ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัมโพธวรรคที่ ๑
๓. เมฆิยสูตร

               อรรถกถาเมฆิยสูตรที่ ๓               
               เมฆิยสูตรที่ ๓ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
               บทว่า จาลิกายํ ได้แก่ ในเมืองที่มีชื่ออย่างนั้น.
               นัยว่าเมืองนั้นย่อมปรากฏคล้ายเคลื่อนไหว แก่บุคคลทั้งหลายที่กำลังแลดู เพราะเขาได้อาศัยดินเหลวสร้างไว้แล้ว เพราะฉะนั้น จึงเรียกว่าเมืองจาลิกา.
               บทว่า จาลิกาปพฺพเต ได้แก่ ภูเขาแม้นั้นย่อมปรากฏคล้ายเคลื่อนไหวแก่บุคคลกำลังแลดูในวันอุโบสถข้างแรม เพราะขาวปลอด เพราะฉะนั้น จึงเรียกว่าจาลิกบรรพต. บุคคลทั้งหลายสร้างวิหารใหญ่ไว้บนจาลิกบรรพตนั้น.
               พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอาศัยเมืองนั้น ประทับอยู่ในจาลิกบรรพตมหาวิหาร ด้วยประการฉะนี้.
               บทว่า ชนฺตุคามํ ได้แก่ โคจรคามแม้อีกแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่ออย่างนั้นของวิหารนั้นเหมือนกัน ท่านกล่าวว่า ชนฺตุคามํ ดังนี้บ้าง.
               บทว่า ปธานตฺถิกสฺส ได้แก่ ผู้ทำความเพียร.
               บทว่า ปธานาย ได้แก่ เพื่อทำสมณธรรม.
               บทว่า อาคเมหิ ดาว ความว่า พระศาสดาสดับคำของพระเถระแล้ว ทรงใคร่ครวญอยู่ ทรงรู้ว่าญาณของพระเถระนั้นยังไม่แก่กล้าก่อนดังนี้ จึงได้ตรัสห้ามอย่างนี้.
               ส่วนบทนี้ว่า เอกกมฺหิ ตาว ได้ตรัสแก่พระเมฆิยะนั้น เพื่อให้เกิดจิตอ่อนด้วยทรงดำริว่า พระเมฆิยะนี้แม้ไปแล้วอย่างนี้ เมื่อกัมมัฏฐานยังไม่เสร็จ หมดความสงสัยจักกลับมาอีกด้วยอำนาจความรักดังนี้.
               บทว่า นตฺถิ กิญฺจิ อุตฺตรึ กรณียํ ความว่า ชื่อว่ากิจที่จะพึงทำอื่นให้ยิ่ง ย่อมไม่มี เพราะพระองค์ทรงทำกิจ ๔ ในสัจจะ ๔ เสร็จแล้ว.
               บทว่า กตสฺส วา ปฏิจโย ความว่า อนึ่ง ย่อมไม่มีการสั่งสอนอริยมรรคที่ทรงทำแล้วอีก ก็มรรคที่ทรงเจริญแล้ว พระองค์ก็ไม่เจริญอีก กิเลสที่ทรงละได้แล้ว ไม่มีการละอีก.
               บทว่า ปธานนฺติ โข เมฆิย วทมานํ กินฺติ วเทยฺยาม ความว่า เราจะพึงกล่าวชื่ออะไรอื่นเล่ากะเธอ ผู้กล่าวอยู่ว่าเราจักทำสมณธรรมดังนี้.
               บทว่า ทิวาวิหารํ นิสีทิ ได้แก่ นั่งเพื่อต้องพักในกลางวัน
               บุคคลเป็นพระราชามาตลอด ๕๐๐ ชาติตามลำดับในกาลก่อน เมื่อเล่นในอุทยาน มีนักฟ้อนรำ ๓ พวกเป็นบริวาร นั่งแล้วบนแผ่นมงคลศิลาใด ท่านเมฆิยะนั่งแล้วบนแผ่นมงคลศิลานั้นเหมือนกัน.
               ความเป็นสมณะของท่านได้เป็นเหมือนท่านทอดทิ้งไป นับแต่เวลาที่ท่านนั่งแล้ว. บุคคลถือเอาเพศพระราชาซึ่งมีนักฟ้อนรำแวดล้อมแล้ว เป็นเหมือนนั่ง ณ บัลลังก์ใหญ่ที่สมควรในภายใต้เศวตฉัตร เมื่อเป็นเช่นนั้น กามวิตกเกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลนั้นผู้ยินดีสมบัตินั้นอยู่.
               ในขณะนั้นนั่นเอง เขาได้เห็นโจรสองคนถูกแม่ทัพจับแล้วเหมือนนำมาไว้ข้างหน้า. พยาบาทวิตกย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นด้วยอำนาจการออกคำสั่งฆ่าโจรคนหนึ่งในโจรเหล่านั้น. วิหิงสาวิตกย่อมเกิดขึ้นด้วยอำนาจการออกคำสั่งจองจำโจรคนหนึ่ง. บุคคลนั้นถูกอกุศลวิตกแวดล้อมยุ่งยากแล้วด้วยอกุศล จึงได้เป็นเหมือนต้นไม้ที่ถูกย่านเถาวัลย์ปกคลุมหุ้มห่อ และเหมือนคนฆ่าแมลงผึ้ง เอาน้ำผึ้งถูกแมลงผึ้งรุมล้อมไว้ฉะนั้น.
               ท่านหมายถึงข้อนั้น จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า อถโข อายสฺมโต เมฆิยสฺส ดังนี้.
               บทว่า อนฺวาสตฺตา ได้แก่ เป็นผู้ถูกอกุศลวิตกติดตามแวดล้อมแล้ว.
               บทว่า เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ ความว่า ท่านเมฆิยะยุ่งยากแล้วด้วยอกุศลอันลามกอย่างนี้ ไม่สามารถจะทำกัมมัฏฐานให้เป็นที่สบายได้ จึงได้กำหนดว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเห็นกาลอันยาวนาน ทรงเห็นเหตุนี้หนอ จึงทรงห้ามไว้ คิดว่าเราจักกราบทูลเหตุนี้แก่พระทศพลดังนี้ จึงลุกจากอาสนะที่นั่งแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า

               จบอรรถกถาเมฆิยสูตรที่ ๓               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ปัณณาสก์ สัมโพธวรรคที่ ๑ ๓. เมฆิยสูตร จบ.
อ่านอรรถกถา 23 / 1อ่านอรรถกถา 23 / 206อรรถกถา เล่มที่ 23 ข้อ 207อ่านอรรถกถา 23 / 208อ่านอรรถกถา 23 / 281
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=23&A=7531&Z=7618
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๘  กุมภาพันธ์  พ.ศ.  ๒๕๕๐
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :