ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ตติยปัณณาสก์
๒. อาภาวรรค

               อาภาวรรคที่ ๕               
               อรรถกถาอาภาสูตรที่ ๑               
               พึงทราบวินิจฉัยในอาภาสูตรที่ ๑ วรรคที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-
               ดวงจันทร์นั้นแล ชื่อว่าจันทาภา ด้วยอำนาจส่องรัศมี.
               แม้ในบทที่เหลือก็นัยนี้แล.
               อาภาสุตฺตวณฺณนา               
               ปญฺจมสฺส ปฐเม ฯ อาภาสนวเสน จนฺโทว จนฺทาภา ฯ
               เสสปเทสุปิ เอเสว นโย ฯ
               ปภาสุตฺตาทิวณฺณนา               
               ทุติยาทีสุปิ
                         ปภาสนวเสน จนฺโทว จนฺทปฺปภา ฯ
                         อาโลกนวเสน จนฺโทว จนฺทาโลโก ฯ
                         โอภาสนวเสน จนฺโทว จนฺโทภาโส ฯ
                         ปชฺโชตนวเสน จนฺโทว จนฺทปชฺโชโต ฯ
               เอวํ สพฺพตฺถ ปเทสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ ฯ

               แม้ในสูตรที่สองเป็นต้น
                         ดวงจันทร์ชื่อว่าจันทาปภา ด้วยอำนาจส่องแสง.
                         ดวงจันทร์ชื่อว่าจันทาโลก ด้วยอำนาจส่องสว่าง.
                         ดวงจันทร์ชื่อว่าจันโทภาส ด้วยอำนาจเปล่งแสง.
                         ดวงจันทร์ชื่อว่าจันทัปปัชโชต ด้วยอำนาจส่องโชติช่วง.
               เนื้อความในบททั้งปวงพึงทราบอย่างนี้.
               จบอรรถกถาอาภาสูตรที่ ๑               

               อรรถกถาปฐมกาลสูตรที่ ๖               
               พึงทราบวินิจฉัยในปฐมกาลสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้ :-
               บทว่า กาลา คือ กาลที่เหมาะที่ควร.
               บทว่า กาเลน ธมฺมสฺสวนํ ได้แก่ การฟังธรรมในเวลาที่เหมาะที่ควร.
               บทว่า ธมฺมสากจฺฉา ความว่า การสนทนาที่เป็นไปด้วยอำนาจการถามและการตอบปัญหา
               จบอรรถกถาปฐมกาลสูตรที่ ๖               

               อรรถกถาทุติยกาลสูตรที่ ๗               
               พึงทราบวินิจฉัยในทุติยกาลสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :-
               บทว่า กาลา นั่นเป็นชื่อแห่งกุศลธรรมที่เป็นไปด้วยอำนาจการฟังธรรมเป็นต้นในกาลนั้นๆ กาลเหล่านั้นจักแจ่มชัดและจักเป็นไป.
               บทว่า อาสวานํ ขยํ ได้แก่ พระอรหัต.
               จบอรรถกถาทุติยกาลสูตรที่ ๗               

               ปฐมจริตสูตรที่ ๘ ง่ายทั้งนั้น.

               อรรถกถาทุติยจริตสูตรที่ ๙               
               พึงทราบวินิจฉัยในทุติยจริตสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-
               บทว่า สณฺหวาจา ได้แก่ วาจาอ่อนโยน.
               บทว่า มนฺตาภาสา ได้แก่ เรื่องที่กำหนดด้วยปัญญา ที่เรียกว่ามันตาแล้ว จึงกล่าว.
               จบอรรถกถาทุติยจริตสูตรที่ ๙               

               อรรถกถาสารสูตรที่ ๑๐               
               สารสูตรที่ ๑๐ บทว่า สีลสาโร คือ ศีลที่ให้ถึงสาระ.
               แม้ในบทที่เหลือก็นัยนี้แล.
               จบอรรถกถาสารสูตรที่ ๑๐               
               จบอาภาวรรควรรณนาที่ ๕               
               จบตติยปัณณาสก์               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ๒. อาภาวรรค จบ.
อ่านอรรถกถา 21 / 1อ่านอรรถกถา 21 / 131อรรถกถา เล่มที่ 21 ข้อ 141อ่านอรรถกถา 21 / 151อ่านอรรถกถา 21 / 274
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=21&A=3835&Z=3883
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๓  มกราคม  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :