-
               บทว่า ปํกธา นาม โกสลานํ นิคโม ความว่า นิคมในโกสลรัฐที่มีชื่ออย่างนี้ว่า ปังกธา.
               บทว่า อาวาสิโก ความว่า ภิกษุเจ้าอาวาสสร้างอาวาสหลังใหม่ๆ ขึ้น บำรุงรักษาอาวาสหลังเก่าๆ.
               บทว่า สิกฺขาปทปฏิสํยุตฺตาย ได้แก่ ปฏิสังยุตด้วยบทกล่าวคือสิกขา. อธิบายว่า ประกอบด้วยสิกขา ๓.
               บทว่า สนฺทสฺเสติ ได้แก่ ทรงให้ภิกษุทั้งหลายเห็นเหมือนอยู่พร้อมหน้า.
               บทว่า สมาทเปติ ได้แก่ ให้ภิกษุทั้งหลายถือเอา.
               บทว่า สมุตฺเต เชติ คือ ให้ภิกษุทั้งหลายอาจหาญ.
               บทว่า สมฺปหํเสติ คือ ตรัสสรรเสริญ ทำภิกษุทั้งหลายให้ผ่องใส ด้วยคุณที่ตนได้แล้ว.
               บทว่า อธิสลฺเลขติ ได้แก่ สมณะนี้ย่อมขัดเกลาเหลือเกิน อธิบายว่า สมณะนี้ย่อมกล่าวธรรมที่ละเอียดๆ ทำให้ละเมียดละไมเหลือเกิน.
               บทว่า อจฺจโย คือ ความผิด. บทว่า มํ อจฺจคฺคมา คือ ล่วงเกินเรา ได้แก่ข่มเรา เป็นไป.
               บทว่า อหุเทว อกฺขนฺติ ความว่า ไม่อาจอดกลั้นได้มีแล้วทีเดียว.
               บทว่า อหุ อปฺปจฺจโย ความว่า อาการไม่ยินดีได้มีแล้ว.
               บทว่า ปฏิคฺคณฺหาตุ ความว่า ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงอดโทษ.
               บทว่า อายตึ สํวราย คือ เพื่อประโยชน์แก่ความสำรวมในอนาคต. อธิบายว่า เพื่อต้องการจะไม่ทำความผิด คือโทษ ได้แก่ความพลั้งพลาดเห็นปานนี้อีก.
               บทว่าา ตคฺฆ เป็นนิบาตโดยส่วนเดียว.
               บทว่า ยถาธมฺมํ ปฏิกโรสิ คือ ธรรมดำรงอยู่โดยประการใด เธอก็ทำโดยประการนั้น มีคำอธิบายว่า ให้อดโทษ.
               บทว่า ตํ เต มยํ ปฏิคฺคณฺหาม ความว่า เราทั้งหลายยอมยกโทษนั้นให้เธอ.
               บทว่า วุฑฺฒิ เหสา กสฺสป อริยสฺส วินเย ความว่า ดูก่อนกัสสปะ นี้ชื่อว่าเป็นความเจริญในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า.
               ถามว่า ความเจริญเป็นไฉน?
               ตอบว่า การเห็นโทษว่าเป็นโทษแล้ว ทำคืนตามธรรมถึงความสำรวมต่อไป.
               ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงทำเทศนาให้เป็นปุคคลาธิษฐาน จึงตรัสว่า โย อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ ปฏิกโรติ อายตึ สํวรํ อาปชฺชติ แปลว่า ผู้ใดเห็นโทษโดยความเป็นโทษ กระทำคืนตามธรรมเนียม ย่อมถึงความสำรวมต่อไป ดังนี้.
               บทว่า น สิกฺขากาโม ความว่า ภิกษุไม่ต้องการ คือไม่ปรารถนา ได้แก่ไม่กระหยิ่มใจต่อสิกขา ๓.
               บทว่า สิกฺขาสมาทานสฺส คือ แห่งการบำเพ็ญสิกขาให้บริบูรณ์.
               บทว่า น วณฺณวาที คือ ไม่กล่าวคุณ.
               บทว่า กาเลน คือ โดยกาลอันเหมาะสม.
               บทที่เหลือในสูตรนี้มีความหมาย ง่ายทั้งนั้นแล.

               จบอรรถกถาปังกธาสูตรที่ ๑๑               
               จบสมณวรรควรรณนาที่ ๔               
               -----------------------------------------------------               

               รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
                         ๑. สมณสูตร
                         ๒. คัทรภสูตร
                         ๓. เขตตสูตร
                         ๔. วัชชีปุตตสูตร
                         ๕. เสขสูตรที่ ๑
                         ๖. เสขสูตรที่ ๒
                         ๗. เสขสูตรที่ ๓
                         ๘. เสขสูตรที่ ๔
                         ๙. สิกขาสูตรที่ ๑
                         ๑๐. สิกขาสูตรที่ ๒
                         ๑๑. ปังกธาสูตร
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ทุติยปัณณาสก์ สมณวรรคที่ ๔ ๑๑. ปังกธาสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 20 / 1อ่านอรรถกถา 20 / 530อรรถกถา เล่มที่ 20 ข้อ 531อ่านอรรถกถา 20 / 532อ่านอรรถกถา 20 / 596
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=20&A=6266&Z=6341
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๖  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com