ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 

อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐] [๑๑] [๑๒]
อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ตัณหาวรรคที่ ๒๔

หน้าต่างที่   ๙ / ๑๒.

               ๙. เรื่องอุปกาชีวก [๒๔๘]               
               ข้อความเบื้องต้น               
               พระศาสดาทรงปรารภอาชีวกชื่ออุปกะ ในระหว่างทาง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "สพฺพาภิภู" เป็นต้น.

               อุปกาชีวกทูลถามพระศาสดา               
               ความพิสดารว่า ในสมัยหนึ่ง พระศาสดาทรงบรรลุพระสัพพัญญุตญาณแล้ว ทรงยังกาลให้ล่วงไปที่ควงไม้โพธิ์ ๗ สัปดาห์ ทรงถือบาตรและจีวรของพระองค์ เสด็จดำเนินไปสิ้นทางประมาณ ๑๘ โยชน์มุ่งกรุงพาราณสี เพื่อทรงยังพระธรรมจักรให้เป็นไป ได้ทอดพระเนตรเห็นอาชีวกชื่ออุปกะ ในระหว่างทาง.
               ฝ่ายอุปกาชีวกนั้นเห็นพระศาสดาแล้ว ทูลถามว่า "ผู้มีอายุ อินทรีย์ของท่านผ่องใสแล ผิวพรรณก็บริสุทธิ์ผุดผ่อง ผู้มีอายุ ท่านบวชเฉพาะใคร? ใครเป็นศาสดาของท่าน? หรือท่านชอบใจธรรมของใคร?"

               พระศาสดาตรัสตอบอุปกาชีวก               
               ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสว่า "เราไม่มีอุปัชฌาย์หรืออาจารย์" ดังนี้แล้ว
               ตรัสพระคาถานี้แก่อุปกาชีวกนั้นว่า :-
                         ๙.                 สพฺพาภิภู สพฺพวิทูหมสฺมิ
                                        สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนูปลิตฺโต
                                        สพฺพญฺชโห ตณฺหกฺขเย วิมุตฺโต
                                        สยํ อภิญฺญาย กมุทฺทิเสยฺยํฯ
                                   เราเป็นผู้ครอบงำธรรมได้ทั้งหมด รู้ธรรมทุกอย่าง
                         ไม่ติดอยู่ในธรรมทั้งปวง ละธรรมได้ทุกอย่าง พ้นแล้วใน
                         เพราะธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหา รู้เองแล้ว จะพึงอ้าง
                         ใครเล่า? (ว่าเป็นอุปัชฌาย์อาจารย์).

               แก้อรรถ               
               บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สพฺพาภิภู คือ ครอบงำธรรมอันเป็นไปในภูมิ ๓ ได้ทั้งหมด.
               บทว่า สพฺพวิทู คือ ผู้มีธรรมอันเป็นไปในภูมิ ๔ ทั้งปวงอันรู้แล้ว.
               สองบทว่า สพฺเพสุ ธมฺเมสุ ความว่า ผู้อันตัณหาและทิฏฐิทั้งหลายฉาบทาไม่ได้ ในธรรมอันเป็นไปในภูมิ ๓ แม้ทั้งสิ้น.
               บทว่า สพฺพญฺชโห คือ ผู้ละธรรมอันเป็นไปในภูมิ ๓ ทั้งหมดดำรงอยู่.
               สองบทว่า ตณฺหกฺขเย วิมุตฺโต คือ ผู้พ้นแล้วในเพราะพระอรหัต กล่าวคือธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหา ที่ตนให้เกิดขึ้นแล้ว ในที่สุดแห่งความสิ้นไปแห่งตัณหา ด้วยวิมุตติอันเป็นของพระอเสขะ.
               สองบทว่า สยํ อภิญฺญาย คือ รู้ธรรมต่างด้วยอภิญไญยธรรมเป็นต้นได้เองทีเดียว.
               บทว่า กมุทฺทิเสยฺยํ ความว่า เราจะพึงอ้างใครเล่าว่า "นี้เป็นอุปัชฌาย์หรืออาจารย์ของเรา."
               ในกาลจบเทศนา อุปกาชีวกไม่ยินดี ไม่คัดค้านพระดำรัสของพระตถาคตเลย แต่เขาสั่นศีรษะ แลบลิ้น ยึดเอาทางที่เดินไปคนเดียว ได้ไปยังที่เป็นที่อาศัยอยู่ของนายพรานแห่งใดแห่งหนึ่งแล้ว ดังนี้แล.

               เรื่องอุปกาชีวก จบ.               
               -----------------------               

.. อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ตัณหาวรรคที่ ๒๔
อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐] [๑๑] [๑๒]
อ่านอรรถกถา 25 / 1อ่านอรรถกถา 25 / 33อรรถกถา เล่มที่ 25 ข้อ 34อ่านอรรถกถา 25 / 35อ่านอรรถกถา 25 / 440
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=25&A=1162&Z=1243
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๓  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๘
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :